
'สุกำพล'มั่นใจจีที 200 ใช้ได้จริง
"สุกำพล" ยังมั่นใจ จีที 200 ใช้ได้จริง อ้างอย่านำผลสอบวันนี้ไปตัดสินวันนั้น โบ้ย ทอ.หน่วยแรกทดลองโชว์ ผบ.เหล่าทัพ เผยลองแล้วใช้ได้เลยซื้อ อ้างเจอระเบิดแค่ครั้งเดียวก็คุ้มแล้ว รับต้องใช้ จีที 200 เพราะไม่มีอะไรมาใช้ ยันไทย-เขมรเร่งถอนทหารต่อตามคำสั่งศาลโล
วันที่ 19 ก.ค.55 พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมเรียก 13 หน่วยงานจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิด จีที 200 ชี้แจงหลังสรุปผลว่าจัดซื้อของไม่ได้คุณภาพ ราคาแพงเกินจริงว่า เรื่องนี้ก็ต้องว่ากันไป ซึ่งเป็นเรื่องของดีเอสไอ เราคงไปห้ามเข้าไม่ได้ ทั้งนี้เครื่องตรวจวัตถุระเบิด จีที 200 ที่เคยใช้ในพื้นที่ภาคใต้นั้น อย่าพูดว่าใช้งานไม่ได้ ตนบอกว่ามันใช้ได้ และที่ผ่านมาก็สามารถตรวจพบวัตถุระเบิดหลายครั้งเจอระเบิดหนึ่งครั้งก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว ทั้งนี้ตนยืนยันว่าเครื่อง จีที 200 สามารถใช้งานได้จริง และมีข้อพิสูจน์แล้ว ส่วนที่ดีเอสไอระบุว่าใช้งานไม่ได้นั้นขอให้ถามผู้ที่ใช้งานบ้าง ที่ผ่านมาหากของใช้งานไม่ได้จริง ตนอยากถามว่าแล้วใครจะจัดซื้อ เมื่อจัดซื้อมาแล้วก็ไม่มีใครว่า เราก็มั่นใจว่าสามารถใช้งานหาวัตถุระเบิดได้จริง อีกทั้งกลุ่มผู้ไม่หวังดีในขณะนั้นรู้สึกกลัว ต้องให้เครดิตกันด้วย
“อย่านำผลในวันนี้มาคิดย้อนหลัง เวลานั้นซื้อมาเขาจะรู้หรือไม่ว่าใช้งานไม่ได้จริง เพราะฉะนั้นต้องดูเหตุการณ์ในเวลานั้นด้วย ขณะนี้อะไรที่ใช้ได้ก็ใช้ไป ทั้งนี้หน่วยงานแรกที่ใช้คือกองทัพอากาศ โดยนำมาให้ทดลองใช้ ซึ่งผมก็จำได้ว่าทางกองทัพอากาศเคยนำไปโชว์ให้ผู้นำเหล่าทัพในสมัยนั้นดูระหว่างในการประชุมเหล่าทัพ ที่กองทัพอากาศเป็นเจ้าภาพ ในสมัยที่ผมเป็นเสนาธิการกองทัพอากาศ แต่มันคงไม่ 100 ทั้ง 100 เมื่อผู้ใช้พอใจจึงดำเนินการจัดซื้อมาใช้ ทั้งนี้ที่ผ่านมาในการตรวจวัตถุระเบิดก็พบเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อผลออกมาเป็นอย่างนี้ เราก็ต้องรับฟังว่าหลอกลวงหรือไม่ ที่ผ่านมาจากการทำงานเมื่อถามหน่วยที่นำไปใช้ปฏิบัติก็ระบุว่าสามารถใช้งานได้จริง ที่บอกว่าว่ามันเป็นของไม่ดี และไม่ใช่ของจริง แต่ที่ผ่านมาเครื่องจีที 200 สามารถนำมาใช้งานได้ เราก็ต้องเข้าใจ” พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว
เมื่อถามว่าจะมีการดำเนินการตรวจสอบเรื่องราคาที่แต่ละหน่วยงานซื้อมาในราคาที่ไม่เท่ากันหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ต้องมีเหตุผลว่าทำไมจึงซื้อมาในราคาที่ไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นเรื่องของการสอบสวน ตนไม่ขอเกี่ยวข้อง ในส่วนป.ป.ช.ก็ดำเนินการตรวจสอบไป
ส่วนจะมีการตรวจสอบจากทางหน่วยหรือไม่ว่าขณะนี้เครื่องตรวจวัตถุระเบิด จีที 200 สามารถใช้งานได้จริงหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ตนได้ให้แนวทางว่าหากเครื่องตรวจวัตถุระเบิด จีที 200 สามารถใช้งานได้ โดยผู้ที่ใช้งานมีความมั่นใจ หากไม่มั่นใจเขาคงไม่นำมาใช้งาน เพราะเราไม่ได้บังคับให้เขาใช้ แต่พอมีเรื่องเกิดขึ้นเขาก็ไม่นำมาใช้งานแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย วันนี้หากถามว่าไม่มีเครื่องตรวจวัตถุระเบิด จีที 200 แล้วจะนำอะไรมาใช้แทนส่วนเครื่องมือที่จะนำมาทดแทนนั้น ทางกระทรวงกลาโหมก็ดูอยู่ตลอดเวลาและตนก็หาอยู่เมื่อเดินทางไปต่างประเทศก็ถามอยู่ เรื่องนี้เท่าที่ทราบมันก็แปลก อยู่อย่างหนึ่ง ว่าเครื่องตรวจวัตถุระเบิด จีที 200 สามารถหาระเบิดที่อยู่ในระยะไกลได้แต่ในส่วนที่อยู่ใกล้ก็มี แต่ถ้าเป็นพื้นที่ใหญ่ ๆ กว้าง ๆ คงต้องใช้เวลานาน ไม่ใช่ว่าใช้ 100 ครั้งแล้วไม่ได้ผลทั้ง 100 ครั้ง ไม่มีใครซื้อมาหรอกเพราะเราลองด้วยตัวของเราเองและมันก็สามารถใช้งานได้ สุดท้ายมาบอกว่าไม่สามารถใช้งานได้ก็ไม่ต้องใช้แล้ว
ยันไทย-เขมรเร่งถอนทหารต่อตามคำสั่งศาลโลก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินการของคณะทำงานร่วมเจดับบลิวจี ภายหลังจากที่มีการปรับกำลังทหารในพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหาร ว่า พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร เสนาธิการทหาร ในฐานะหัวหน้าคณะทำงาน เจดับบลิวจี เตรียมการว่าจะทำอย่างไรต่อไป เพราะเราทราบดีว่าการปฏิบัติตามมาตรการคุ้มครองชั่วคราวของศาลโลกถือเป็นเพียงขั้นแรก ที่เราได้ทำพร้อมกับประเทศกัมพูชา เพราะที่ผ่านมา 1 ปี ทั้งสองฝ่ายไม่ได้มีการปรับกำลังทหารออกจากพื้นที่เลยยังอยู่เหมือนเดิมและเพิ่งเริ่มพร้อมกันเมื่อวานนี้ ซึ่งต่อไปคงจะต้องมีการพูดคุยเข้มข้นต่อไป การประชุม เจดับบลิวจี ครั้งที่ผ่านมา เราจะต้องเร่งรีบเก็บกู้ทุ่นระเบิด เมื่อกู้เสร็จแล้วอย่างน้อย 30 วัน จะต้องเริ่มถอนทหารออกจากพื้นที่ เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลโลกตามที่ได้ตกลงกันไว้ ส่วนที่จะมีการประชุม เจดับบลิวจี ในครั้งหน้ายังไม่ทราบว่าจะคุยอะไรเพิ่มเติมกันอีกหรือไม่ แต่อาจจะต้องเร่งให้เร็วนิดหนึ่ง เพราะถ้าช้าจะไม่ส่งผลดีกับทั้งสองฝ่าย เนื่องจากขณะนี้กำลังของทั้งสองฝ่ายก้ำกึ่ง ซึ่งกัมพูชาได้วางกำลังไว้มากกว่าไทยตามที่ศาลโลกกำหนดไว้ แต่จากการได้ดำเนินการพร้อมกันเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมาถือเป็นความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย
พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ภายหลังจากที่มีการปรับกำลังสถานการณ์ยังปกติ เพราะผ่านไปเพียงแค่วันเดียว คิดว่าทั้งสองฝ่ายคงจะต้องรีบดำเนินการตามมาตรการชั่วคราวของศาลโลก หากไม่ทำคงไม่ดีแน่ ส่วนหลักฐานที่ไทยจะนำไปเตรียมสู้คดีปราสาทเขาพระวิหารในช่วงปลายปีหน้าต่อศาลโลกนั้น กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งทราบว่าไทยได้ยื่นหลักฐานไป 2-3 ครั้งแล้ว ซึ่งตามกำหนดการในเดือน เม.ย.2556 จะมีการไต่สวนนั่งฟังการพิจารณาหรือการไต่สวนด้วยคำพูด ซึ่งศาลโลกคงจะมีการสอบถามเพิ่มเติมจากตรงนั้น และคงตัดสินกันภายในปีหน้า ส่วนกรณีที่กัมพูชาจะมีการเสนอแผนพัฒนาพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหารให้เป็นมรดกโลก ที่มีการเกรงว่าจะมีการล้ำเข้าในดินแดนไทยนั้น ขณะนี้เราเพ่งเล็งแค่ตรงเขาพระวิหาร แต่ที่ผู้สื่อข่าวถามก็เป็นสิ่งที่เราทราบดีว่าคงต้องเป็นปัญหาต่อไป เพราะแผนที่ทั้งสองฝ่ายใช้ไม่เหมือนกัน แผนที่ไม่ตรงกัน ซึ่งก็จะต้องว่ากันต่อไป และว่ากันเป็นยก ๆ ไป ตอนนี้เอาเรื่องเขาพระวิหารให้จบก่อน เรื่องอื่นถ้ายังไม่มีใครเริ่มมาก็เฉย ๆ ไว้ก่อน
ส่วนกรณีที่ชาวกัมพูชาบุกรุกตั้งชุมนุมในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรนั้น ตามเอ็มโอยู 2543 ที่ไทยและกัมพูชา ได้เซ็นต์ในข้อลงว่าบอกชัดเจนแล้วว่าห้ามไม่ให้ใครมาตั้งถิ่นฐานไว้ชัดเจน แต่กัมพูชารุกล้ำอยู่โดยอ้างว่าเป็นพื้นที่ การไล่ออกหรือให้ออกนอกพื้นที่ทางฝ่ายไทยก็ประท้วงมาหลายครั้ง และทำต่อเนื่องตลอด แต่ชาวกัมพูชาก็ยังไม่ออก คงจะต้องเจรจากันต่อไป ถ้าจะไปผลักดันหรือขับไล่ หรือ ยิงกัน ก็จะเป็นปัญหาใหญ่โต วันนี้ต้องมองไกล ๆ อย่ามองจุดเดียว แต่ปัญหานี้เราไม่ได้ทิ้ง แต่ต้องค่อย ๆ ทำ และดูจังหวะเวลา ไม่ใช่สักแต่ว่าทำ เรื่องนี้จะต้องพูดคุยกันว่าจะทำกันอย่างไร เป็นเรื่องของทีมงานที่จะต้องเทคนิคในการทำ เป้าหมาย ต้องเข้าใจว่าเขาบอกว่าถูกต้อง แต่เราบอกว่าไม่ถูกต้องเรื่องนี้ต้องค่อย ๆ ว่ากัน และจะต้องใช้ระยะเวลาหน่อย
“สุกำพล”ยันมีหลักฐานชัดอภิสิทธิ์หนีทหาร
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินทำหนังสือถึงกระทรวงกลาโหมให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี หลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร และมีการปลอมแปลงเอกสาร ว่า เรื่องนี้สำนักงานตรวจการแผ่นดินขอหลักฐานมายังกระทรวงกลาโหม ซึ่งคงมีผู้ร้องเรียนมาจึงได้ขอเอกสารมายังกระทรวงกลาโหม โดยกระทรวงกลาโหมได้ส่งไปให้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 ก.ค.2555 ในเอกสารเป็นการรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ไม่ใช่ความรู้สึกนึกคิดก่อนส่งไปให้ผู้ตรวจราชการแผ่นดิน ซึ่งเอกสารระบุไว้ค่อนข้างชัดเจนว่า เรื่องนี้มีการหลบเลี่ยงการเกณฑ์ทหารในยุคนั้น แต่เป็นเรื่องในอดีตที่นานแล้ว ส่วนนายอภิสิทธิ์ จะมีเจตนาหนีทหารหรือไม่นั้น ต้องถามนายสิทธิ์ แต่เอกสารระบุอย่างนั้น ส่วนที่มองกันว่าจะตราบาปของผู้นำฝ่ายค้านในสภาที่หนีทหารนั้น คงเป็นเรื่องของนายอภิสิทธิ์เอง กระทรวงกลาโหมมีหน้าที่รวบรวมข้อมูล ซึ่งต้องให้ทางผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการต่อไป
พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ได้ให้ทางกรมพระธรรมนูญไปดูรายละเอียด เพราะมีผลทางคดีมานานกว่า 20 ปีแล้ว แต่ถ้าเราไม่ทำเดี๋ยวจะโดนอีก ดังนั้นต้องดูว่าจะทำอะไรได้บ้าง ซึ่งต้องศึกษาในรายละเอียด และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนดำเนินการรวบรวมข้อมูล และการดำเนินการในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการเช็คบิลทางการเมืองของนายอภิสิ่ทธิ์เพราะไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ ตนจะมาทำเรื่องนี้ แต่เนื่องจากมีคนร้องเรียนให้กระทรวงกลาโหมส่งเอกสารไป เพราะมีกฎเกณฑ์ว่าต้องส่งให้ภายใน 30 วัน และทางกระทรวงกลาโหมก็ส่งไปตามข้อเท็จจริง ส่วนเอกสารดังกล่าวจะนำไปสู่การเป็น ส.ส.ของนายอภิสิทธิ์ หรือไม่นั้น เป็นเรื่องต่อไปในอนาคตเราต้องดูหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมมีแค่ไหน เรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องการเมืองไป
เมื่อถามว่า การที่นายอภิสิทธิ์ อ้างว่าเป็นอาจารย์ รร.จปร. แล้วไม่ต้องเป็นทหาร พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า การเป็นอาจารย์ถือว่ารับราชการ ซึ่งเรื่องนี้มี 2 ประเด็นคือ 1.ในช่วงการเกณฑ์ทหารไม่ได้ไปเกณฑ์ เพราะบอกว่ามีการผ่อนผัน ซึ่งต้องดูหลักฐานบอกว่าผ่อนผันอย่างไร 2.มีหลักฐานจริงหรือไม่ และตอนเข้าสมัครเป็นอาจารย์ รร.จปร. มีหลักฐานครบจริงหรือไม่ หรือ เป็นเอกสารเท็จหรือไม่
ส่วนที่ผลการสอบสวนของกองทัพพบว่า มีการปลอมแปลงเอกสารและลงโทษทหารที่เกี่ยวข้องไปแล้ว พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า เรื่องนี้มีอยู่ชัดเจนและได้ส่งไปด้วย พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องจากหน่วยที่ชัดเจน ไม่ใช่ว่าไปขุดจากไหนมาซึ่งเป็นเรื่องจริงซึ่งเรื่องนี้เกิดมาเป็น 10 ปีแล้ว ส่วนถูกลงโทษหรือไม่ ตนไม่ทราบ แต่มีรายงานว่า ให้เสนอแนะลงโทษ เพราะเอกสารที่ส่งมาทางกระทรวงกลาโหมเป็นสำเนา ส่วนเอกสารจริงส่งให้ ผู้บัญชาการทหารบกในอดีต แต่จะเป็นอย่างไรต่อ ไปยังไม่ได้สืบไปถึงขนาดนั้น แค่ส่งเอกสารหลักฐานมาเราก็พอใจแล้ว
เมื่อถามว่า แสดงว่าในยุคที่ผ่านมากองทัพช่วยปกปิดในเรื่องนี้ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า เอาอย่างนี้ในยุคตน หลักฐานรวบรวมจากข้อเท็จจริงไม่ใช่หลักฐานที่ไปปั้นแต่งมา เป็นเอกสารที่รวบรวมได้มีอยู่ชัดเจน เรามีอะไรก็ส่งให้ผู้ตรวจการแผ่นดินทุกอย่าง อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่เหมาะสมที่จะเปิดเผยเอกสารคงต้องไปขอทางผู้ตรวจการแผ่นดินตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ทั้งนี้ในความคิดตน เรื่องการหนีทหารมีเยอะ หากมีใครร้องเรียนมาก็เป็นหน้าที่ที่ต้องดำเนินการ ส่วนจะให้ไปหาใครบ้างคงไม่ไหว ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ ยืนยันมาตลอดว่าไม่ได้หนีทหารนั้น ก็มีสิทธิ์ ยืนยัน แต่เป็นเรื่องของหลักฐานที่เรามีอยู่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องเก่าที่ผ่านมาแล้ว แต่สมัยก่อนอย่างว่าเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ แต่สมัยนี้มีนโยบายชัดเจน และวันนี้ก็หายากหากใครจะทำแบบนี้ เพราะหลักฐานการเกณฑ์ทหารชัดเจนว่าทำอย่างไร มีขั้นตอนชัดเจน เพราะมีอยู่ 5 ขั้นตอน ถ้าหายไป 1 ขั้นตอน เราก็สามารถดำเนินการได้ ไม่ใช่ว่าหายไปแล้วทำให้เราดำเนินการต่อไม่ได้



