ข่าว

'ปู'ชมเยอรมันศก.แกร่งจะนำพายุโรปพ้นวิกฤติ

'ปู'ชมเยอรมันศก.แกร่งจะนำพายุโรปพ้นวิกฤติ

19 ก.ค. 2555

'ยิ่งลักษณ์'ชมเยอรมันศก.แกร่งจะนำพายุโรปพ้นวิกฤติหนี้ เผยเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดในทวีป เชิญชวนฉลองด้วยการขยายการค้าการลงทุน พร้อมพบมูลนิธิการเมืองเยอรมันลั่นนำประเทศสู่ความปรองดอง

               19 ก.ค.55 เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล(www.thaigov.go.th รายงานว่า วันที่ 19 ก.ค. เวลา 19.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กล่าวเปิดงานเลี้ยงรับรองเพื่อฉลองวาระครบรอบ 150 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตฯ และกิจกรรมสัมมนานักธุรกิจไทย-เยอรมนี โดยนายกรัฐมนตรีชื่นชมความสัมพันธ์ไทย-เยอรมนี ที่ดำเนินมาครบ 150 ปี และยิ่งเข้มแข็ง ก่อให้เกิดประโยชน์กับทั้งสองประเทศ ด้วยมูลค่าการค้า 9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งถือว่าเยอรมนีเป็นประเทศคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของไทยในยุโรป ไทยและเยอรมนีต่างยึดมั่นในคุณค่าประชาธิปไตย และเคารพสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งของความร่วมมือในหลายสาขา ไทยและเยอรมนีให้ความสำคัญกับความร่วมมือในภูมิภาค และต่างมีบทบาทสำคัญในภูมิภาค อีกทั้ง ร่วมรับมือกับความท้าทายของมนุษยชาติ จากช่องว่างระหว่างเพศ จนถึงช่องว่างการพัฒนา

             น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้กล่าวแสดงความเชื่อมั่นต่อความเข้มแข็งของเศรษฐกิจเยอรมนี และความสำคัญของการเติบโตและความมั่นคงในยุโรป พร้อมทั้งเชื่อว่า เยอรมนีจะนำทางสหภาพยุโรปให้ผ่านพ้นวิกฤติไปได้ ด้วยการสนับสนุนและความร่วมมือจากสมาชิกประเทศสหภาพยุโรป สหภาพยุโรปจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นจากวิกฤติครั้งนี้ สำหรับอาเซียนที่กำลังเติบโต และจะเป็นตลาดเดียวและฐานการผลิตของผู้บริโภคกว่า 600 ล้านคนในปี 2558 จะเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมการเติบโตของโลก ไทยและภูมิภาคจะเป็นหุ้นส่วนของเยอรมนีและสหภาพยุโรป และจะร่วมกันส่งเสริมการค้าและการลงทุน

             สำหรับการค้าไทยนำเข้าสินค้าจากเยอรมนีสูงขึ้นร้อยละ 15 เมื่อปีที่ผ่านมา สินค้านำเข้าสำคัญได้แก่ พลาสติก เหล็ก เคมีภัณฑ์ ซึ่งสำคัญต่อภาคการผลิตและการส่งออกของไทย การนำเข้าที่เติบโตขึ้นจากเยอรมนีและจากประเทศสหภาพยุโรปอื่น ๆ จะสามารถสนับสนุนการเติบโตและการสร้างงาน เช่นเดียวกับการลงทุน ที่มีโอกาสมากมายในประเทศไทยและอาเซียน รัฐบาลมีโครงการลงทุน 73 พันล้านเหรียญสหรัฐในโครงการสาธารณูปโภคต่าง ๆ ทั้งรถไฟความเร็วสูง และการขยายสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นต้น เพื่อประโยชน์ต่อการค้า การลงทุน และรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นจากเยอรมนี ซึ่งจะได้พำนักในประเทศไทยอย่างสะดวกสบาย

             ทั้งนี้แผนการลงทุนเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของยุทศาสตร์เพื่อขยายการเชื่อมโยงในภูมิภาคอาเซียนและประเทศต่างๆ การพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวายในเมียนมาร์ จะช่วยเชื่อมโยงกับกรุงเทพฯ และแหลมฉบังในไทย ซึ่งจะเป็นการเชื่อมโยงทางบกระหว่างทะเลอันดามันและอ่าวไทย โดยไทยยินดีสนับสนุนการลงทุนในตลาดอาเซียน ซึ่งเมื่ออาเซียน ยิ่งเติบโตมากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะมีการนำเข้าจากเยอรมนีและยุโรปมากขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ ไทยและอาเซียนยังสนใจเทคโนโลยีที่ทันสมัย ที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียวจากเยอรมนีอีกด้วย ซึ่งเหล่านี้ จะช่วยสร้างการเติบโตและการสร้างงานการยั่งยืนของทั้งสองประเทศ

              นายกรัฐมนตรี เชิญชวนเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ 150 ปี โดยการต่อยอดความสัมพันธ์ ด้วยการขยายการค้าและการลงทุน และเพื่อบรรลุเป้าหมายในทุกสาขาของความเป็นหุ้นส่วนระหว่างกัน


นายกฯพบมูลนิธิการเมืองเยอรมันลั่นนำประเทศสู่ความปรองดอง

               เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล(www.thaigov.go.th) รายงานว่าเมื่อวันที่ 18 ก.ค. เวลา 17.00 น. ณ โรงแรม Adlon Kempinski สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ผู้แทนมูลนิธิการเมืองเยอรมันที่มีกิจกรรมในไทยเข้าเยี่ยมคารวะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยมูลนิธิการเมืองเยอรมันที่มีกิจกรรมในไทย เป็นองค์กรอิสระที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐสภา เป็นฐานที่สำคัญสำหรับสนับสนุนกิจกรรมของพรรคการเมืองระดับชาติที่สำคัญของเยอรมนี โดยในปัจจุบันมี 6 มูลนิธิ และดำเนินกิจกรรมในลักษณะ Think Tank เน้นการเผยแพร่หลักการด้านประชาธิปไตย และระบบนิติรัฐ

             ทั้งนี้มูลนิธิการเมืองยังมีกิจกรรมในต่างประเทศเพื่อสนับสนุนการพัฒนาแนวคิดหลักของพรรคการเมืองในต่างประเทศ โดยไม่แทรกแซงการเมืองภายในประเทศผู้รับ โดย 4 มูลนิธิมีสาขาอยู่ในประเทศไทย ได้แก่ 1. มูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ (พรรคอนุรักษ์นิยม CDU) มีนโยบายส่งเสริมระบบรัฐสภา หลักนิติรัฐ ธรรมาภิบาล และภาคประชาสังคม 2. มูลนิธิฟรีดริช เนามันน์ (พรรคเสรีประชาธิปไตย FDP) มีนโยบายส่งเสริมระบบนิติรัฐ และระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม 3. มูลนิธิไฮน์ริค เบิลล์ (พรรคกรีน) มีนโยบายส่งเสริมสิ่งแวดล้อม และเสรีภาพสื่อมวลชน 4. มูลนิธิฮันส์ ไซเดิล (พรรคอนุรักษ์นิยม CSU) มีนโยบายส่งเสรอมการพัฒนา และการมีส่วนร่วม

                  นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีที่มีโอกาสได้พบกลุ่มมูลนิธิการเมืองเยอรมันที่มีกิจกรรมในไทย และชื่นชมการส่งเสริมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประชาธิปไตยของไทย และการสนับสนุนให้บุคลากรทางการเมืองไทยได้เข้ารับการฝึกอบรมเกี่ยวกับประชาธิปไตยในเยอรมนี พร้อมยืนยันที่จะส่งเสริมมูลนิธิการเมืองเยอรมัน เพื่อขยายความร่วมมือและการสนับสนุนการมีส่วนร่วมทางการเมืองของคนไทย เพื่อที่จะทำให้มั่นใจได้ว่าการพัฒนาประชาธิปไตย นิติรัฐ และธรรมาภิบาลในการเมืองไทยกำลังฟื้นฟูและเจริญเติบโต ซึ่งในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่ารัฐบาลมุ่งมั่นที่จะสร้างความปรองดอง เพื่อให้เกิดเสถียรภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพและสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างเต็มที่ และด้วยความเป็นผู้นำหญิง จะได้ใช้ความเป็นสตรี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสงบ แก้ปัญหาและหาทางออกให้ประเทศอย่างรอบคอบและประนีประนอม

                ผู้แทนจากมูลนิธิต่างๆ ได้แสดงความเชื่อมั่นต่อบทบาทของนายกรัฐมนตรีและนโยบายของรัฐบาลในการแก้ปัญหาและสร้างความปรองดอง พร้อมทั้ง ยืนยันที่จะสนับสนุนการพัฒนาทางการเมืองของไทย และสร้างประโยชน์ต่อสังคมไทยต่อไป