
ลอเรนซ์แห่งอาระเบีย...
ลอเรนซ์แห่งอาระเบีย... : กระจกเงา โดยอัศศิริ ธรรมโชติ [email protected]
เมื่อต้นปีที่แล้วมีคนพาผมไปเที่ยวประเทศอียิปต์ ได้ดู พีระมิด สุสานฟาโรห์ และล่องเรือชมแม่น้ำไนล์ ดูระบำหน้าท้อง อียิปต์อยู่ในฤดูหนาวอากาศแสนเยือกเย็นและอยู่ในหน้าที่ดอกไม้กำลังผลิบานไปทั่ว
กรุงไคโรและอียิปต์ในตอนนั้นยังสงบเงียบราวกับทะเลก่อนเกิดพายุใหญ่ ในขณะที่ประเทศตูนีเซีย “อาหรับ สปริง” กำลังเริ่มต้นขึ้นและได้รับชัยชนะ ในโรงแรมที่พักอยู่เห็นคนอียิปต์จับกลุ่มซุบซิบคุยกัน มีคนบอกว่า คนอียิปต์ตื่นเต้นและส่วนใหญ่ยินดีต่อประเทศตูนีเซียที่เกิดการเปลี่ยนแปลง
กลับมาเมืองไทยได้ไม่ถึงอาทิตย์ดี อียิปต์ก็เกิด “อาหรับ สปริง” ต่อจากประเทศตูนีเซีย แล้วหลังจากนั้นก็เกิดขึ้นทั่วทั้งแอฟริกาเหนือ และอาหรับตะวันออกกลางก็ว่าได้ ทั้งที่ลิเบีย เยเมน จอร์แดน ซีเรีย และที่อื่นๆ
เหตุการณ์ในซีเรียทำให้ผมนึกถึงหนังเรื่อง “ลอเรนซ์แห่งอาระเบีย” และจำได้ว่า ขณะที่พักอยู่ในโรงแรมกรุงไคโร โอมาร์ ชารีฟ ยังเป็นดาราคนโปรดของคนอียิปต์อยู่ ทีวีอียิปต์ฉายแต่หนังเรื่องที่ โอมาร์ ชารีฟ แสดง ที่ซีเรียก็คงจะไม่ต่างกันนัก
ในหนัง “ลอเรนซ์แห่งอาระเบีย” โอมาร์ ชารีฟ แสดงเป็นเจ้าชายอาหรับกู้ชาติที่ต่อมาเป็นกษัตริย์ไฟซาล แห่งซีเรียและอิรัก
ตามประวัติหนังเรื่องนี้สร้างขึ้นจากเรื่องจริงของชาวอังกฤษคนหนึ่งชื่อว่า โทมัส เอ็ดเวิร์ด ลอเรนซ์ ซึ่งเป็นอะไรหลายอย่าง ทั้งนักรบ นักการทูต นักประวัติศาสตร์โบราณคดี นักบิน นักผจญภัย นักประดิษฐ์และนักเขียน เรื่องของลอเรนซ์อยู่ในช่วงของสงครามโลกครั้งที่ 1
ลอเรนซ์จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ระหว่างที่ทำวิทยานิพนธ์เขาไปหมกมุ่นอยู่ในประเทศซีเรียนานนับเดือนจนรู้จักซีเรียดี ลอเรนซ์หลงใหลทะเลทรายและโลกอาหรับและศึกษาภาษาอาหรับจนพูดได้คล่องแคล่ว ทั้งยังชอบแต่งตัวแบบอาหรับอยู่เสมอ ว่ากันว่าเขาเป็นอาหรับยิ่งกว่าคนอาหรับเองเสียอีก
ด้วยความที่รู้จักอาหรับดี ลอเรนซ์จึงถูกทางการอังกฤษส่งไปเป็นสายลับคอยสอดแนมอยู่ในตะวันออกกลาง ในช่วงที่สงครามโลกกำลังเกิดขึ้น ก็เพราะว่าดินแดนในแถบนี้ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้อำนาจของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งเป็นพันธมิตรกับเยอรมนีคู่ปรปักษ์
ต่อมาเมื่อลอเรนซ์ได้พบกับเจ้าชายไฟซาลผู้นำอาหรับคนสำคัญในขณะนั้น ที่เป็นพันธมิตรที่ดีของอังกฤษ และต่อต้านเยอรมนี ลอเรนซ์จึงไม่เป็นแค่สายลับเท่านั้น ยังได้เข้าร่วมรบทำสงครามเคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกอาหรับด้วยอย่างกล้าหาญและจริงใจ จนเป็นที่ยอมรับและนับถือของคนอาหรับทั่วไป
ลอเรนซ์กลายเป็นผู้นำสำคัญคนหนึ่งในขบวนการกู้ชาติของคนอาหรับ เพื่อปลดแอกจากพวกเติร์ก จักรวรรดิออตโตมัน จนได้รับฉายาว่าเป็น “ราชาแห่งทะเลทราย” สงครามทะเลทรายรบแบบกองโจร การลอบวางระเบิด การก่อวินาศกรรม ล้วนเป็นสิ่งที่ลอเรนซ์ทำมาก่อนแล้วทั้งสิ้น
โทมัส เอ็ดเวิร์ด ลอเรนซ์ ชาวอังกฤษผู้นี้มีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการทำสงครามการปฏิวัติอาหรับเมื่อเกือบร้อยปีก่อน จนทำให้อาหรับได้รับอิสรภาพจากพวกเติร์กก่อนที่จะถูกอังกฤษกับฝรั่งเศสหักหลังในเวลาต่อมา หลังจากสงครามเลิกแล้ว
อังกฤษกับฝรั่งเศสต่างแย่งกันเข้าครอบครองผลประโยชน์ของอาหรับและตะวันออกกลางแทนจักรวรรดิออตโตมันที่ล่มสลายลง และเมื่อตกลงกันได้กรุงดามัสกัสของซีเรียทุกวันนี้ก็ถูกเครื่องบินฝรั่งเศสทิ้งระเบิดจนกษัตริย์ไฟซาลต้องหนีไปอยู่อิรัก
ว่าลอเรนซ์กลับอังกฤษบ้านเกิดอย่างขมขื่น และตายก่อนที่จะทันได้เห็นสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากที่ได้ผ่านชีวิตอันโลดโผนสารพัดมาแล้ว ทั้งสงครามการต่อสู้และเครื่องบินตกก็ยังเอาตัวรอดมาได้ แต่กลับต้องมาตายด้วยอุบัติเหตุง่ายๆ คือรถมอเตอร์ไซค์พลิกคว่ำ จบชีวิตลงในวัยแค่ 46 ปี
ในชีวิตจริงกล่าวกันว่า “ลอเรนซ์แห่งอาระเบีย” ผู้นี้มีทั้งด้านมืดและสว่าง คือเป็นปัญญาชนผู้อ่อนโยนรักสวยรักงาม แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับเป็นพวกอีโก้ ซาดิสม์ ชอบเห็นเลือดและความเจ็บปวด
ทุกวันนี้โลกตะวันตกกำลังจ้องมอง “อาหรับ สปริง” ปานนี้ “ลอเรนซ์แห่งอาระเบีย” ยุคโลกาภิวัตน์คงจะแห่กันเข้าไปอยู่เต็มเมืองอาหรับแล้ว การปฏิวัติในอาหรับจะเป็นการหนีเสือปะจระเข้หรือเปล่ายังไม่มีใครรู้ครับ



