
เตือนเดินหน้าแก้รธน.ต้องรอบคอบ
'โภคิน' เตือน พท.-รัฐ เดินหน้า แก้ รธน. ต้องรอบคอบ แนะ ถ้าจะแก้เป็นรายมาตรา ควรแก้มาตราที่ขัดกับบทบัญญัติใน รธน. ก่อน
นายโภคิน พลกุล สมาชิกพรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตประธานรัฐสภา และพยานฝ่ายผู้ถูกร้อง เปิดเผยว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 13ก.ค.ที่ผ่านมา ยังตีความไม่ชัดเจนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ถือว่า แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวยืนยันว่า การแก้ไขตามมาตรา 291 เป็นการแก้ไขเพียงมาตราเดียว ยังไม่มีผลให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี50 ทั้งฉบับ เป็นเพียงกระบวนการเพื่อนำไปสู่การตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เหมือนที่เคยปฏิบัติกันมาในอดีตเท่านั้น
"ถือว่า คำวินิจฉัยยังไม่เกิดความชัดเจน จึงต้องกลับไปดูคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญ และคำวินิจฉัยส่วนตน ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญด้วยว่า ตีความไว้อย่างไร"
ทั้งนี้ แต่ละทางเลือกของ 3 องค์กร ไม่ว่าจะเป็นมติของพรรคเพื่อไทย และที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ให้รอคำวินิจฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนตน รวมทั้งมติที่ประชุมสมาชิกรัฐสภา 416 คนที่ให้เดินหน้า ขอมติรัฐสภา เพื่อลงมติในวาระ 3 นั้น ล้วนเป็นความพยายามของทุกฝ่าย ที่ต้องการให้สังคมเกิดความชัดเจน
อย่างไรก็ตาม อยากขอร้องให้พรรคเพื่อไทย ที่มีเสียงข้างมาก รวมทั้งรัฐบาล ใช้ความรอบคอบในการดำเนินการ และยึดแนวทางที่ฟังความคิดเห็นของประชาชนให้มากที่สุดด้วย
สำหรับทางเลือกที่เสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรานั้น นายโภคิน เห็นว่า ควรจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตราที่ขัดกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเอง อาทิ มาตรา 309 ที่ขัดกับมาตรา 3 และเป็นการนิรโทษกรรม ให้กับผู้ที่ยึดอำนาจและออกคำสั่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ควรแก้ไขเพื่อสร้างหลักประชาธิปไตยให้ประเทศเดินหน้า และไม่ใช่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ตามที่ถูกตั้งข้อสงสัย
สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตราที่จำกัดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญนั้น นายโภคิน กล่าวว่า ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี โดยในอดีต เคยมีศาลยุติธรรมคอยทำหน้าที่แก้ไขข้อพิพาทเรื่องรัฐธรรมนูญ โดยไม่ต้องมีศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้น จะยังคงมีศาลรัฐธรรมนูญอยู่หรือไม่ ต้องพิจารณาขอบเขตอำนาจให้ดี
"แต่ย้ำว่า หลังจากนี้ ต้องระบุอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ให้ชัดเจนว่า การยื่นคำร้องตามมาตรา 68 ต้องผ่านอัยการสูงสุดก่อนเท่านั้น" นายโภคิน กล่าวในท้ายที่สุด



