ข่าว

สื่อเทศจับอิริยาบถ'ปู'เยือนเยอรมนี

สื่อเทศจับอิริยาบถ'ปู'เยือนเยอรมนี

18 ก.ค. 2555

สื่อต่างประเทศจับอิริยาบถ "ยิ่งลักษณ์" มุมต่างๆ โอกาสเยือนประเทศเยอรมนี ถก"ทีมไทยแลนด์-นักธุรกิจ"หวังขยายการค้าการลงทุน

               18กรกฎาคม ตามที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางไปสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17-21 กรกฎาคม 2555  เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อพัฒนาการประชาธิปไตยและศักยภาพทางเศรษฐกิจไทย การพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขัน และบทบาทสำคัญของไทยในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งกำลังจะเป็นประชาคมอาเซียนที่มีพลวัตรและศักยภาพด้านเศรษฐกิจที่โดดเด่น

               โดยเริ่มจากการเข้าพบนางอังเกลา แมร์เคล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี โดยมีการจัดทหารกองเกียรติยศต้อนรับ ปรากฏว่าสื่อต่างประเทศได้จับอิริยาบถต่างๆของนางสาวยิ่งลักษณ์ในมุมต่างๆ 

ถก"ทีมไทยแลนด์-นักธุรกิจ"หวังขยายการค้าการลงทุน

               เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล(www.thaigov.go.th) เปิดเผยว่าวันที่ 18 ก.ค. เวลา 08.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น น.ส. ยิ่งลักษณ์มอบนโยบายแก่ทีมประเทศไทย ระหว่างอาหารเช้า (Working Breakfast) ณ โรงแรม Adlon Kempinski ประเทศเยอรมนี โดย น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายแก่ทีมประเทศไทย ซึ่งประกอบไปด้วย ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร สำนักงานแรงงาน สำนักงานส่งเสริมการค้า สำนักงานการท่องเที่ยว โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการเดินทางเยือนเยอรมนี ซึ่งนับเป็นการเยือนในรอบ 17 ปี และแสดงถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ที่มีต่อกันมาอย่างยาวนาน โดยที่เยอรมนีถือเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญ เป็นตลาดใหญ่รวมทั้งเพื่อให้ฝ่ายเยอรมนีตระหนักถึงความสำคัญของไทย และไทยพร้อมที่จะทำงานร่วมกับเยอรมนี เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ และเพิ่มมูลค่าการค้าให้เติบโตยิ่งขึ้น โดยถือว่าวิกฤติของเศรษฐกิจยุโรป จะเป็นโอกาสของไทย และจะต้องสนับสนุนให้มีการเดินหน้าการค้าและการลงทุน ด้วยศักยภาพของไทยและอาเซียนที่เป็นตลาดที่กำลังเติบโต รวมถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจ พัฒนาการและเสถียรภาพทางการเมือง โดยขอให้หน่วยงานต่างๆช่วยกันทำงาน เพื่อสร้างโอกาสและส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยต่อไป

               ในโอกาสนี้ ทีมประเทศไทย ได้บรรยายสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์และนโยบายการแก้ปัญหาวิกฤตหนี้ยุโรปของเยอรมนี รวมทั้งจุดยืนและสถานะของไทยในสายตาของเยอรมนี และโอกาสที่มีอยู่ โดยจะใช้วิกฤตินี้ให้เป็นโอกาสของไทยในยุโรป ซึ่งขณะนี้ เยอรมนี ให้ความสำคัญกับภูมิภาคอาเซียน และเล็งเห็นว่าไทยมีศักยภาพที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง แม้ผ่านวิกฤติทางการเมืองและภัยธรรมชาติที่ผ่านมา ไทยสามารถฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว รวมทั้งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมียนมาร์ ซึ่งเป็นประเทศที่เยอรมนีสนใจเข้ามามีส่วนร่วมทางการค้า การลงทุน และพลังงาน ทั้งนี้ ไทยมีจุดเด่นทางด้านภูมิศาสตร์ ถือเป็นศูนย์กลางของอาเซียนที่จะเชื่อมโยงไปประเทศต่างๆในภูมิภาค อีกทั้ง มีการพัฒนาการเชื่อมโยง โดยเฉพาะโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย ที่จะเป็นการเชื่อมโยงที่สำคัญของภูมิภาค ซึ่งไทยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและผลักดันโครงการดังกล่าว และเยอรมนีมีความสนใจในโครงการนี้ นอกจากนี้ ยังได้มีการชี้แจงถึงปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ทางการค้าและการลงทุนของไทยในเยอรมนี เช่น การตรวจสอบมาตรฐานการนำเข้าสินค้าของไทย โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการให้มีคณะทำงานร่วมระหว่างกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตร เร่งแก้ปัญหาโดยให้ผู้เชี่ยวชาญของเยอรมนีไปให้ความรู้และปรับมาตรฐานต่างๆให้ตรงกันและเป็นที่ยอมรับ รวมทั้งการเข้มงวดในการออกใบรับรองคุณภาพสินค้าให้มากขึ้น เพื่อป้องกันการตีกลับสินค้าด้วย

               จากนั้น นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมหารือกับคณะนักธุรกิจจากบริษัทชั้นนำในสาขาเกษตรและอาหาร ชิ้นส่วนยานยนต์ พลังงาน เศรษฐกิจสีเขียว การแพทย์ทางเลือก และการออกแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ เสื้อผ้า สิ่งทอ อัญมณี เครื่องประดับ และเครื่องแต่งกาย รวมทั้งผู้แทนสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า สมาคมธนาคารไทย ตลอดจนสมาคมอื่น ๆ ที่เดินทางร่วมไปกับคณะทางการ นายกรัฐมนตรีได้รับฟังทีมประเทศไทย และได้ทราบถึงปัญหาและโอกาสในการลงทุนของภาคเอกชนในเยอรมนี จึงได้นำมาพูดคุยกับภาคเอกชน เพื่อให้เป็นประโยชน์ พร้อมรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอ และของภาคเอกชนไทยในด้านการลงทุนและการประกอบธุรกิจกับเยอรมนี โดยเฉพาะสาขาที่มีโอกาสทางการค้า เช่น อาหารเพื่อสุขภาพ สินค้าตกแต่งบ้าน ของขวัญ รวมถึงการขอความร่วมมือในด้านการพัฒนาและรับรองมาตรฐานสินค้าที่จะสามารถทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านการรับรองมาตรฐานยางรถยนต์ในภูมิภาค