
ครม.มอบ'ปู'ลงนามกับ'พม่า'พัฒนาทวาย
ครม.มอบนายกฯเซ็น MOU กับ "พม่า" พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย มอบเลขาฯปปส.ลงนามแก้ปัญหายาเสพติด เห็นชอบสาระสำคัญในร่างถ้อยแถลงตั้งเวทีหารือด้านพลังงาน
17ก.ค.2555 รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เปิดเผยว่าในวันนี้กระทรวงการต่างประเทศ(กต.)ได้เสนอวาระเรื่อง ขออนุมัติลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ว่าด้วยการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งครม.มีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่กต.เสนอ
รายงานข่าววระบุว่า ที่ประชุมเห็นชอบใน3ประเด็นคือ 1. เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ว่าด้วยการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง 2. อนุมัติให้นายกรัฐมนตรีหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจฯ 3. หากมีความจำเป็นที่ต้องแก้ไขปรับปรุงบันทึกความเข้าใจฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญก่อนมีการลงนาม ให้กระทรวงการต่างประเทศสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง แต่ทั้งนี้หากการกำหนดกลไกการดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจดังกล่าวก่อให้เกิดผลผูกพันต่อรัฐบาลไทยให้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงที่เกี่ยวข้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาก่อน
สำหรับสาระสำคัญของร่างบันทึกความเข้าใจฯนั้นระบุว่า 1. คู่ภาคีจะขยายความร่วมมือในการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง 2. กำหนดสิทธิและหน้าที่ของคู่ภาคี โดยรัฐบาลเมียนมาร์จะให้ความคุ้มครอง/ความปลอดภัย และจัดหาสาธารณูปโภคอื่น ๆ พร้อมดำเนินการให้บริเวณดังกล่าวสามารถพัฒนาได้ และพิจารณาระบบความเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่โครงการกับกรุงย่างกุ้งและเมืองหลักอื่น ๆ ในเมียนมาร์ ตลอดจนสร้างแรงจูงใจในการลงทุน ส่วนรัฐบาลไทยจะสนับสนุนการช่วยเหลือทางเทคนิค ถ่ายทอดเทคโนโลยี แนวการปฏิบัติที่เป็นเลิศในด้านการจัดการ สนับสนุนการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุน เร่งรัดการก่อสร้างเส้นทางจากจุดผ่านแดนไทย - เมียนมาร์ ไปยังกรุงเทพฯ - แหลมฉบัง และให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อความพยายามในการระดมทุนเพื่อดำเนินโครงการ 3. ทั้งสองฝ่ายจะหารือเกี่ยวกับรูปแบบการจัดตั้งกลไกการดำเนินงานกันต่อไป
4. ผู้ลงทุนและผู้พัฒนาโครงการจะได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมภายใต้กฎหมาย เมียนมาร์และความตกลงระหว่างรัฐบาลไทย - เมียนมาร์เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน โดยการลงทุนจะได้รับการปฏิบัติตามกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษ และกฎหมายการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศของเมียนมาร์ 5. หากภายใต้ความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประเทศที่สามประสงค์จะเข้าร่วมเป็นภาคีบันทึกความเข้าใจฯ นี้ คู่ภาคีจะพิจารณาการให้เข้าร่วมเป็นภาคี 6. บันทึกความเข้าใจฯ มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 3 ปี และจะขยายเวลาโดยอัตโนมัติหลังจากนั้นอีกครั้งละ 3 ปี เว้นแต่ภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแจ้งยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ภาคีอีกฝ่ายหนึ่งหกเดือนล่วงหน้า
มอบ“เลขาฯปปส.”ลงนามแก้ปัญหายาเสพติด
นายอนุสรณ์ แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.เห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เสนอ ดังนี้ 1. เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจ ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ( ปปส.) แห่งราชอาณาจักรไทย กับ สำนักงานคณะกรรมการกลาง เพื่อการควบคุมยาเสพติด แห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ว่าด้วยความร่วมมือในโครงการพัฒนาทางเลือก เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน
รองโฆษกสำนักนายกฯ กล่าวว่า 2. อนุมัติให้ พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว เลขาธิการ ปปส. หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายลงนาม ในร่างบันทึกความเข้าใจฯ 3. หากมีความจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงร่างบันทึกความเข้าใจฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญก่อนมีการลงนาม ให้สำนักงาน ปปส. สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง
เห็นชอบสาระสำคัญในร่างถ้อยแถลงตั้งเวทีหารือด้านพลังงานกับพม่า
นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่าครม.เห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงพลังงานเสนอดังนี้ 1. เห็นชอบสาระสำคัญในร่างถ้อยแถลงร่วม ว่าด้วยการจัดตั้งเวทีหารือด้านพลังงาน ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ จำนวน 3 ฉบับ พร้อมทั้งอนุมัติให้กระทรวงพลังงาน สามารถพิจารณาปรับปรุงถ้อยคำในร่างถ้อยแถลงร่วมฯ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญของความร่วมมือได้ตามความเหมาะสม ก่อนที่จะมีการลงนามกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กระทรวงไฟฟ้า 1 และกระทรวงไฟฟ้า 2 ของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ (หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลเมียนมาร์)
รองโฆษกสำนักนายกฯ กล่าวว่า 2. อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ลงนามในร่าง ถ้อยแถลงร่วมว่าด้วยการจัดตั้งเวทีหารือด้านพลังงาน ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ และ 3. อนุมัติให้กระทรวงการต่างประเทศ ออกหนังสือมอบอำนาจเต็มให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนาม ในร่างถ้อยแถลงร่วมฯ ดังกล่าว
......
(หมายเหตุ : ที่มาของภาพ www.rsunews.net)



