ข่าว

ชู'ธรรมามูล'ชุมชนเข้มแข็งสู้ภัยน้ำท่วม

ชู'ธรรมามูล'ชุมชนเข้มแข็งสู้ภัยน้ำท่วม

17 ก.ค. 2555

สสส. สนองพระราชดำรัสสมเด็จพระเทพฯ เสริมพลัง 30,000 คน สร้างชุมชนเข้มแข็ง กำหนดแผน 3 ระยะรับมืออุทกภัย ชู “ธรรมามูล” ชุมชนต้นแบบพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ถอดบทเรียนสู้ภัยน้ำท่วม

              16ก.ค.2555 ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นำผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยนายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ที่ปรึกษา รมช.พานิชย์ และคณะสื่อมวลชน ร่วมลงพื้นที่ “เรียนรู้สู้อุทกภัย พึ่งตนเองได้ไม่รอถุงยังชีพ” โครงการศูนย์แก้ไขปัญหาภัยพิบัติภาคประชาชนตำบลธรรมามูล จ.ชัยนาท ซึ่งมีการเตรียมความพร้อมรับมือเหตุอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น

                ทพ.กฤษดา กล่าวว่า โครงการศูนย์แก้ไขปัญหาภัยพิบัติภาคประชาชนตำบลธรรมามูลจ.ชัยนาท เป็นต้นแบบสำคัญในการฟื้นฟูพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย ตามโครงการฟื้นฟูสุขภาวะชุมชนที่ประสบอุทกภัยของ สสส. ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือน มี.ค. 2555 เน้นสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของชุมชน ทั้งบ้าน วัด โรงเรียน ใน 33 พื้นที่ทุกภูมิภาค ครอบคลุมการจัดการภัยพิบัติทั้ง 3 ระยะ คือ 1.ระยะก่อนเกิดภัย เน้นระบบการเรียนรู้ ป้องกันความเสี่ยง และเตือนภัย 2.เมื่อเกิดภัย เน้นระบบปฏิบัติการพิเศษในภาวะฉุกเฉินเพื่อระงับภัย การช่วยชีวิต การอพยพ ปฏิบัติการทางการแพทย์ และศูนย์พักพิง และ 3.ระยะหลังเกิดภัย เน้นระบบช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ ฟื้นฟูชีวิต สิ่งแวดล้อม อาชีพ และสังคมวัฒนธรรม ซึ่งสามารถรับมือกับสถานการณ์พิเศษต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง ไฟไหม้ ดินถล่ม และแผ่นดินทรุดตัวโดยเมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำรัสในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนชุมชนธรรมามูลว่า เป็นเรื่องดีที่ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง เตรียมความพร้อมรับภัยพิบัติ ทำให้ประชาชนใช้ชีวิตอยู่กับน้ำได้อย่างมีความสุข ซึ่งสสส. จะน้อมนำพระราชดำรัสของพระองค์มาเป็นแนวทางสำคัญในการดำเนินงานต่อไป

                “นอกจากโครงการนี้ สสส. ยังร่วมกับ 1,234 ตำบลเครือข่าย และ 30,000 แกนนำหน้าใหม่ สร้างความเข้มแข็งให้ท้องถิ่นผ่านโครงการต่างๆ และจะเดินหน้าสนับสนุนชุมชนให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะที่มีศักยภาพแต่ขาดช่องทางการทำงาน โดยเชื่อมั่นว่า แม้ต้องเผชิญกับภัยพิบัติ ชุมชนที่เข้มแข็งจะเป็นหลักที่มั่นคงให้ประเทศชาติฝ่าฟันและก้าวหน้าได้อย่างยั่งยืน” ทพ.กฤษดา กล่าว

                ด้านนายธวัชชัย เอี่ยมจิตร์ กำนัน ต.ธรรมามูล อ.เมือง จ.ชัยนาท กล่าวว่า วิกฤตน้ำท่วมที่ผ่านมาสร้างความเสียหายรุนแรงอย่างไม่เคยเกิดขึ้น พื้นที่การเกษตรกว่า 2 หมื่นไร่ได้รับผลกระทบ ชาวบ้านไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องรอถุงยังชีพจากภายนอก ซึ่งบางครั้งไม่ทันการณ์ ปีนี้จึงร่วมกับ สสส. ระดมความเห็นชาวบ้าน ถอดบทเรียน เพื่อให้ทราบปัญหาและแนวทางแก้ไข ต่อยอดเป็น 2 โครงการ คือ 1.โครงการคลังอาหาร เปลี่ยนวิถีชีวิตการเกษตรเช่น คัดเลือกสายพันธุ์ที่ปลูกให้ทนทานต่อน้ำท่วมขัง หรือเก็บเกี่ยวได้ก่อนถึงฤดูน้ำหลากแปรรูปถนอมอาหารไว้รับประทานนานๆ ปลูกผักสวนครัวในกระถางเพื่อสามารถย้ายขึ้นแพหากเกิดน้ำท่วม เป็นต้น และ 2.โครงการศูนย์แก้ไขปัญหาภัยพิบัติภาคประชาชน จ.ชัยนาทอบรมแกนนำชุมชนในตำบลทั้ง 10 หมู่บ้าน ให้เข้าใจพื้นที่ว่า พื้นที่ใดเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย พื้นที่ใดปลอดภัย รวมถึงจัดทีมช่วยเหลือแบบบูรณาการทั้งคนขับเรือ ทีมสาธารณสุข ทีมประสานงาน ฯลฯ ป้องกันความสับสน ซ้ำซ้อน ถือเป็นการพลิกวิกฤติความสูญเสียเป็นโอกาสในการปรับตัวให้สามารถรับมือภัยพิบัติได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งปลายเดือนนี้คณะจากสำนักงบประมาณจำนวน 50 คน จะเดินทางลงพื้นที่เพื่อดูงานที่ศูนย์ฯ ด้วย