ข่าว

ปิดถ.พหลฯจี้จ่าย2หมื่นเยียวยาน้ำท่วม

ปิดถ.พหลฯจี้จ่าย2หมื่นเยียวยาน้ำท่วม

17 ก.ค. 2555

"บางเขน-บางแค" ปิดถนนเรียกร้องเงินเยียวยาน้ำท่วม 2 หมื่นทุกราย แฉเบื้องหลัง ส.ส.พื้นที่ยุ "ม็อบ" ประท้วง เย้ยให้ไปร้องที่ทำเนียบฯแทน กทม.ผนึก"สมุทรปราการ" วางระบบป้องกันน้ำท่วม "ยิ่งลักษณ์"แจงแผนจัดการน้ำไม่ให้ความสำคัญต่างชาติมากกว่าคนไทย ย้ำไม่มีรวบร

               17ก.ค.2555 เกิดเหตุชาวบ้าน 2 กลุ่มประท้วงเรียกร้องเงินเยียวยาน้ำท่วมจำนวน 20,000 บาท โดยกลุ่มแรก ประมาณ 200 - 300 คน มาชุมนุมประท้วงที่หน้าที่หน้าสำนักงานเขตบางแค ได้ทำการปิดถนนขาเข้า และขาออก ถนนเพชรเกษม ที่เชื่อมระหว่างต่างระดับฉิมพลี กับถนนพระราม 2 ส่งผลให้การจราจรติดขัดยาวกว่า 20 ก.ม. สร้างความเดือดร้อนให้คนใช้รถใช้ถนนอย่างหนัก

               ส่วนอีกกลุ่มหนึ่ง เป็นชาวบ้านของเขตบางเขน ประมาณ 1,400 คน ซึ่งมาชุมนุมประท้วงที่หน้าสำนักงานเขตบางเขนถนนพหลโยธิน โดยทำการปิดถนนพหลโยธิน ขาเข้า ทุกด้าน ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนักเช่นเดียวกัน

               พ.ต.ท. นิรุชพล โยธษามาตรย์ สว.จร.สน.บางเขน เปิดเผยว่า ขณะนี้ ชาวบ้านยังไม่ยอมเปิดเส้นทาง พหลโยธิน ขาเข้า แต่ในอุโมงค์ลอดวงเวียนบางเขน ยังใช้การได้ชาวบ้านขู่ว่า หากเจรจาไม่เป็นผล จะปิดอุโมงค์บางเขน ด้วย ล่าสุด ผู้บริหารของเขตยังไม่ลงมาเจรจากับชาวบ้าน ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก

               ทางด้าน พ.ต.ท.ธนกฤต บุญเจริญ สว.จร.สน.เพชรเกษม กล่าวว่า กลุ่มชาวบ้าปิดถนนเพชรเกษม ฝั่งขาไปถนนพระราม 2 อยู่ แต่เปิดช่องจราจรแค่ 1 ช่องทาง ให้รถผ่านได้ โดยยังไม่สามารถเจรจากับทางเขตได้ และเรียกร้องพบ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ล่าสุดสถานการณ์คลี่คลายแล้ว

               นางวัชราภรณ์ กวยะปาณิก ผู้อำนวยการเขตบางเขน กล่าวถึงกรณีมีประชาชนเดินทางมาชุมนุมปิดถนนพหลโยธิน ด้านหน้าสำนักงานเขต เพื่อเรียกร้องขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วม 20,000 บาททุกครัวเรือนว่า ตนได้เจรจารับเรื่องร้องเรียนไว้แล้ว โดยรับปากว่าจะนำเรื่องรายงานให้ผู้บริหารกทม.รับทราบ เพื่อหาทางแก้ไขต่อไป เบื้องต้นประชาชนเข้าใจเป็นอย่างดี แต่ให้กทม.พิจารณาเรื่องนี้เป็นเวลา 15 วัน

               ด้านนายพิศณุ เจริญนุกูล ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางแค กล่าวว่า ขณะนี้ทางเขตได้รับเรื่องไว้ พร้อมเรียกตัวแทนผู้ชุมชนมาชี้แจงว่ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ทำหนังสือไปถึงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)แล้ว กรณีประชาชนเรียกร้องเงินเยียวยาน้ำท่วม 20,000 ทุกครัวเรือน เพราะก่อนหน้านี้ ก็มีประชาชนเขตสายไหม ดอนเมือง บางพลัด ก็ยื่นข้อเรียกร้องนี้มาเช่นกัน ซึ่งหากกรมปภ.ตอบกลับมาอย่างไรจะแจ้งให้ประชาชนรับทราบทันที ประชาชนได้พอใจจึงได้แยกย้ายสลายการชุมนุมในเวลาต่อมา

               ขณะที่นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ได้รับรายงานแล้ว ตนได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงประชาชนว่า หากไม่พอใจเงินที่ได้รับสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ และให้แจ้งด้วยว่ากทม.ได้ขยายเวลาขอรับเงินเยียวยา กรณีที่ประชาชนยังไม่ได้มาลงชื่อในเวลาที่กำหนด ที่สำคัญให้ชี้แจงประชาชนว่า กทม.ได้ทำหนังสือถึงกรมปภ.เพื่อขอเงินเยียวยาน้ำท่วมให้ประชาชน 20,000 บาททุกครัวเรือนแล้ว ทั้งนี้ได้ทราบมาว่าในวันที่ 18 ก.ค. ประชาชนในพื้นที่เขตดอนเมือง และในวันที่ 20 ก.ค. ประชาชนในพื้นที่เขตทวีวัฒนาจะรวมตัวชุมนุมหน้าสำนักงานเขตเพื่อเรียกร้องกรณีเช่นเดียวกัน

               นายอัศวัชร์ อภัยวงศ์ ที่ปรึกษาของนายธีระชน กล่าวว่า ที่ผ่านมา กทม.ได้ดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลังในการพิจารณาช่วยเหลือเงินเยียวยาตามความเสียหายจริง 5 รายการให้แก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย 36 เขตอย่่างเคร่งครัด แต่ประชาชนรู้สึกไม่เท่าเทียมกับประชาชนในต่างจังหวัดที่ได้รับเงินมากกว่า กทม.จึงได้ยื่นขอเงินเพิ่มเติมเพื่อนำมาจ่ายให้ประชาชาชน ซึ่งกทม.ได้พยายามทำทุกทาง แต่ทราบมาว่าการชุมนุมเกิดจากการจัดตั้งของส.ส.ในพื้นที่ ดังนั้นหากประชาชนต้องการเงินเพิ่มเติม ก็ควรนำประชาชนไปประท้วงที่ทำเนียบรัฐบาล ไม่ใช่สำนักงานเขต เพราะคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้อนุมัติเงินไม่ใช่กทม.


กทม.ผนึก"สมุทรปราการ"วางระบบป้องกันน้ำท่วม

               นายธีระชน  กล่าวภายหลังร่วมหารือกับนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ถึงความร่วมมือการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และการป้องกันน้ำท่วมที่ปลายน้ำบริเวณแก้มลิงตะวันออก ที่ประตูระบายน้ำสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ว่า จากความร่วมมือระหว่างกทม. และจ.สมุทรปราการในการบริหารจัดการน้ำ จะดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากจ.สมุทรปราการมีสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิของกรมชลประทานที่มีเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จำนวน 4 เครื่อง สามารถสูบน้ำได้วันละ 100 ลูกบากศ์เมตรต่อวินาที

               นายธีระชน กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้มีสถานีสูบน้ำชลหารพิจิตร 1 และ 2 ที่มีเครื่องสูบน้ำรวม 20 เครื่อง สามารถสูบน้ำได้  120 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เช่นกัน ซึ่งสามารถสูบน้ำระบายออกสู่ชายทะเลบริเวณแก้มลิงได้อย่างรวดเร็ว โดยทั้งหมดนี้เป็นความร่วมมือของจ.สมุทรปราการและกรมชลประทานที่จะทำให้การบริหารจัดการน้ำ จึงยังมั่นใจว่าปีนี้น้ำจะไม่ท่วมกรุงเทพฯอีกแน่นอน

 

"ยิ่งลักษณ์"แจงแผนจัดการน้ำไม่ให้ความสำคัญต่างชาติมากกว่าคนไทย

               น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์ร่างข้อตกลงการจัดระบบบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ โดยมองว่ารัฐบาลข้ามขั้นตอนเร่งรัดเกินไปและให้ความสำคัญนักลงทุนต่างชาติมากกว่าคนไทยว่า คงไม่ใช่อย่างนั้น ขั้นตอนนี้ไม่ใช่ขั้นตอนที่เร่งรัด เพราะเบื้องต้นเราจะขอร่างข้อคิดเห็นข้อแนะนำก่อน ยังไม่ถึงขั้นตอนที่จะตกลงการจัดซื้อจัดจ้าง ตรงนี้เปิดโอกาสให้กับนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะเห็นจากจำนวนรายชื่อเป็นนักลงทุนในประเทศเยอะและหลังจากครบกำหนด 1 เดือน นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ หรือ กบอ.จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องผู้ที่เกี่ยวข้องมาชีแจงให้เกิดความชัดเจน เรียนว่าทุกอย่างไม่มีการรวดรัด 

               นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าขณะนี้ยังไม่ได้ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม  เนื่องจากต้องเห็นแผนก่อน ซึ่งแผนนี้เป็นเรื่องงานก่อสร้าง และการที่ให้เสนอทีโออาร์เป็นลักษณะที่เราต้องการความเห็นแผนการระบายน้ำ การบริหารจัดการน้ำด้วย ซึ่งจะเห็นผลกระทบในขณะเดียวกัน

               ผู้สื่อข่าวถามว่า   รัฐบาลติดตามงานการบริหารจัดการน้ำทุกสัปดาห์ ห้วงเวลาไหนที่จะบอกได้ว่าพื้นที่ไหนน้ำจะท่วมและพื้นที่ไหนน้ำไม่ท่วม เพราะประชาชนอยากรู้เพื่อเตรียมพร้อมรับมือของตัวเอง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า บอกแน่ ขอเวลานิดหนึ่ง ข้อมูลทั้งหมดกำลังรวมอยู่ ไม่เกินเดือนหน้าเราจะชี้แจงประชาชน 

               ทำให้ผู้สื่อข่าวถามว่า  หมายถึงจะชี้เลยใช่หรือไม่พื้นที่ไหนต้องถูกน้ำท่วม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องเรียนว่าการพยากรณ์ข้างหน้าคงไม่สามารถบอกได้ 100% ว่าพื้นที่ไหนจะท่วมหรือไม่ท่วม แต่เราจะบอก โดยดูแนวโน้มจากการพยากรณ์ว่าพื้นที่ไหนมีความเสี่ยงแค่ไหน แต่เปอร์เซ็นต์ความถูกต้องหรือไม่นั้นต้องขึ้นอยู่กับปริมาณใกล้ๆนั้นอีกที อย่างที่เราเห็นบางทีมีพายุต่างๆเข้ามาถึงเวลาจริงอาจไม่ลงบางภาค บางครั้งเคลื่อนจากภาคเหนือมาลงภาคตะวันออกเฉียงเหนือแบบนี้เป็นต้น ซึ่งต้องมีองค์ประกอบเข้ามาช่วย แต่สิ่งที่เราบอกคืองบประมาณเร่งด่วนเรานำไปทำพนังกั้นน้ำ ดูแลเรื่องเขื่อนและระบบการป้องกันอย่างเต็มที่ในเวลาที่มีอยู่อย่างไร อันนี้บอกได้ คงขอแยกเป็นสองส่วน ซึ่งจะทำให้มากที่สุดละเอียดที่สุด เพื่อให้ประชาชนเกิดความสบายใจ

               เมื่อถามว่า นอกจากการบอกผ่านสื่อรัฐบาลจะมีวิธีการอย่างไรที่จะแจ้งให้ประชาชนทราบว่ารัฐบาลได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีแน่นอน รอนิดนึง

               ผู้สื่อข่าวถามว่า จะครบ 1 ปีในการดำเนินงานแผนบริหารจัดการน้ำที่แถลงไว้ต่อรัฐสภามีความคืบหน้าแค่ไหน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แผนบริหารจัดการน้ำต้องแยกเป็นสองส่วน คือแผนงานก่อสร้างส่วนใหญ่คืบหน้าไปประมาณ 60-70% ส่วนแผนบริหารเรื่องการระบายน้ำตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ นั้น ในส่วนของปลายน้ำต้องหารือด้านเทคนิคเร่งการระบายน้ำพื้นที่ตอนปลายให้ลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตามการบริหารจัดการน้ำได้มีการบูรณาการเป็นเอกภาพตั้งแต่เรื่องการพยากรณ์และการเตือนภัย คิดว่าไม่เกินเดือนหน้าจะชี้แจงให้ประชาชนรับทราบทั้งหมด

"โฆษกมท."ปัดอ้างกทม. เพิ่งส่งเรื่องให้แก้ปัญหา


               นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ โฆษกกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า การชุมนุมที่หน้าสำนักงานเขตบางเขน และที่อื่น ๆในกทม. เพื่อเรียกร้องเงินเยียวยาน้ำท่วม โดยอ้างติดขัดที่กระทรวงมหาดไทยนั้นว่า  ไม่เป็นความจริง เนื่องจากหนังสือของกทม. เพิ่งส่งมายังกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 12 ก.ค. เท่านั้น เพราะฉะนั้น กระทรวงมหาดไทยไม่สามารถพิจารณาและเดินเรื่องได้ทันกับข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมอย่างแน่นอน ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าก่อนหน้านี้กทม.ทำอะไรอยู่ เมื่อเกิดปัญหาเริ่มชุมนุมขึ้น จึงโยนเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทยให้รับภาระแทน

               “ก่อนหน้านี้กทม.อ้างว่ามีอำนาจเต็ม เนื่องจากเป็นการปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบพิเศษ สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว และสามารถทำสัญญาในวิธีพิเศษได้ แต่พอมีปัญหาเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม กลับอ้างว่าเป็นอำนาจของรัฐบาลทันที และยื่นขอ 2 หมื่นบาทเท่ากันทุกครัวเรือน ทั้งที่ไม่มีระเบียบอะไรรองรับ ถามว่าถ้ากระทรวงมหาดไทยรับข้อเสนอของกทม.แล้วปฏิบัติตาม จะต้องดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาทุกจังหวัดที่จ่ายไปก่อนหน้านี้ใหม่หรือไม่ เพราะกระทรวงมหาดไทยไม่เคยใช้การจ่าย 2 หมื่นบาททุกครัวเรือนเท่ากันมาก่อน” นายพิพัฒน์ชัยกล่าว

               โฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวอีกว่า ทางที่ดีกทม.ควรจะขยายเวลาการร้องเรียนและสำรวจประชาชนในเขตที่ตกหล่นออกไปอีก รวมถึงทำความเข้าใจกับประชาชนในเขตต่าง ๆ ว่าระเบียบการจ่ายเงินเป็นอย่างไร และที่ผ่านมาผิดพลาดในจุดใด อย่างไรก็ตาม อยากตั้งข้อสังเกตว่าการทำงานระหว่างรัฐบาลที่ประสานขอความร่วมมือไปยังกทม. มักจะไม่มีความคืบหน้าแทบทุกงาน ยกตัวอย่างเช่น การขุดลอกคลองทั่วกรุงเทพฯ ก็ล่าช้า ไม่ประสบความสำเร็จ ขณะที่การจ่ายเงินเยียวยาก็ประสบปัญหาเรื่องร้องเรียน และมีรายชื่อผู้ประสบภัยตกหล่นมากที่สุดทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นเมื่อกทม.ไม่สามารถทำงานอะไรได้สำเร็จสักอย่าง ก็อยากให้กทม.โอนงานทุกอย่างกลับมาให้กระทรวงมหาดไทยทำเอง แล้วคอยดูหลังจากนี้ว่าหน่วยงานไหนทำงานเร็วกว่ากัน