
ยื่นปปช.สอบ'สุเทพ'แจ้งทรัพย์สินเท็จ
'เรืองไกร' ยื่น ปปช. สอบ 'สุเทพ-สาธิต' แจ้งทรัพย์สินเท็จ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวในที่ 17 ก.ค. 55 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา เปิดเผยว่า ตนได้ยื่นเรื่องต่อประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ขอให้ตรวจสอบ นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ว่าจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 263 หรือไม่ โดยกรณีของนายสาธิต ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ปปช. ในรายการที่ดินและอาคาร ดังนี้ โฉนดเลขที่ 89242 เนื้อที่ 1 ไร่ 53 ตารางวา ตอนเข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2551 มูลค่า 3.171 ล้านบาท แต่ต่อมาได้แจ้งที่ดินแปลงเดียวกันอีก 3 ครั้ง ด้วยราคา 906,000บาท จึงมีข้อสังเกตว่า การแจ้งเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2551 เป็นการแสดงราคาที่ดินอันเป็นเท็จหรือไม่ เพราะปกติที่ดินไม่ควรมีราคาลดลง นอกจากนี้ยังมีที่ดิน น.ส.3 ก หรือ ก.ส.น.5 เลขที่ 3705 ต่อมาเปลี่ยนเป็นโฉนดเลขที่ 3167 โดยแจ้งเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2551 มูลค่า 3 ล้านบาท เนื้อที่ 49 ไร่ 3 งาน 32 ตารางวา ต่อมาแจ้งเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2554 แต่ไม่แสดงมูลค่า แต่มาแจ้งอีกครั้งวันที่ 2 ส.ค. 2554 แสดงมูลค่า 1 ล้านบาท แต่มีเนื้อที่ 89 ไร่ 3 งาน 70 ตารางวา และต่อมาแจ้งเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2555 โดยแสดงมูลค่า 1 ล้านบาท เนื้อที่ 49 ไร่ 3 งาน70 ตารางวา เห็นว่ามีการแจ้งไม่สอดคล้องกัน จึงอาจเข้าลักษณะการแจ้งบัญชีทรัพย์สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ
นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังไม่ได้แจ้งที่ดินอีก 2 แปลง คือโฉนดเลขที่ 16324 และโฉนดเลขที่ 16321 ที่ได้มาเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2534 จึงอาจเข้าลักษณะปกปิดบัญชีทรัพย์สิน และยังตรวจสอบพบว่า มีการแจ้งราคาบ้านที่ตั้งอยู่บนโฉนดเลขที่ 125539 เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2551 ราคา 7 แสนบาท แต่ต่อมาได้แจ้งบ้านหลังเดียวกันอีก 3 ครั้ง ด้วยราคา 300,000 บาท และมีการแจ้งราคาบ้านที่ตั้งอยู่บนโฉนดเลขที่ 3167 เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2551 ด้วยราคา 8 แสนบาท แต่ต่อมาได้แจ้งบ้านหลังเดียวกันอีก 3 ครั้ง ด้วยราคา 4 แสนบาท จึงมีข้อสังเกตว่าการแจ้งราคาบ้านบนที่ดินทั้ง 2 ผืน ซึ่งมีราคาส่วนต่างหลังละ 4 แสนบาท เป็นการแสดงราคาอันเป็นเท็จหรือไม่
นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า ส่วนนายสุเทพ ได้ยื่นบัญชีเมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2554 ว่ามีทรัพย์สิน-สุทธิ 93,848,808.27 บาท และยื่นบัญชีเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2555 ว่ามีหนี้สิน-สุทธิ (ทรัพย์สินรวมน้อยกว่าหนี้สินรวม) 56,969,485.57 บาท เมื่อเปรียบเทียบบัญชีทั้งสองครั้ง ซึ่งห่างกันประมาณ9 เดือน แสดงว่านายสุเทพ มีหนี้สิน-สุทธิเพิ่มขึ้น 150,818,293.84บาท ทั้งที่แสดงรายได้ไว้ 42,552,891 บาท แสดงรายจ่ายไว้ 42,078,083 บาท มีรายได้สูงกว่ารายจ่ายเล็กน้อย จึงมีข้อสังเกตว่า ทำไมจึงมีหนี้สินเพิ่มขึ้นถึง 150 ล้านบาทเศษ แต่เมื่อไปตรวจสอบในบัญชีด้านหนี้สิน พบว่า นายสุเทพมีเงินกู้จากธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เป็นยอดเงินต้นคงค้างอยู่ 224,580,162.74 บาท มีที่ดินที่แจ้งเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2555 รวม 149 แปลง มูลค่า164,379,400 บาท และมีที่ดินที่แจ้งเมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2554 รวม 59 แปลง มูลค่า 98,088,050 บาท แสดงว่า มีที่ดินเพิ่มขึ้น 90 แปลง มูลค่า 66,291,350บาท ดังนั้นหากนำหนี้สินที่เป็นเงินกู้จากธนาคารอิสลาม หักด้วยมูลค่าที่ดิน 90 แปลง 66,291,350 บาท จึงมีประเด็นที่ควรตรวจสอบว่าหนี้สินที่ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้ มีอยู่ประมาณ 158,288,812.74 บาท
นายเรืองไกร กล่าวว่า ตามหลักการบัญชีทั่วไป หนี้สินที่เพิ่มขึ้นควรคู่กับรายการทรัพย์สินประเภทใดประเภทหนึ่ง ดังนั้นการแจ้งบัญชีทรัพย์สินอาจมีการจงใจยื่นด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริง เมื่อเปรียบเทียบบัญชีที่ดินเป็นรายแปลง พบว่ามีการแจ้งราคาที่ดินบางรายการไม่ตรงกัน เช่น โฉนดที่ดิน เลขที่ 24563 เนื้อที่ 38 ไร่ 1 งาน 76 ตารางวา แสดงราคาเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2554 มูลค่า 8,156,400 บาท อีก 4 เดือนต่อมา แสดงราคามูลค่า 38,436,600 บาท ซึ่งสูงขึ้นกว่าเดิมถึง 30,280,200 บาท จึงขอให้ ปปช.ดำเนินการตรวจสอบไต่สวนตามอำนาจหน้าที่ว่า นายสาธิต และนายสุเทพ จงใจยื่นแสดงบัญชีด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 263 วรรคหนึ่งหรือไม่



