ข่าว

ตร.หญิงนครบาลเชิดเงินกู้นอกระบบ

ตร.หญิงนครบาลเชิดเงินกู้นอกระบบ

19 พ.ค. 2552

แม่ค้าโผล่แจ้งจับ "ด.ต.หญิงนครบาล" เชิดเงินกู้ 50 ล้าน หลังถูกหลอกควักเงินล้านร่วมหุ้นปล่อยกู้ อ้างบิ๊กตำรวจสั่งขอเงินเพิ่มทุน ชวนญาติระดมเงินได้ 10 ล้านโชคดีตำรวจแสบเผ่นหนีก่อน เตรียมลงขันตั้งรางวัลนำจับ แฉมือเติบช็อปปิ้งวันละ 2-3 หมื่น ก่อนหนีถูกเบี้ยว

จากกรณี ด.ต.หญิงชนากานต์ บูรณพงศ์ ตำแหน่ง ผบ.หมู่ ฝอ.1 บก.อก.บช.น. ทำหน้าที่เจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจนครบาล ได้ยักยอกเงินกู้นอกระบบของสหกรณ์กว่า 50 ล้านบาทแล้วหลบหนีไป ซึ่งเงินทุนในการให้กู้ได้ระดมมาจากนายตำรวจใน บช.น. กระทั่งเมื่อปลายสัปดาห์ก่อนได้มีคำสั่งให้ ด.ต.หญิงชนากานต์ ออกจากราชการไว้ก่อน เนื่องจากขาดราชการนานติดต่อกัน 15 วันโดยไม่มีเหตุอันควรถือว่าเป็นความผิดวินัยร้ายแรง พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนกรณีขาดงานดังกล่าวโดยไม่มีการแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบ

 ล่าสุดเมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 19 พฤษภาคม นางแดง (นามสมมติ) อายุ 38 ปี อาชีพขายน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ หนึ่งในผู้เสียหายที่นำเงินมาลงทุนกับ ด.ต.หญิงชนากานต์ เดินทางมาที่ห้องสื่อมวลชนกองบัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมนำหลักฐานสัญญาเงินกู้ที่มี ด.ต.หญิงชนากานต์ เซ็นลงนามพร้อมหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชี และเอกสารรับรองซึ่งเป็นบัตรข้าราชการตำรวจของ ด.ต.หญิงชนากานต์ เข้าชี้แจงต่อสื่อมวลชนพร้อมเล่าเหตุการณ์ที่หลงกลตกเป็นเหยื่ออย่างละเอียดและกล่าวสรุปในตอนท้ายอย่างอารมณ์ดีว่า เพราะความโลภของตัวเองแท้ๆ จากนั้นได้นำหลักฐานทั้งหมดเข้าร้องเรียนต่อพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้

 นางแดง เปิดเผยว่า รู้จักกับ ด.ต.หญิงชนากานต์ หรือแต๋ม ประมาณ 2 ปีจากการแนะนำของตำรวจชั้นประทวนสังกัดตำรวจนครบาลนายหนึ่ง ชักชวนให้นำเงินมาปล่อยเงินกู้สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจนครบาลโดยให้ดอกเบี้ยร้อยละ 5 จึงสนใจนำเงินมาลงทุนครั้งแรก 3 แสนบาท ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมาได้เงินตอบแทนเดือนละ 1.5 หมื่นบาทและจ่ายตรงเวลาตลอด กระทั่งเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมาตำรวจหญิงคนนี้ก็ชักชวนให้นำเงินมาลงทุนเพิ่มอีก จึงตัดสินใจนำมาให้อีก 2 แสนบาท และเพิ่งได้รับดอกเบี้ยเพียง 1 หมื่นบาท ต่อมาเมื่อช่วงหลังสงกรานต์ที่ผ่านมาตำรวจหญิงคนนี้ก็โทรศัพท์มาบอกว่า นายเวรของนายพลคนหนึ่งขอเพิ่มยอดอีก 5 แสน และจะให้ดอกเบี้ยร้อยละ 7 จึงหลงเชื่อเพราะเห็นว่าดอกเบี้ยดี จึงรีบไปหาเงินแล้วนัดส่งเงินให้ที่ห้างเซ็นทรัล สาขาบางนา โดยตนหาเงินได้ไม่ครบ นำเงินมาให้แค่ 4.2 แสนบาท และมีการเซ็นสัญญากันเหมือนที่ผ่านมา และยังบอกด้วยว่าถ้ามีเงินก็เอามาอีก จึงไปชักชวนญาติๆ ที่ จ.นครราชสีมา ช่วยกันหาเงินมาลงทุน จนญาติหลายคนต่างไปกู้เงิน ธ.ก.ส.มาลงทุน ส่วนตนนำโฉนดที่ดินผืนหนึ่งที่เป็นมรดกจากพ่อแม่ไปจำนำกับญาติได้เงินมาอีก 1 ล้านบาท รวมยอดของญาติๆ เป็น 10 ล้านบาท โดยกำลังจะเตรียมมาให้ แต่ตำรวจหญิงคนนี้ได้หลบหนีไปแล้ว 

 "อยากให้แต๋มเอาเงินมาคืนจะได้พ้นผิด เพราะเป็นเงินที่เก็บมาทั้งชีวิตจากอาชีพแม่ค้า ต้องเลี้ยงดูครอบครัวอีกหลายคน และอยากเรียกร้องให้ผู้เสียหายรายอื่นๆ ออกมาแสดงตัวไม่ต้องกลัวอิทธิพลใดๆ และฉันก็ยินดีจะให้รางวัลนำจับ เพราะรู้ว่ามีนายตำรวจในนครบาลอีกกว่า 10 คน รวมทั้งพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของอยู่ด้านหลัง บช.น.ลงทุนไปเยอะมาก มีอยู่รายหนึ่งที่รู้จักกันเอาเงินมาให้แต๋มร่วม 10 ล้านบาททีเดียว หากมาร่วมกันคิดและลงขันตั้งรางวัลนำจับให้คนแจ้งเบาะแส คงหาตัวได้ไม่ยาก" นางแดง กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่ ด.ต.หญิงคนนี้จะหายตัวไป ได้นำรถยนต์โตโยต้าคัมรี ป้ายแดง ที่ซื้อมาราคาล้านกว่าบาทและรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี ป้ายแดง ที่ซื้อมาไปจำนำกับนายตำรวจคนหนึ่ง ในราคาคันละ 5 แสนบาทโดยอ้างว่า หมุนเงินไม่ทัน แต่นายตำรวจคนนี้ก็รับจำนำทั้งที่มีเพื่อนนายตำรวจด้วยกันเตือนแล้วว่า อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับ ด.ต.หญิงคนนี้ แต่กลับไม่เชื่อ จนขณะนี้รถยนต์ทั้ง 2 คันถูกไฟแนนซ์ยึดกลับไปแล้ว เพราะขาดส่งเกิน 3 งวด นอกจากนี้มีรายงานด้วยว่า สาเหตุที่ ด.ต.หญิงคนนี้หมุนเงินไม่ทัน เพราะนอกจากนำเงินมาปล่อยกู้นอกระบบแล้วยังนำเงินไปปล่อยกู้ที่อื่นอีก โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 20 แต่ถูกโกงอีกต่อหนึ่งจึงหมุนเงินไม่ทัน ประกอบกับเป็นคนใช้เงินมือเติบใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือย ช็อปปิ้งวันละ 2-3 หมื่นบาท และยังมีหนี้สินเงินกู้สหกรณ์ บช.น.ในชื่อของตัวเองวงเงิน 9 แสนบาท ซึ่งเพื่อนตำรวจหญิงด้วยกันที่เซ็นค้ำประกันไว้ต่างเคร่งเครียดกันเป็นแถวเพราะต้องแบกภาระชดใช้หนี้แทน

 สำหรับนายตำรวจที่นำเงินมาลงทุนนั้นมียอดเงินตั้งแต่ 5 แสนบาทจนถึง 10 ล้านบาท โดยเฉพาะรายใหญ่มีตำรวจระดับชั้นนายพลรวมอยู่ด้วย และมีระดับ ผกก. อักษรย่อ "พ" , พ.ต.ท. "จ." , พ.ต.ท. "อ." , สารวัตร "ช." , สารวัตร "ส." รวมถึงเจ้าหน้าที่ในสหกรณ์ด้วยกันและนอกหน่วยอีกหลายนาย