
ยายรับสารภาพฆ่าหลาน ม.1จริง
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ แถลง ยายรับสารภาพ ฆ่าหลาน ม.1 นำศพไปทิ้งบริเวณบันไดหนีไฟเพื่ออำพราง อ้างเด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว พบยังเคยต้องคดี ยิงสามีตัวเองจนเสียชีวิต
วันที่ 17 ก.ค.55 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.พร้อมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนางสมจิต จำปาดี อายุ 55 ปี ยายก่อเหตุฆ่า ด.ช.อรรถสิทธิ์ หรือ น้องเบิร์ด ลีเลิศยุทธ์ อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1/11 โรงเรียนวชิรธรรมสาธิต หลานชายตัวเองเสียชีวิตบริเวณบันไดหนีไฟระหว่างชั้น 3 ขึ้นชั้น 4 อาคารยงเจริญคอมเพล็กซ์ ตึก D เลขที่ 80-80/207 ซอยสุภาพงษ์ 1 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม.เหตุเกิดวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา พร้อมของกลางผ้านวมเปื้อนเลือดที่ห่อศพหลานไปทิ้งและท่อนไม้กลมยาว ประมาณ 1 เมตร โดยสภาพศพผู้ตายพบร่องรอยตามร่างกายมีบาดแผลถูกทุบด้วยของแข็งที่คิ้วซ้าย ศีรษะ ต้นคอ และท้ายทอย จนเขียวช้ำ โดยก่อนหน้านี้ชุดสืบสวนนครบาลตั้งข้อสันนิฐานว่าอาจเป็นการฆ่าปิดปากจากขบวนการลอบค้ายาเสพติด แต่สุดท้ายโอละพ่อผู้ที่ลงมือทำร้ายร่างกายเด็กชายอรรถสิทธิ์จนเสียชีวิตเป็นยายของผู้ตายเอง
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า นางสมจิต ผู้เป็นยายตกเป็นผู้ต้องสงสัยมาตั้งแต่ต้นและมีท่าทีพิรุธหลายอย่างจากคำให้การในครั้งแรกช่วงที่พบศพเด็ก แต่เหตุที่ตำรวจยังไม่เรียกตัวมาสอบปากคำเพราะต้องการให้จัดงานศพหลานชายให้เรียบร้อยก่อน ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจับผู้ต้องหาถูกคนไม่ผิดตัวอย่างแน่นอน เพราะมีหลักฐานหลายอย่างที่สาวไปถึงทั้งรอยลากศพ รอยคราบเลือดที่เปื้อนที่บันได หลักฐานจากกล้องวงจรปิดต่างๆ และผ้าห่มนวมที่เปื้อนเลือดใช้คลุมศพและลากไปทิ้งบันไดหนีไฟ
ผบช.น.กล่าวว่า หลังจากเสร็จงานศพเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวยายมาสอบปากคำอีกครั้งจนยอมรับสารภาพแต่โดยดี ว่าเป็นคนลงมือหลังจากที่ทะเลาะกับหลาน ฉวยโอกาสตอนหลานนอนลักษณะนอนคว่ำหน้าจึงหยิบไม้ตีที่ท้ายทอย 1 ที ไม่คิดว่าหลานชายจะเสียชีวิต ซึ่งผลตรวจแพทย์นิติเวชก็พบบาดแผลและรอยฟกช้ำที่ท้ายทอยตรงกับคำให้การจึงสามารถปิดคดีนี้ได้อย่างไม่มีเงื่อนงำแต่อย่างใด การนำตัวมาแถลงข่าววันนี้เพราะความสมัครใจของยายเองที่ต้องการพูดชี้แจงผ่านสื่อฯให้เข้าใจตรงกันซึ่งตัวเขาเต็มใจและพร้อมจะพูดเองตำรวจไม่ได้บังคับแต่อย่างใด
" ตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาใดๆกับนางสมจิตในวันนี้ต้องหลายฝ่ายร่วมสอบปากคำก่อน เพราะเป็นคดีที่เข้าข่ายความ พ.ร.บ.ครอบครัว จากการตรวจสอบประวัตินางสมจิตพบว่า เคยมีประวัติใช้อาวุธปืนยิงสามีเสียชีวิตเมื่อปี 2536 ในท้องที่ สน.บางนา ถูกจำคุก 12 วันและประกันตัวออกมาสู้คดีจนหลุดมีสาเหตุมาจากการทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกันจนเกิดความแค้นบันดาลโทสะยิงสามีตายในที่สุด และมาครั้งนี้ก็มาก่อคดีฆ่าหลานอีก การที่ยายให้การว่าหลานทุบตีและทำร้ายตนเองนั้น ตรงนี้ต้องไปพิสูจน์กันเพราะเขาอยู่ในที่เกิดเหตุกันสองคนซึ่งไม่มีใครรู้ว่ามีการทำร้ายกันจริงหรือไม่อย่างไร " ผบช.น.กล่าว
ด้านนางสมจิต กล่าวด้วยน้ำตาคลอเสียงสั่นเครือว่า เรื่องของเรื่องคือหลานชายไปมีเรื่องชกต่อยกับเพื่อนที่โรงเรียนบ่อยครั้งจนครูเรียกผู้ปกครองไปพบหลายครั้งทั้งที่เพิ่งเข้าไปเรียนได้ประมาณ 2-3 เดือนเมื่อหลานกลับมาจากโรงเรียนวันนั้นยายก็เรียกหลานมาตักเตือนว่าอย่าไปเกเรและมีเรื่องกับเพื่อนที่โรงเรียนบ่อยนะลูก เพราะยายอับอายขายขี้หน้าคนอื่นๆ เขาทั้งโรงเรียนมีนักเรียนตั้ง 2 พันกว่าคนแต่มีหนูทำอยู่คนเดียว
" ยายก็เสียใจที่ทำลงไปแต่ก็ไม่ได้ตั้งใจไม่คิดว่าจะตาย ยายแค่ยากจะตักเตือนเท่านั้น ที่ผ่านมาหนูก่อเรื่องให้ยายกลุ้มใจมาตลอดยายก็อยากจะตักเตือนว่าอย่าไปก่อเรื่องอีกได้ไหมและวันที่เกิดเหตุมันรุนแรงมาก เขามาบอกว่าขอเงิน 500.-บาท จะไปเที่ยวแต่ยายบอกว่ารอเดี๋ยวจะให้เพราะยายมีเงินแบงก์พันใบเดียวต้องรอไปแลกเงินก่อนและบอกเขาว่ามืดๆจะให้เขา เขาก็ไม่ฟังไปหยิบมีดมาจะแทงยาย ยายก็บอกว่าขอไว้ก่อนเถอะลูก อย่างไรยายก็ให้หนูอยู่แล้ว เขาก็ไม่ฟัง" นางสมจิตกล่าว
นางสมจิต กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาก็เคยทำร้ายยายบ่อยๆ บางทีก็ผลักหน้าอกบ้าง ชกต่อยบ้าง ยายก็ไม่เคยเล่าให้แม่เขาฟังกลัวแม่เขาจะเสียใจ หลานคนนี้ยายเลี้ยงมาตั้งแต่สองขวบเพราะพ่อเขาเสียไป ส่วนเขาจะไปติดยาเสพติดอะไรที่ไหนตามที่มีข่าวนั้นยายไม่รู้จริงๆ หลังจากทะเลาะกันแล้วยายก็หยิบไม้มาตีเขา 1 ทีแค่อยากตักเตือน ไม่คิดว่าจะเสียชีวิตเมื่อเป็นเช่นนี้ยายก็เสียใจ ยายสมจิตกล่าวด้วยน้ำตานองพร้อมระบุไม่เคยคิดจะหนีความผิดหรือคิดหลบหนี เพียงแต่อยากรอให้งานศพเสร็จสิ้นก่อนเท่านั้นก็จะพูดความจริงทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบเบาะแสสำคัญเป็นเส้นผมลักษณะยาว ที่ "น้องเบิร์ด" กำไว้แน่นภายในมือ และหล่นที่ใบหน้า ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นของคนร้าย เมื่อนำไปประกอบกับที่รองเท้าของเด็กได้หายไป และยังหาไม่พบ จึงเชื่อว่าเด็กจะถูกฆ่าภายในห้องพักอาคารดังกล่าว จึงนำเส้นผมไปตรวจสอบที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ
ล่าสุดเมื่อเย็นวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมาชุดสืบสวนคลี่คลายคดีลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนหาเบาะแสคนร้ายอย่างเต็มที่ โดยการปูพรมค้นทุกห้องในอาคารที่พักที่เกิดเหตุอย่างละเอียดแต่ก็ไม่พบผู้ต้องสงสัย จึงได้ย้อนกลับมาตรวจสอบกล้องวงจรปิดอีกครั้ง จนพบนางสมจิต จำปาดี ยาย "น้องเบิร์ด" ออกจากห้องในช่วงเวลากลางดึก พร้อมกับถือถุงดำที่คล้ายใส่สิ่งของบางอย่างรีบเอาไปทิ้ง ทำให้สงสัยน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องจึงเชิญตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม
ภายหลังจากเค้นสอบเครียดนานหลายชั่วโมง นางสมจิต ก็ยอมเปิดปากรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือฆ่า "น้องเบิร์ด" โดยมีสาเหตุมาจากความโมโห ที่เด็กไปก่อเรื่องชกต่อยกับเพื่อนที่โรงเรียน จนอาจารย์เชิญผู้ปกครองไปพบ รวมทั้งยังติดเล่นเกมออนไลน์มากเกินไปเมื่อดุด่าว่ากล่าวก็ชอบทุบตีทำร้าย จึงอาศัยช่วงที่เด็กนอนหลับ เอาไม้กระบองไปตีที่ท้ายทอยจนเสียชีวิต ด้วยความกลัวจึงลากศพจะเอาลงไปทิ้งข้างล่าง โดยใช้ทางบันไดหนีไฟไม่ให้ใครเห็น แต่ระหว่างลากมาได้ถึงจุดที่พบศพ ก็หมดแรงทำให้ตัดสินใจทิ้งศพไว้แค่นั้น ส่วนผ้าปูที่นอนเปื้อนเลือดนำไปซักออก และนำรองเท้าแตะเด็กเอาไปโยนทิ้งลงคลองข้างที่พัก ตลอดจนไม้กระบองก็นำไปทิ้งทำลายหลักฐาน
อย่างไรก็ตามเมื่อนางสมจิตยอมรับสารภาพทำให้ชุดสืบสวนสามารถปิดคดีสะเทือนขวัญได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะก่อนหน้านี้ จากแนวทางการสืบสวนทำให้ตำรวจเกือบหลงทางในการตามจับตัวผู้ต้องหาแล้ว อีกทั้งชายต้องสงสัยรายนี้ช่วงใกล้เคียงเวลาเกิดเหตุ จากภาพวงจรปิดพบว่าลงมาซื้อของด้านล่าง โดยที่ไม่ได้สวมรองเท้า และมีลักษณะทรงผมคล้ายเส้นผมปริศนาที่พบด้วย แต่แล้วจากการตรวจสอบวงจรปิดเพิ่มเติม ทำให้พบพิรุธบางอย่างจากนางสมจิตยอมสารภาพในที่สุด



