
'มาร์ค'แนะรัฐทำตามคำวินิจฉัยศาลรธน.
'อภิสิทธิ์' แนะรัฐทำตามคำวินิจฉัยศาลรธน. ไม่ควรยื้อเวลา หวั่น แกนนำแดงฉวยโอกาสปลุกระดมก่อนถูกศาลไต่สวน ยินดี 'อดุลย์' ว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่ ชี้ไม่ปรับหลักคิดขึ้นราคาแก๊สหุงต้ม กระทบศก. ปชช.สับสน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 55 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลรอรับฟังกฤษฎีกาในการหาแนวทางการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า สุดท้ายก็จะดึงสังคมกลับไปสู่จุดเดิม ทั้งที่ไม่ควรจะมาถกเถียงกันในเรื่องข้อกฎหมายอีก เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้ช่องทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้แล้ว ซึ่งควรจะจบ สังคมจะได้โล่งใจว่าจะไม่มีปัญหาความขัดแย้งในเรื่องนี้เกิดขึ้นอีก ทั้งนี้นายกฯ สามารถดำเนินการได้ทันที เพราะเจ้าของร่างคือ ครม.
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่พรรคเพื่อไทยพยายามจะดึงเวลาออกไป โดยอ้างว่าต้องไปดูคำวินิจฉัยกลางก่อน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากเป้าหมายคือ เพื่อความสงบของบ้านเมือง หรือการแก้ปัญหาให้กับประชาชน ก็ตัดสินใจได้เลย แต่ถ้ายังมองว่าอยากจะทำอย่างที่ตัวเองหรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องการ ปัญหาก็ไม่จบ และจะทำให้สังคมเกิดความหวาดระแวงกันออกไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเห็นได้ว่าแกนนำคนเสื้อแดง และคณะนิติราษฎร์ก็จะออกมาขับเคลื่อนในลักษณะที่รุนแรงมากขึ้น ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็จะมีปฏิกิริยาตามมาก็จะไม่เป็นผลดีต่อสังคมและรัฐบาล
เมื่อถามว่ารัฐบาลจะสามารถควบคุมพวกเดียวกันได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยู่ที่การเดินหน้าตัดสินใจและอธิบาย รัฐบาลไม่อธิบายคนที่สนับสนุนตนเอง ก็กลายเป็นว่าให้คนเหล่านี้ออกมาเคลื่อนไหวเป็นตัวนำทางมากกว่า แต่ส่วนกรณีที่ฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ มองว่าอาจนำสู่การถอดถอนครม.ได้เพราะเป็นผู้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น จุดประสงค์หลักของเราคือ ไม่ต้องการให้เกิดความเสียหายกับบ้านเมือง ไม่ได้คิดจะไปดำเนินการอะไรกับครม.
เมื่อถามว่า กรณีที่ศาลอาญาเริ่มจะมีการนัดไต่สวนแกนนำคนเสื้อแดงที่ขึ้นปราศรัยในลักษณะหมิ่นเหม่ต่อการปลุกระดม เป็นการผิดเงื่อนไขการประกัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เห็นว่าศาลจะนัดไต่สวนในเดือนส.ค. ซึ่งก็ไม่รู้ว่าระหว่างนี้ จะมีการเคลื่อนไหวอะไรอีกหรือไม่ ส่วนจะปรามส.ส.ที่มีพฤติกรรมที่หมิ่นเหม่ ให้เกิดผลอย่างจริงจังได้อย่างไรนั้น ตนอยากให้มีการพิจารณาโดยเร็ว เพราะแต่ละวันผ่านไปคนเหล่านี้ก็จะออกมาเคลื่อนไหว ที่สำคัญหากมีการเปิดสมัยประชุมสภา และมีการอ้างเอกสิทธิ์การเป็น ส.ส. ก็จะกลายเป็นอุปสรรคได้
เมื่อถามว่ามองอย่างไรกับการที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และอัยการ มีหน้าที่ในการถอนประกัน แต่กลับไม่ดำเนินการ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าจะไปสอบถามทั้ง 2หน่วยงานว่าคิดอย่างไร หรือเขาพึงพอใจที่จะให้คนออกมาข่มขู่คุกคาม คนในกระบวนการยุติธรรมได้ ส่วนจะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่นั้น ก็ต้องระวัง หากไม่ทำวันหนึ่งก็จะมีคนไปร้องดำเนินการได้เช่นกัน
ยินดี 'อดุลย์' ว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) มีมติแต่งตั้งให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผบ.ตร. ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ว่า ตนขอแสดงความยินดี ที่ผ่านมาเคยทำงานกับท่านก็เรียบร้อยดี ก็ขอให้ท่านทำหน้าที่อย่างดีที่สุด สำคัญที่สุดก็คือตำรวจเป็นต้นน้ำ ต้นทางของกระบวนการยุติธรรม ถ้าทำหน้าที่อย่างเที่ยงตรง เที่ยงธรรม ก็จะทำให้งานของตำรวจมีความก้าวหน้า มีการพัฒนาไป แน่นอนคนทำงานอย่าง พล.ต.อ.อดุลย์นั้น อาจจะมีคนเชียร์บ้าง เห็นด้วยบ้างไม่เห็นด้วยบ้างเป็นปกติ แต่ทำงานกับตนก็เรียบร้อยดี แล้วก็แสดงความยินดีกับท่าน แล้วก็หวังว่าตรงนี้จะช่วยทำให้ตำรวจเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนได้มากขึ้น
ชี้ไม่ปรับหลักคิดขึ้นราคาแก๊สหุงต้ม กระทบศก. ปชช.สับสน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ออกมาระบุว่า จะมีการปรับขึ้นราคาแก๊สหุงต้ม เพื่อให้เป็นไปตามราคากลไกตลาดโลกว่า ตนเชื่อว่าหากยังไม่มีการปรับเปลี่ยนหลักคิดดังกล่าวก็จะทำให้เกิดปัญหาต่อไปในอนาคต แต่ถ้าคิดได้และยึดประโยชน์ของประชาชน บนพื้นฐานว่า ทรัพยากรเป็นของทุกคน และประชาชนควรจะได้ใช้ในราคาต้นทุน ทุกอย่างก็จบ แต่ถ้าหลักคิดเปลี่ยน เห็นกำไรของปตท.สำคัญกว่าความเดือดร้อนของประชาชน ก็จะไม่เป็นผลดีกับเศรษฐกิจ
เมื่อถามว่าหากมีการดำเนินนโยบายดังกล่าวจะส่งผลกระทบทางจิตวิทยาต่อสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประชาชนจะสับสนว่าจะขึ้นหรือไม่ ก็จะกลายเป็นปัญหาให้เกิดการฉวยโอกาส เก็งกำไร และไม่เป็นผลดี นโยบายพื้นฐานตรงนี้ต้องมีจุดยืนพื้นฐานที่ชัดเจนที่อิงกับหลัก ถ้าหากยังคิดว่าในที่สุดต้องการให้ประชาชนจ่ายในราคาตลาดโลกนั้น ปัญหาเกิดขึ้นเช่นเดียวกับโครงการรับจำนำข้าว
เมื่อถามว่าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) เคยเสนอให้รัฐบาลเปิดงบอุดหนุนในส่วนฐานะทางการเงินของธกส.แสดงว่าสถานะของธกส.เริ่มมีปัญหาจากโครงการรับจำนำใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ล่าสุดไอเอ็มเอฟ ได้มาดูฐานะทางเศรษฐกิจไทย เขาก็ได้แสดงความห่วงใยในหลายนโยบายที่เป็นภาระทางการคลัง และได้แสดงความห่วงใยต่อสถาบันทางการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ว่าการกำกับดูแล จะเกิดปัญหาขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลจำเป็นต้องทบทวน และรัฐบาลควรหยุดสร้างประเด็นความขัดแย้งในสังคมและมาช่วยกันคิดแก้ปัญหาจะดีกว่า
เมื่อถามว่าความอ่อนแอของสถานะทางการเงินของรัฐ จะกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่งผลต่อระบบการเงิน และความเชื่อมั่นอย่างแน่นอน ถ้าเกิดภาระทางการคลังเกิดขึ้น ก็จะย้อนกลับมาซ้ำเติมปัญหาที่มีความห่วงใยว่า สุดท้ายความยั่งยืนของรัฐบาลในแง่การเงินการคลังจะมีหรือไม่



