ข่าว

เจ๋ง!ชั่วโมงครึ่งผลิตเรือพลาสติกได้2ลำ

เจ๋ง!ชั่วโมงครึ่งผลิตเรือพลาสติกได้2ลำ

17 ก.ค. 2555

มทร.ล้านนา โชว์เครื่องผลิตเรือพลาสติกเร่งด่วนรับมือน้ำท่วม เผยชั่วโมงครึ่งสร้างได้สองลำ ขณะที่ชาวบ้านพิจิตร เร่งก่อสร้างจัดเตรียมพื้นที่สูง ไว้เก็บของรับมือน้ำท่วม

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 55  การเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในปีนี้ นอกจากมาตรการป้องกันด้านต่าง ๆ ที่รัฐบาลและหลายหน่วยงานเร่งดำเนินการ ล่าสุดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (ภาคพายัพ) จ.เชียงใหม่ ได้จัดสร้างเครื่องผลิตเรือแบบเร่งด่วนขึ้นเพื่อใช้ผลิตเรือในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั่วประเทศหากเกิดเหตุอุทกภัยขึ้นแบบฉับพลัน 

          คณะผู้ทำโครงการนำโดย นายคำรณ แก้วผัด หัวหน้าหลักสูตรวิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (ภาคพายัพ) จ.เชียงใหม่ เปิดเผยที่มาของเครื่องผลิตเรือแบบเร่งด่วนว่า มหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในปี 2554 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบมากกว่า 2 ใน 3 ของประเทศ สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ระบบสาธารณูปโภค ขณะที่ความช่วยเหลือยังเข้าถึงได้ยากเนื่องจากไม่สามารถขนส่งทางบกได้ตามปกติ จึงต้องเปลี่ยนระบบการขนส่งทางน้ำแทน เรือจึงกลายเป็นพาหนะที่มีความจำเป็นตั้งแต่การย้ายผู้ประสบอุทกภัยออกจากพื้นที่ จนถึงการขนส่งอุปกรณ์ อาหาร สาธารณสุข ถึงผู้ประสบอุทกภัย แต่ปรากฏว่าเรือที่มีอยู่ไม่เพียงพอกับความต้องการ 

          บทเรียนที่เกิดขึ้นคณาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (ภาคพายัพ) เชียงใหม่ จึงร่วมกับนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ทำโครงการวิจัย เครื่องขึ้นรูปพอลิเมอร์แบบหมุนสำหรับผลิตเรือพลาสติกเพื่อบริจาคให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม (The Rotation Molding Machine for Production of Plastic Boat to) โดยมีเป้าหมายในการผลิตเรือเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางในสภาวะน้ำท่วมและต้องใช้เวลาในการผลิตเรือแต่ละลำให้น้อยที่สุดเพื่อให้ทันต่อการใช้งาน 

          นายนเรศ อินต๊ะวงค์ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า เครื่องขึ้นรูปพอลิเมอร์แบบหมุนมีประสิทธิภาพในการผลิตเรือได้ถึง 2 ลำ ในเวลาเพียง 1.30 ชั่วโมง เรือพลาสติกที่ได้มีความกว้าง 0.9 เมตร ยาว 2.5 เมตร สูง 0.4 เมตร มีน้ำหนักเบาและแข็งแรงสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ 3 ที่นั่งต่อหนึ่งลำ เรือหนึ่งลำมีราคาถูกภายใต้ต้นทุนการผลิตเพียงลำละ 1,800 บาท

          สำหรับเครื่องขึ้นรูปแบบพอลิมอร์ที่คิดค้นมีความกว้าง 1.5 เมตร ยาว 3.5 เมตร สูง 3 เมตร กระบวนการผลิตเริ่มจากการบรรจุพลาสติก HDPE ชนิดผง น้ำหนัก 50 กิโลกรัม ลงในแม่พิมพ์เรือด้านล่างและด้านบน จากนั้นนำแม่พิมพ์เรือทั้งสองลำขึ้นประกอบบนอุปกรณ์หมุนให้ความร้อนและให้ความร้อนแม่พิมพ์โดยใช้เชื้อเพลงแก๊สแอลพีจีซึ่งแม่พิมพ์จะถูกบังคับให้หมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วรอบ 2 รอบต่อนาที และถูกทำให้เคลื่อนที่เอียงขึ้นลง 45 องศาตลอดเวลา

          เมื่อให้ความร้อนแก่แม่พิมพ์ประมาณ 200 องศาเซลเซียส ผงพลาสติกที่ใสไว้ในขั้นตอนแรกจะเกิดการหลอมเหลวและไหลเคลือบผนังของแม่พิมพ์ภายในที่มีรูปร่างเรือ 2 ชิ้นประกบกันโดยใช้เวลาประมาณ 45-60 นาที จากนั้นนำแม่พิมพ์เรือลงจากชุดหมุนและลดอุณหภูมิแม่พิมพ์โดยการใช้พัดลมเป่าซึ่งในระหว่างนั้นพลาสติกที่หลอมจะเย็นตัวและคงรูปเป็นเรื่อตามแบบแม่พิมพ์

          จากนั้นนำเอาชิ้นงานเรือออกจากแม่พิมพ์โดยทำการตัดบริเวณส่วนกลางเพื่อแบ่งเรือออกเป็น 2 ลำ จากนั้นตกแต่ง และนำไปใช้งาน โดยเรือที่ได้มาสามารถนำไปใช้งานได้ทันทีและมีอายุการใช้งานนาน 3-5 ปี 

          นายนเรศ กล่าวว่า ความสำเร็จในโครงการนี้ทางมหาวิทยาลัยจะพัฒนาต่อยอดเพื่อลดต้นทุนในการผลิตให้มากขึ้น รวมทั้งเตรียมความพร้อมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเรือดังกล่าวให้หน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทางน้ำในอนาคตและเพื่อประสิทธิผลในการใช้งานในสภาวะน้ำท่วมจริงต่อไป

          สำหรับหน่วยงานที่มีความสามารถผลิตได้เองสามารถนำแบบไปผลิตได้ทันที แต่ต้องส่งบุคลากรมาฝึกอบรมวิธีการผลิตเรือกับคณะอาจารย์ สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (ภาคพายัพ) เชียงใหม่ หรือ สามารถให้ทุนสนับสนุนผ่านทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เพื่อจัดสร้างเครื่อง Rotation Moulding สำหรับผลิตเรือใช้ในหน่วยงาน โดยที่สามารถออกแบบแม่พิมพ์เรือตามความต้องการ หรือตามความเหมาะสมกับภารกิจของหน่วยงานนั้น ๆ

 

ชาวบ้านพิจิตร เร่งก่อสร้างจัดเตรียมพื้นที่สูง ไว้เก็บของรับมือน้ำท่วม

 

          นายอาคม อาสมะ อายุ 37 ปี ชาวบ้านเนินยุ้ง หมู่ที่ 7 ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า ตนเองและชาวบ้านในหมู่บ้าน ต้องออกมาร่วมกันเทปูน จัดเตรียมสถานที่ บริเวณสำนักสงฆ์บ้านเนินยุ้ง รับมือน้ำท่วม ในพื้นที่ที่ท่วมซ้ำซากเป็นประจำทุกปี โดยชาวบ้านเนินยุ้ง ได้ร่วมมือกันนำเครื่องจักร และแรงงาน ทำการก่อสร้างเทปูน พื้นดินในสำนักสงฆ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สูงที่สุดของหมู่บ้าน เพื่อเตรียมรับมือเมื่อถึงฤดูน้ำหลาก ชาวบ้านจะได้นำสิ่งของ และเครื่องมือการเกษตร มาไว้บริเวณดังกล่าวเพื่อป้องกันการเสียหายจากน้ำท่วม ที่ได้งบประมาณจากหมู่บ้านมาทำการก่อสร้าง โดยได้รับความร่วมมือจากชาวบ้าน มาร่วมกันทำงาน 

          นายอาคม กล่าวอีกว่า บ้านเนินยุ้ง หมู่ที่ 7 ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ และจะถูกน้ำท่วมตัดขาดจากโลกภายนอกเป็นประจำทุกปี ชาวบ้านต้องใช้เรือ ในการสัญจรผ่านไปมาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งในช่วงก่อนเข้าถึงฤดูน้ำหลาก ชาวบ้านจึงต้องจัดเตรียมสถานที่ ไว้รับมือจากน้ำท่วม ร่วมไปถึงความเสียหายต่อสิ่งของ และเครื่องมือทำการเกษตร