ข่าว

'ก่อแก้ว'แจงวิจารณ์ศาลรธน.แค่วิเคราะห์

'ก่อแก้ว'แจงวิจารณ์ศาลรธน.แค่วิเคราะห์

17 ก.ค. 2555

'ก่อแก้ว' ระบุหมดสิทธิ์ไปแจงศาล ปมถอนประกัน เชื่อ 'สภาฯ' จะไม่อนุญาตให้ไป ด้าน'ณัฐวุฒิ'ปัดตำหนิก่อแก้วลากพวกหลุดประกัน เผย9ส.ค.ไปแจงศาลด้วย

                17 ก.ค. 55 นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พร้อมจะไปชี้แจงต่อศาลอาญา ที่ได้นัดไต่สวนตนในวันที่ 9 ส.ค.นี้ ในประเด็นการพิจารณาถอนประกัน เนื่องจากเข้าใจว่า ตนแถลงข่าวในลักษณะที่ข่มขู่ศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม การจะไปชี้แจงของตนได้นั้น จำเป็นต้องอนุญาตจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อไม่ขอใช้เอกสิทธิ์ของ สส. เนื่องจากในวันดังกล่าว ถือเป็นวันเปิดสมัยประชุมสภาฯ แล้ว เบื้องต้นเชื่อว่าที่ประชุมสภาฯ จะไม่อนุญาต

                 “หากผมทำผิดกฎหมาย พร้อมจะรับโทษ แต่ผมยืนยันว่าสิ่งที่ผมได้แถลงไปนั้นเป็นการวิเคราะห์จากสถานการณ์ด้วยความห่วงใย” นายก่อแก้ว กล่าว

                นายก่อแก้ว ยังกล่าวตำหนิการการะทำของ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ที่ไปยื่นเรื่องต่อศาลขอให้ถอนประกันตน ว่า เป็นยุทธศาสตร์ของฝ่ายตรงข้ามที่ต้องการปิดปากแกนนำคนเสื้อแดง เพราะหากมีแกนนำคนเสื้อแดงอยู่ ฝ่ายตรงข้ามคงทำลายรัฐบาลได้ยาก

 

'แกนนำแดง' หนุนเดินหน้าโหวตแก้รธน. วาระสาม

                 นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แถลงที่รัฐสภา ถึงแนวโน้มของพรรคเพื่อไทย และรัฐบาล ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ทิศทางเรื่องดังกล่าว เชื่อว่าผู้ใหญ่ในพรรคและรัฐบาล จะใช้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นรายมาตรา มากกว่าเดินหน้าลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระสาม อย่างไรก็ตามตนเชื่อด้วยว่าไม่ว่าจะใช้วิธีแก้รัฐธรรมนูญรูปแบบใด ก็ต้องถูกโจมตี ว่าเป็นการแก้ไขเพื่อสร้างประโยชน์เพื่อคนๆ เดียว และใช้เสียงข้างมากลากไป ดังนั้นจึงขอสนับสนุนให้รัฐสภา เดินหน้าโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระสาม

                  นายก่อแก้ว กล่าวถึงข้อเสนอที่ให้ยุบศาลรัฐธรรมนูญ ว่า องค์กรศาลรัฐธรรมนูญไม่มีปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่ตัวบุคคล ดังนั้นจึงควรเปลี่ยนตัวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และเปลี่ยนชื่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นอย่างอื่น เช่น คณะกรรมการตรวจสอบการใช้รัฐธรรมนูญ เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีคำว่า "ศาล" นำหน้า และเมื่อ ศาล ถูกวิจารณ์ทำให้ประชาชนแยกแยะไม่ออก และทำให้เข้าใจผิดศาลยุติธรรมไปด้วย

 

'ณัฐวุฒิ' ปัดตำหนิก่อแก้วลากพวกหลุดประกัน เผย9ส.ค.ไปแจงศาลด้วย

              นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงข้อวิจารณ์ว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จะมีผลผูกพันต่อรัฐบาลทำให้ต้องปฏิบัติตามหรือไม่ก่อนจะลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 ว่า หลายฝ่ายอธิบายว่ามีผลผูกพันทุกองค์กรต่อในข้อเท็จจริงแต่ไม่ผูกพันศาลตัวรัฐธรรมนูญด้วย ทั้งที่เมื่อเปรียบเทียบมาตรฐานกับการวินิจฉัยตาม มาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 40 ซึ่งมีเนื้อหาในทำนองเดียวกับ มาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน แต่คำวินิจฉัยกลับไม่เหมือน

              “การวินิจฉัยครั้งนี้จึงกลายเป็นการขยายขอบเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญให้เข้ามายึดพื้นที่ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ทำให้กลไกประชาธิปไตยบิดเบี้ยวและจะสร้างปัญหาขึ้นทั้งปัจจุบันและในอนาคต ผมจึงออกมาทักท้วงตามหน้าที่เมื่อเห็นอะไรที่ไม่ถูกต้อง” นายณัฐวุฒิ กล่าว

               เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยยังมีความเห็นไม่ตรงกัน บางคนอยากให้แก้ทั้งฉบับ ขณะที่บางกลุ่มต้องการแก้บางมาตรา สุดท้ายจะสรุปอย่างไร นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าควรเดินหน้าโหวตในวาระ 3 เพื่อทำให้เจตนารมณ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภา ที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ให้เดินหน้าต่อและปกป้องอำนาจอธิปไตยของประชาชน สำหรับ สส.และ สว.หลายคนที่ไม่เห็นด้วย เพราะไม่มั่นใจว่าหากเดินหน้าแบบนี้จะมีสถานการณ์อะไรรออยู่ และคำวินิจฉัยที่ออกมาในลักษณะแนะนำจะกลายเป็นหลุมพรางหรือกับดักหรือไม่ และคิดว่าถ้า สส.ไม่ทักท้วงบทบาทของศาลรัฐธรรมนูญและประกาศจุดยืนของตัวเองจะทำให้อำนาจนิติบัญญัติและบริหารถอยหลังและอ่อนแอลง เห็นว่าถ้าหารือกันจะเสนอแนวคิดให้โหวตพร้อมแสดงเหตุผลส่วนผู้ร่วมงานจะเห็นอย่างไรต้องดูกันอีกครั้งโดยพรรคเพื่อไทยจะรอดูคำวินิจฉัยส่วนตัวของตุลาการแต่ละคนมาพิจารณาด้วย

             “ผมยินดีที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนใน เพราะไม่ว่ารัฐบาลจะเดินหน้าอย่างไรก็มีกลุ่มคนที่จ้องจะโค่นล้มรัฐบาลอยู่ตลอดเวลา รัฐบาลจึงต้องพิจารณาอย่างละเอียดอ่อน ส่วนที่แกนนำพรรคเพื่อไทยบางส่วนเสนอให้ทำประชามติก่อนที่จะลงมติวาระ 3 เราต้องคุยถึงสูตรต่างๆร่วมกันว่าจะเดินหน้าวาระ 3 บางคนเสนอแก้รายมาตรา หรือทำประชามติ ผมเห็นด้วยที่จะรอคำวินิจฉัยส่วนตัว เพื่อให้เกิดความรอบคอบเพราะเรายังไม่เห็นเลยว่าเขาจะเขียนอย่างไรสุดท้ายก็ต้องคุยกัน” นายณัฐวุฒิ กล่าว

             เมื่อถามว่า มองว่าหากเดินหน้าลงมติวาระ 3 จะนำไปสู่หลุมพรางถูกพรรคประชาธิปัตย์ยื่นยุบพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เราเต็มไปด้วยอันตราย รัฐบาลชุดนี้อบอุ่นและปลอดภัยคือวันที่ 3 ก.ค. 54 ที่ประชาชนลงคะแนนในหีบเลือกตั้ง นั้นรัฐบาลตกอยู่ในอันตรายทางการเมืองแต่ที่ยังอยู่ได้เพราะนายกรัฐมนตรีเอาตัวเองอยู่นอกวงความขัดแย้งและเดินหน้าทำงานบริหารและนโยบาย ลดแนวปะทะหลายเรื่องโดยมีประชาชนคอยสนับสนุน ฉะนั้นเห็นว่ารัฐบาลรอบคอบ

            เมื่อถามว่า แกนนำเสื้อแดงอยากเดินหน้าในวาระ 3 ทันที นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ได้แสดงจุดยืนตั้งแต่วันแรกที่มีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว อย่างคนที่เข้าใจสถานการณ์ ต่อข้อถามถึงข้อเสนอของกลุ่มคณะนิติราษฎร์ ให้ยุบศาลและตั้งองค์คณะตุลาการ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เราได้เข้าชื่อถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไปแล้ว ส่วนจะยุบศาลหรือไม่นั้นเป็นข้อเสนอและเสรีภาพของกลุ่มนิติราษฎร์ที่ดำเนินการได้อยู่แล้ว

            เมื่อถามถึงการแสดงความเห็นของ นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำนปช. ที่มีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เกรงว่าจะสร้างปัญหาถึงแกนนำเสื้อแดงคนอื่นหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่าสถานการณ์ขณะนี้เป็นการต่อสู้ทางการเมือง นายก่อแก้วทำในฐานะคนที่สู้ในสนาม ไม่ใช่ไปสร้างปัญหาให้ใคร สิ่งที่นายก่อแก้วทำเป็นการทำตามจิตวิญญาณอุดมการณ์การต่อสู้ของตัวเอง ถ้าไปทำอะไรที่เลอะเทอะเป็นอีกเรื่องหนึ่งเพราะเราเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายกันมา ส่วนที่ศาลเรียกให้ชี้แจงในวันที่ 9 ส.ค.นั้น เราพร้อมที่จะเอาเหตุผลและหลักฐานไปแสดงต่อศาล ว่าทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ ว่าสิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญทำเป็นการขยายอำนาจของตัวเอง และไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวายแต่เป็นหน้าที่ของประชาชนในการตรวจสอบอำนาจและพร้อมให้ความร่วมมือกับศาล เพราะหากไม่ทำก็จะกลายเป็นว่าอำนาจบริหารที่มาจากประชาชนถูกจองจำซึ่งเป็นเรื่องใหญ่กว่าอิสรภาพหรือชะตากรรมของพวกตน