
ครอบครัวไทยใช้โซเชียลมีเดียสร้างสุข
ครอบครัวไทยใช้โซเชียลมีเดียสร้างสุข
ด้วยความตระหนักว่า ครอบครัวเป็นรากฐานอันมั่นคงของสังคม จึงเป็นที่มาของการจัดโครงการ "ครอบครัวไทยมีสุข สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์" ครั้งที่ 3 เพื่อเข้ารับพระราชทานโล่เกียรติคุณ จาก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ โดยสภาสตรีแห่งชาติฯ คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ในฐานะประธาน ได้จัดงานมอบใบประกาศเกียรติคุณและแสดงความยินดีขึ้นที่ โรงแรมปริ๊นซ์พาเลซ มหานาค เมื่อวันก่อน
คุณหญิงณัฐิกา กล่าวว่า โครงการนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในมงคลวโรกาสพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งในครั้งนี้ได้ครอบครัวต้นแบบ 62 ครอบครัว หากรวมกับสองครั้งที่ผ่านมาจะได้มากถึง 183 ครอบครัว จึงหวังว่าจะได้เห็นการดำรงไว้ซึ่งคุณค่าน่านิยมเป็นแบบอย่างนี้ตลอดไป เพื่อให้สมาชิกรุ่นหลังได้สืบทอดเกียรติภูมิต่อเนื่อง พร้อมขยายแนวของรากฐานที่ดีให้เป็นเครือข่ายที่งดงามทั่วราชอาณาจักร
"แรงบันดาลใจที่สำคัญและเป็นสิริมงคลยิ่งคือ การได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พระราชทานโล่เกียรติยศ เนื่องในวันครอบครัวประจำปี 2555 และพระราชทานโอวาทแก่ครอบครัวไทยมีสุข สภาสตรีแห่งชาติฯ ในวันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคมนี้ ที่วังศุโขทัย" ประธานเผย
หนึ่งใน 62 ครอบครัวที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับพระราชทานโล่เกียรติยศในปีนี้ ได้แก่ ครอบครัวนักธุรกิจนำเข้านาฬิกาแบรนด์หรู ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์ และ ฟิลิป เอ. บาชโทลด์ เล่าว่า แม้สมาชิกในครอบครัวจะไม่ค่อยมีเวลาได้อยู่พร้อมหน้ากัน แต่ก็มีวิธีสานสายใยครอบครัวให้เป็นสุขได้ด้วยโซเชียลมีเดีย
"ทุกวันนี้เรียกว่าเลี้ยงลูกทั้ง 2 คน ผ่านโซเชียลมีเดียก็ได้ ทั้งไลน์ เฟซบุ๊ก สไกป์ วอทส์แอพ ฯลฯ หรือเมื่อเวลาเจอกันมักแสดงความรักซึ่งกันและกันเสมอ กอดและหอมแก้มกันบ้าง ไม่บังคับเขามาก คิดว่าลูกจะอยู่ได้พ่อแม่ต้องเป็นฝ่ายสังเกตการณ์ไม่ใช่บงการ วันหนึ่งหากเราตายไปลูกต้องอยู่ได้ ทุกวันนี้ขอแค่ให้ลูกเป็นคนดีไม่เฉพาะแค่ในประชาคมไทย แต่ต้องให้ได้เท่ามาตรฐานประชาคมโลกด้วย" คุณแม่นักบริหารและอาจารย์สอนพิเศษ แบ่งปันประสบการณ์การเลี้ยงลูก
เช่นเดียวกับครอบครัว "เสียงประเสริฐ" ที่สมาชิกต่างทำงานด้านการแพทย์ทุกคน เริ่มจากคุณพ่อ ประกิต แพทย์แผนไทย คุณแม่ ภญ.พิกุล ลูกสาว พญ.ชนม์นิภา และ พญ.วิรัลพัชร ซึ่งทุกคนช่วยกันเล่าถึงความเป็นไปในครอบครัวด้วยรอยยิ้มสดใสว่า แรกๆ ก็ดูแลเรื่องสุขภาพจากนั้นจึงค่อยๆ สอนให้เป็นคนดี มีความรับผิดชอบซื่อสัตย์ต่อตัวเองและผู้อื่น ขณะที่คุณพ่อจะคอยดูแลสาวๆ ในบ้านทุกคนอย่างสม่ำเสมอ และถึงแต่ละคนจะไม่ค่อยมีเวลาให้กัน ก็มีวิธีมอบความรักความห่วงใยให้กันผ่านเครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่
อีกครอบครัวที่เลือกใช้โซเชียลมีเดียเชื่อมสายสัมพันธ์กับลูกๆ "ใหม่" เกล็ดดาว-พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย โดยฝ่ายภรรยาเล่าว่า ถึงพ่อแม่จะทำงานหนัก ก็มีวิธีการสลับกันดูแลลูกๆ พอลูกสาวโตขึ้นมีเทคโนโลยีก้าวหน้า ก็ได้โปรแกรมวอทส์แอพ เป็นตัวช่วยสื่อสารระหว่างกัน
"เราจะเน้นให้ความรักความอบอุ่นทางใจตามแบบฉบับความสุขนิยม ไม่ค่อยเน้นวัตถุนิยม ซึ่งมีบ้างตามโอกาสเหมือนเป็นโบนัสมากกว่า คุณพ่อจะเน้นเรื่องระเบียบวินัย สุขภาพ และการศึกษาของลูกเป็นหลัก ส่วนแม่ทำหน้าที่คอยเสริมทุกด้าน เหมือนเป็นเซเว่นอีเลฟเว่น ลูกเรียกได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะมีปัญหา มีความสุข" คุณแม่สาวสังคม เผยเคล็ดลับการเลี้ยงลูกสาวทิ้งท้ายในยุคสังคมออนไลน์



