
'สุกำพล'ขำ'นิติราษฎร์'เสนอยุบศาลรธน.
สุกำพล ขำแนวคิด นิติราษฎร์ เสนอยุบ ศาลรธน. "ดิเรก" แนะแก้ รธน.. ยึดหลักปรองดอง "วันชัย" อัด "นิติราษฎร์" ไม่บริสุทธิ์ใจเสนอจากอารมณ์
ที่กระทรวงกลาโหม วันที่ 16 ก.ค. พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม กล่าวถึงข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ที่ให้ยุบศาลรัฐธรรมนูญแล้วแต่งตั้งคณะตุลาการพิทักษ์ระบอบรัฐธรรมนูญว่า ตนฟังแล้วหัวเราะด้วยความชอบใจ ส่วนจะเห็นด้วยหรือไม่นั้นก็ไปแปลกันเอาเอง ถ้าฟังแล้วคิดก็จะเห็นว่าข้อมูลที่เสนอถือเป็นทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาภายในประเทศของเรา ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องฟังแล้วจะดำเนินการตามหรือไม่
เมื่อถามว่าการทำแบบนี้ จะเป็นการลดความน่าเชื่อถือของศาลหรือไม่ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ศาลปกติก็ไม่ได้มาเกี่ยวข้อง แต่ศาลรัฐธรรมนูญสามารถที่จะวิจารณ์ได้ มีทั้งด้านสนับสนุนและไม่สนับสนุน ก็ดูว่าถูกต้องหรือไม่ ตนไม่อยากพูดให้เป็นประเด็น เอาเป็นว่าฟังแล้วหัวเราะ เพราะดูแล้วเป็นทางที่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับประเทศได้ ส่วนจะต้องชะลอเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไปก่อนหรือไม่ ขอไม่ตอบ เพราะเป็นเรื่องที่ตอบยาก
เมื่อถามว่าควรจะดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนก่อนที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ทุกอย่างสามารถดำเนินการพร้อมกันได้
"วันชัย"อัด"นิติราษฎร์"ไม่บริสุทธิ์ใจ
นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว. นนทบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงข้อเสนอยุบศาลรัฐธรรมนูญของ กลุ่มนิติราษฎร์ ว่าข้อเสนอจะเป็นจริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับรัฐบาล แต่ส่วนตัวมองว่าข้อเสนอดังกล่าวเป็นเพียงแค่การแสดงความรู้สึกภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าข้อเสนอนี้จะมีอีกหลายกลุ่ม ที่จะออกมาแสดงความรู้สึกดังนั้นต้องจับตาดู
ผู้สื่อข่าวถามเรื่องแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา โดยนายดิเรกกล่าวว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องตัดสินใจรวมถึงการทำประชามติด้วย ส่วนตัวอยากให้รัฐบาลหารือถึงทิศทางนี้โดยยึดหลักยุติความขัดแย้งและความปรองดองเป็นหลัก โดยส่วนตัวสนับสนุนให้แก้ไขรัฐธรรมนูญตามกระบวนการประชาธิปไตยคือให้ประชาชนมีส่วนร่วม
นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. สรรหา กล่าวว่า ข้อเสนอนิติราษฎร์ เป็นข้อเสนอที่มาจากอารมณ์ความรู้สึก ไม่ใช่อิงหลักวิชาการส่วนตัวมองว่าเป็นข้อเสนอที่รับฟังไม่ได้เพราะเป็นข้อเสนอที่ไม่บริสุทธิ์ใจเนื่องจากศาลมีคำวินิจฉัยที่ทำให้กลุ่มของนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ ไม่พอใจ ข้อเสนอที่ให้กลับไปใช้คณะกรรมการพิทักษ์ รัฐธรรมนูญถือเป็นการถอยหลังเข้าคลอง ตนขอถามว่าหากมีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สอนกฎหมายแต่สังคมทั่วไปไม่พอใจอาจารย์ผู้สอนและเห็นควรให้ยุบคณะนิติศาสตร์ที่นายวรเจตน์สอน ตามหลักการไม่สามารถทำได้ ดังนั้นเมื่อไม่พอใจการทำหน้าที่ของตัวบุคคลก็ไม่ถูกต้องที่จะให้ไปยุบองค์กร แต่หากเห็นว่ามีส่วนใดที่บกพร่องก็ควรเสนอแนวทางแก้ไข ดีกว่าเสนอให้ยุบองค์กรตามความพอใจ
ทูตแอฟริกาใต้สอน"ปรองดอง"ต้องโปร่งใส
คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ได้จัดสัมมนา เรื่อง ” การปรองดอง:ประสบการณ์ของมิตรประเทศ ” ณ หอประชุมองค์การสหประชาชาติ 3 กรุงเทพมหานคร โดยมีวิทยากรประกอบด้วย นายสุนัย ผาสุก จาก ฮิวแมน ไรท์ วอตช์ DR. INGO WINKELMANN ที่ปรึกษากระทรวงต่างประเทศ ด้านเศรษฐกิจ ประตจำประเทศไทน สถานทูตสหพันธสาธารณรัฐเยอรมนี H.E.MS.ROBINA PATRICIA MARKS เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ นายพีรพันธุ์ พาลุสุข รองประธานกรรมาธิการฯ และ น.ส.จารุพรรณ กุลดิลก เลขานุการ กรรมาธิการฯ
ด้าน DR. INGO WINKELMANN กล่าวว่า ความหมายของคำว่าปรองดองสำหรับแต่ละประเทศก็จะแตกต่างกันไป สำหรับการปรองดองของประเทศเยอรมันเกิดขึ้นเพื่อหล่อหลอมคนทั้งประเทศให้เป็นหนึ่ง การเลือกปฎิบัติเป็นสิ่งที่ไม่ดี ไม่สมควรเกิดขึ้น
ด้าน H.E.MS.ROBINA PATRICIA MARKS, Ambassador (S.Afr.) กล่าวว่าการปรองดองเพื่อให้อภัยคนผิดเป็นที่ยอมรับของคนในประเทศแอฟฟริกาใต้ และประเทศแอฟริกาใต้ยังเป็นประเทศแรกๆที่มีการทำปรองดอง การทำเรื่องปรองดองยังต้องมีความโปร่งใส ต้องมีสื่อมวลชนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อภาพรวมของสังคม และเผยแพร่ข้อมูลตามข้อเท็จจริง และประเทศตนก็มีการถ่ายทอดสดทุกขั้นตอน ที่แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
ศาลรธน.ขอให้ใจเย็นรอรอคำวินิจฉัยกลางและส่วนตน
นายสมฤทธิ์ ไชยวงค์ โฆษกศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกระแสเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้แจงแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ถูกต้องว่า ขณะนี้คณะตุลาการยังไม่ได้มีคำสั่งอะไร แต่บอกว่าให้ผู้ที่สงสัยอ่านคำวินิจฉัยหลาย ๆ รอบแล้วจะเข้าใจ ถ้าอ่านแล้วยังไม่เข้าใจ ก็ให้รออ่านคำวินิจฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนตนที่จะออกมาแล้วก็จะถึงบางอ้อเอง
ทั้งนี้นายสมฤทธิ์ ยังกล่าวด้วยว่า ในวันที่ 16 ก.ค.นี้ นายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ส่งคำชี้แจงของคณะรัฐมนตรีรวม 35 ราย ในคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 กรณี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาถอดถอนคณะรัฐมนตรีและสมาชิกรัฐสภาที่ลงมติสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญรวม 416 คน มายังศาลรัฐธรรมนูญตามระยะเวลาที่ศาลกำหนดแล้ว
ส่วน ส.ส. 305 ราย นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ในฐานประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนส.ส.ทั้งหมด ได้มีหนังสือขอขยายระยะเวลาการชี้แจงออกไป ซึ่งนายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ได้รับมอบหมายจากองค์คณะให้เป็นตุลาการประจำสำนวนนี้ก็ได้มีคำสั่งอนุญาตขยายเวลาการยื่นคำชี้แจงออกไปอีก 30 วันนับแต่วันที่ 17 ก.ค.ที่เป็นวันครบกำหนด 15 วัน เดิมที่ศาลมีคำสั่งให้ยื่นคำชี้แจง ขณะที่ในส่วนของส.ว. 76 รายนั้น ผู้แทนก็ได้มีหนังสือถึงศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้เช่นกัน ในการขอขยายระยะเวลาการชี้แจงเช่นเดียวกัน คาดว่านายอุดมศักดิ์ ก็น่าจะมีคำอนุญาตให้ขยายเวลาการชี้แจงในทำนองเดียวกับที่อนุญาตในส่วนของส.ส.ไป
"สุเมธ"ชี้เห็นต่างได้แต่ต้องยอมรับกติกา
นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวภายหลังร่วมประชุมคณะกรรมการคัดเลือกโครงการค้นหาข้าราชการต้นแบบ ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กระทรวงยุติธรรม ถึงความคิดเห็นที่แตกต่างหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจิฉัยในคำร้องมาตรา 68 ว่า ความเห็นที่แตกต่างเป็นเรื่องธรรมดาของทุกสังคม ทุกประเทศ แต่สังคมต้องยอมรับกฎ กติกา และคำนึงถึงชาติบ้านเมืองเป็นหลัก ไม่ใช่ปล่อยให้ความเห็นของตัวเอง ของกลุ่ม หรือของสีต่างๆ มาสร้างความขัดแย้งจนทำร้ายประเทศชาติ
ส่วนที่มีกระแสกดดันให้มีการยุบศาลรัฐธรรมนูญ นายสุเมธเห็นว่า เมื่อสังคมมีความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย ทำให้บางครั้งเกิดความขัดแย้งขึ้น องค์กรต่างๆ จึงถูกตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลกฎ กติกา และควบคุมสังคมให้มีระเบียบเรียบร้อย อยู่ในกฎระเบียบ หากบ้านเมืองไหนไม่มีกฎระเบียบก็อยู่ไม่ได้ ทุกองค์กรจึงมีประโยชน์ทั้งหมด หากสามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างถูกต้อง ดังนั้นก่อนจะดำเนินการอะไรก็ควรย้อนกลับไปดูเหตุผลของการตั้งศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่แรกว่าตั้งขึ้นมาเพื่อเหตุใด



