
ทำการบ้านเศรษฐกิจแล้วอย่าตกม้าตายการเมือง
กรุงเทพธุรกิจพาดหัว ว่าคลังชี้เลื่อนกู้ 4 แสนล้าน ว่างงานพุ่ง หมายถึงรัฐมนตรีคลัง คุณกรณ์ จาติกวณิช พูดในสภาเมื่อวาน ว่าด้วยเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งฝ่ายค้านให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ว่าผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่
คุณกรณ์บอกว่า ถือเป็นสิทธิของฝ่ายค้านที่สามารถทำได้ แต่พรรคฝ่ายค้านต้องรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อประชาชน กรณีที่พระราชกำหนดนี้ไม่สามารถออกใช้ได้ตามกำหนด เพราะว่ากระทบต่อการลงทุนและการจ้างงานในประเทศ
คุณกรณ์บอกว่า รัฐบาลได้ประเมินว่าเงินลงทุนตามมาตรการไทยเข้มแข็ง 8 แสนล้านบาท จะก่อให้เกิดการจ้างงานได้ถึง 2 ล้านคนในระยะเวลา 4 ปี
คุณกรณ์บอกว่า การที่ฝ่ายค้านยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ก็ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่จะเกิดกับประชาชน และจะเกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยรวมและต่อโอกาสการจ้างงานของประชาชน เป็นการยืนยันในจุดยืนของรัฐบาลที่ถูกต้อง
แต่คุณกรณ์ ก็ต้องไม่ลืมว่า การที่รัฐบาลเตรียมจะออก พ.ร.ก.ที่มีประเด็นถกเถียงกันอย่างกว้างขวางเช่นนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่พรรครัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล จะต้องหารือและจะต้องล็อบบี้ก่อนหน้านี้
นั่นก็คือ จะต้องพยายามอธิบายให้ฝ่ายค้านได้เข้าใจก่อนที่จะมีการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้เข้าสภา เพราะยิ่งกฎหมายสำคัญขนาดนั้นยิ่งจำเป็นจะต้องสร้างความเข้าใจในรัฐสภา
ฝ่ายค้านทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน เป็นสิทธิของฝ่ายที่จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะมีประเด็นที่จะต้องตีความ แต่รัฐบาลจะอ้างไม่ได้ ว่านี่เป็นการตีรวนจากฝ่ายค้าน
เพราะฝ่ายค้านจำเป็นจะต้องซัก ต้องถาม และจะต้องหาเรื่อง พูดง่ายๆ ก็คือว่า จะต้องให้รัฐบาลเสียหน้าเพื่อสร้างศรัทธากับประชาชน เป็นเรื่องปกติในการเมืองในรัฐสภา
ฉะนั้น จึงจะต้องถือว่าฝ่ายรัฐบาลไม่ได้ทำการบ้านเพียงพอในเรื่องนี้ ปล่อยให้มีช่องว่างให้ฝ่ายค้านสามารถเจาะเข้าไปถึงจุดอ่อนที่สำคัญของการดำเนินการทางการเมืองของฝ่ายรัฐบาล
เป็นเรื่องแปลก เพราะว่าพรรคประชาธิปัตย์มีประสบการณ์เรื่องของการเมืองรัฐสภามาช้านาน ทำไมพอเจอเรื่องสำคัญๆ อย่างนี้ จึงคล้ายๆ ว่าจะตายน้ำตื้น
อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาว่า พ.ร.ก.กู้เงินจะผ่านความเห็นชอบว่าถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ วันนี้คงรู้ดำรู้แดง
สุทธิชัย หยุ่น



