
'เฉลิม'นอยด์ถูกมองข้ามประสบการณ์
"เฉลิม" เซ็งถูกมองข้าม ระบุเชื่อกันบ้างก็ไม่ต้องกิน "ไทลินอล" แนะแก้รธน.ต้องคลาสสิคเหมือนกินหมูหันต้องค่อยๆปิ้ง ปัดคอมเม้นท์ ผบ.ตร.คนใหม่ ลั่นล้างบางยาเสพติดกทม. เตรียมจ่อแก้กม.ประหารชีวิตนักโทษยาเสพติด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 ก.ค. 55 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เปิดใจ วิพากษ์วิจารณ์คนในพรรคเพื่อไทยภายหลังจากที่ตัวเองมีความเห็นว่า แนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญดีที่สุดคือ ควรจะแก้รายมาตราตามที่ศาลรัฐธรรมนูญแนะนำว่า วันนี้เพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยต้องรู้ว่า อะไรที่มันสงบนิ่ง มันจะเป็นผลดีให้ท่านนายกฯ บริหารด้วยความราบเรียบ เพราะเราไม่ใช่ฝ่ายค้าน
ผู้สื่อข่าวถามจึงถามว่า จะบอกให้คนในพรรคแก้รายมาตราหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า "เขาไม่ค่อยเชื่อผมนะ ถ้าเชื่อผมตั้งแต่ต้นก็ไม่ต้องมานั่งกินไทลินอล"
เมื่อถามว่า ทำไมในพรรคไม่ค่อยจะเชื่อมั่นในแนวคิดท่านเลย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "ก็ที่เชื่อก็มีนะ" ทำให้ผู้สื่อข่าวระบุต่อว่า บางแนวทางน่าจะเป็นแนวทางที่ดี ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "ผู้สื่อข่าวพูดแบบนี้ผมก็ชื่นใจ"
"คือหลายคนที่เขาอยู่มานานแล้วเนี่ย เขามองผมเป็นคนใหม่ เขาไม่ได้มองว่าผมเล่นการเมืองมาตั้งแต่ปี 2526 เขาไม่ได้มองว่าผมเคยปฏิวัติแพ้ แล้วผมก็ติดคุก เขาไม่ได้มองว่าผมถูกปฏิวัติ แล้วผมต้องลี้ภัยไปถึงเดนมาร์ก เขาไม่ได้มองว่าผมถูกกล่าวหาว่า เป็นคนร้ายคดีลอบปลงพระชนม์ เมื่อไม่ได้มอง เขาก็ไม่เห็นประสบการณ์ ถ้าเขามองตรงนี้เขาจะมองเห็นประสบการณ์ แต่ส่วนใหญ่ก็มองนะ โดยเฉพาะ ส.ส.อีสานที่คลุกคลี ก็นั่งวิเคราะห์การเมืองกับผมตลอด แต่ต้องยอมรับว่า ในพรรคคนเก่งมันเยอะ เพราะคนเก่งมันเยอะก็แย่งกันพาย พอแย่งกันพายบางทีพายหัวพายท้าย มันก็เลยไม่ไป พรรคใหญ่มันเหมือนเรือใหญ่ เรือเอี้ยมจุ๊นเวลาจะกลับลำมันช้า มันไม่เหมือนเรือโป๊ะ เรือบด นี่เห็นไหมก็แสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยเป็นประชาธิปไตย ไม่เหมือนพรรคประชาธิปัตย์ ที่บอก 2-3 คนว่าเอายังงี้ จบละ พรรคเพื่อไทยไม่มี มันเก่งทั้งนั้น" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวและพูดทิ้งท้ายว่า "โอเคเรียบร้อยนะ ได้ศัตรูในพรรคเยอะเลยนะเนี่ย"
แนะแก้รธน.ต้องคลาสสิคเหมือนกินหมูหันต้องค่อย ๆ ปิ้ง
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ตนจะเข้าร่วมประชุมพรรคเพื่อไทยตามคำเชิญของทีมยุทธศาสตร์พรรค เพื่อเสนอแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะความจริงเรื่องนี้ไม่ควรรีบเร่ง ควรใจเย็น ๆ และศึกษาให้ถ่องแท้ว่า คำวินิจฉัยส่วนตนเป็นอย่างไร แต่ว่าพรรคจะมีมติออกมาอย่างไรนั้นเป็นเรื่องของพรรค
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า โดยหลักการมี 3 ช่องทางคือ 1. ลงวาระ 3 ที่ค้างอยู่เลยหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ตนเห็นว่า หากทำทันทีจะเกิดความโต้แย้งยิ่งนำไปสู่ความยุ่งยาก 2. ถามประชามติประชาชนก่อนที่จะยกร่าง ซึ่งในส่วนพรรคเพื่อไทยเองประกาศมาตลอดว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงชนะการเลือกตั้ง ซึ่งนั่นแสดงว่าประชาชนได้แสดงประชามติเมื่อ 3 ก.ค. 54 มาแล้ว และอาจจะเกิดคำถามอีกว่า ถ้าถามประชาชนว่าสมควรแก้หรือไม่ ประชาชนบางส่วนอาจบอกว่ามาถามทำไม แล้วถ้ามีมติไปแล้วจะแก้อย่างไรทำไมไม่แก้ก่อนถามประชามติทีหลัง 3. แก้รายมาตรา
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่า เพื่อป้องกันปัญหาจะเกิดในวันข้างหน้าต้องแก้รายมาตรา ศาลก็ว่าไม่ได้ พวกคัดค้านก็ลำบาก เพราะเราทำอย่างเปิดเผย ส่วนแก้ไขรายมาตราที่บางคนอาจกลัวว่าต้องเสียเวลานั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าพรรคเพื่อไทยใช้ใคร เพราะถ้าใช้ผมก็ไม่เกิน 90 วัน เพราะมันไม่ได้มีอะไรยาก วางตุ๊กตาขึ้นมาว่ารัฐบาลต้องการเปลี่ยนแปลงรูปแบบใด กำหนดรายละเอียด โดยมีกฤษฎีกาคอยดูรายละเอียด อย่าไปพูดให้สับสน ถ้าทำให้ยุ่งมันก็ยุ่ง เพราะรัฐธรรมนูญที่ร่างยากที่สุดคือ รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2475
"ถ้าให้ผมทำใช้เวลาไม่เกิน 90 วัน เพราะมันไม่ยาก โดยตั้งประเด็นขึ้นมาใช้ชัดว่าจะทำอะไรบ้าง ต้องเรียงลำดับความสำคัญ แต่ยังไงก็ต้องแก้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้ฝ่ายบริหารทำงานไม่ได้ ติดขัดไปหมด"
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ถ้าโหวตวาระ 3 ก่อนลงประชามติปัญหาจะเกิด แล้วรัฐบาลจะไปสร้างปัญหาทำไม เมื่อเรามีอำนาจรัฐเราต้องตั้งหลัก แล้วสร้างความพึงพอใจให้ประชาชนมาก ๆ เสียก่อน แล้วเรื่องแก้รัฐธรรมนูญไม่ยาก เพราะอีกฝ่ายเขาตั้งป้อม ถ้าประเด็นไหนคลุมเครือมีปัญหาอีกแน่นอน ตนพูดอย่างนี้ใครจะเกลียดตนก็แล้วแต่ การจะแก้ไขจะต้องดูเส้นทางชัยชนะ ถ้าเป็นปัญหาจะทำทำไม
"เวลาจะแก้ไขรัฐธรรมนูญมันต้องคลาสสิค แก้ไขแบบกระด้างไม่ได้ เหมือนกินหมูหันต้องปิ้งเบา ๆ จะไปพั่วะพะ ๆ ไม่ได้"
เมื่อถามว่า แต่จุดหมายปลายทางเหมือนกันใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนพูดไม่ได้ เพราะพรรคยังไม่ใช้ตน แต่วันนี้สมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคนต้องรู้ว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลอะไรก็ตามที่สงบนิ่งย่อมเป็นผลดีให้ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ บริหารบ้านเมืองได้อย่างราบเรียบ เราไม่ได้เป็นฝ่ายค้าน ดังนั้นแก้ไขรัฐธรรมนูญหากจะช้าสัก 3-6 เดือนไม่เป็นอะไรแน่ ทำได้ และวันนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้เปิดโอกาสให้แก้เป็นรายมาตราก็ยิ่งจะเร็วยิ่งกว่าการตั้ง ส.ส.ร. ดีกว่าดื้อดึงไปลงวาระ 3 ให้อีกฝ่ายเขาขวางเอาอีก เดี๋ยวก็ต้องไปกินไทลินอลกันอีก
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากคนในพรรคไม่เห็นด้วยแล้วจะซ้ำรอย พ.ร.บ.ปรองดองอีกหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า นั่นใช้คนละฉบับกับตน ถ้าเป็นของตนผ่านเรียบร้อย ซึ่งตนเตรียมทีมไว้แล้ว เฉลิม สุธรรม (แสงปทุม) อดิศร (เพียงเกษ) ถ้าใช้ พ.ร.บ.ปรองดองตนและทีมพร้อม
ปัดคอมเม้นท์ ผบ.ตร.คนใหม่
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช.) ที่จะมีการเลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนใหม่ ที่มีชื่อของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. ที่เป็นตัวเก็งว่า ตนไม่ทราบว่าใครเป็นตัวเก็ง แต่ตนทราบว่า นายกฯ ตั้งแน่นอน ส่วนจะต้องคำนึงถึงความอาวุโสหรือไม่ ก็เป็นอำนาจตัดสินใจของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไปพูดมากไม่ได้
"ยิ่งใกล้ปรับ ครม.ไปพูดมากเดี๋ยวยุ่ง" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวไปหัวเราะไป เมื่อถูกถามว่ากลัวถูกปรับออกจากครม.หรือ รองนายกฯ กล่าวว่า "ไม่ได้กลัว"
เมื่อถามว่าถ้า พล.ต.อ.อดุลย์ หรือ พล.ต.อ.ปานศิริ เป็นผบ.ตร.จะทำให้การทำงานเป็นยังไง รองนายกฯ กล่าวว่า ตนไม่แสดงความเห็น แต่ตนรู้จักดี ทำงานกับตนได้ทั้งหมด
ลั่นล้างบาง ยาเสพติด กทม.
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า จะเชิญ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบ.ช.น.) มาทำความสะอาดกรุงเทพฯ
"ล้างกรุงเทพฯ เอากันใหญ่สักทีเถอะ ผมจะกวาดล้างในเรื่องของกลุ่มเสี่ยงและเรื่องยาเสพติด"
"และที่ประหลาดอีกอย่างคือตำรวจท้องที่รายงานผม อาบอบนวด ในกรุงเทพใช้น้ำประปานิดเดียวที่เหลือขุดเป็นบ่อบาดาลหมด นั่นส่วนที่หนึ่ง ส่วนที่สองคือ เขาอนุญาตประเภทที่หนึ่ง ก็ไปทำประเภทที่สอง ขออนุญาตที่สองก็ไปทำประเภทที่สาม และเรื่องที่สาม ขออนุญาต 4 ชั้น ไปทำ 6 ชั้น ตำรวจถามว่าถ้าทุบแล้วจะทำยังไง ผมก็ให้แจ้งเหตุว่าเป็นอาคารผิด และขุดน้ำบาดาลแผ่นดินกรุงเทพฯ ทรุด ก็ทำหนังสือถึงกรมทรัพย์ฯ"
เมื่อถามว่าจะแฉแข่งกับนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่แฉ เพราะเป็นตำรวจทำงาน "ผมเป็นรองนายกฯ ไม่มีหน้าที่แฉ ผมมีหน้าที่ให้ตำรวจรักษากฎหมาย"
ชี้ปัญหาจ้างเด็ก 9 ขวบ เดินยาแค่เรื่องปลายเหตุ
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจปะทะกับคาราวานขนลำเลียงยาเสพติด บริเวณบ้านผาหมี ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มขบวนการค้ายาบ้าเสียชีวิต 8 ศพ และสามารถยึดยาบ้าได้ 1 ล้านเม็ดและยาไอซ์ 30 กิโลกรัมว่า ตำรวจในพื้นที่รายงานมาแล้ว เพราะเขามีเบอร์ตรงของตน ทั้งนี้ชุดที่ถูกวิสามัญมีการล่อซื้อมา 3 รอบแล้ว ถือว่าได้แก๊งใหญ่แต่ไม่ใช่ล็อตใหญ่
เมื่อถามถึงปัญหาของการที่ผู้ค้ายาจ้างวานเด็ก 9 ขวบ เดินยาโดยให้ค่าจ้าง 20 บาทนั้น รองนายกฯ กล่าวว่า "ไอ้นี่มันปัญหาปลีกย่อย ทุกวันนี้ผมแก้ที่ต้นเหตุ" ต้องปิดแนวตะเข็บชายแดน ที่ต้องขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา ผบ.ทบ. ที่ท่านเอารั้วลวดหนามไปกั้น ทำให้เส้นทางเข้า-ออก น้อยลง เราก็เข้าไปตั้งเซ็นเซอร์ ซึ่งรายที่มีการวิสามัญรอดมาได้ 2-3 ครั้ง พอเราไปตั้งเซ็นเซอร์ เราก็รู้เส้นทางก็จับง่าย นอกจากนี้ยังมีการสกัดสารตั้งต้น เรารู้เส้นทางซูโดอีเฟรดีน ก็ไม่มีการผลิตและให้ทางพม่าช่วยดูแลด้วย "ไอ้เด็กถือยาสองเม็ดสามเม็ดแค่ปลายเหตุ"
รองนายกฯ เปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้ยาบ้ามาจากท่าขี้เหล็กทั้งนั้นและกำลังมีการเปลี่ยนเส้นทางไปทางภาคอีสานนิดหน่อย ซึ่งวันเสาร์-อาทิตย์ นี้ตนจะไปภาคเหนืออีกครั้ง และจะฝากให้กระทรวงมหาดไทยว่าถ้าจะปรับเปลี่ยนผู้ว่าราชการจังหวัด 8 จังหวัดทางภาคเหนือท่านต้องเข้มแข็งหน่อย เพราะผู้ว่าฯ ต้องประสานงานกับตำรวจอย่างดีเยี่ยม ส่วนตำรวจตนมีโอกาสได้ดู
"ไอ้เด็ก 9 ขวบ 12 ขวบ ถือสองเม็ดสามเม็ด ไอ้นี่มันปลายเหตุ"
เตรียมจ่อแก้กฎหมายประหารชีวิตนักโทษคดียาเสพติด
ร.ต.อ.เฉลิม เป็นประธานเปิดโครงการเครือข่ายชุมชนสีขาวรวมพลังต่อต้านยาเสพติดของกองบังคับ การตำรวจนครบาล 9 ที่ลานเซ็นทรัล ปาร์ค พระราม 2 โดยระบุว่า นับเป็นการเริ่มต้นรณรงค์ต่อต้านการแพร่ระบาด ของยาเสพติดในชุมชนเพื่อสร้างความเข้มแข็งในการแก้ปัญหายาเสพติด หากชุมชนร่วมมือกันสอดส่องดูแลแจ้งความเคลื่อนไหวของขบวนการค้ายาเสพติดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบจะทำให้การแพร่ระบาด ของยาเสพติดลดลง
ร.ต.อ.เฉลิม ยอมรับว่า ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในประเทศมาจากขบวนการในประเทศเพื่อนบ้านที่ลักลอบนำเข้ามา ซึ่งได้เจรจากับทางการพม่าในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง ส่วนการแก้กฎหมายกำลังดำเนินการในกรณีนักโทษที่ถูกพิพากษาให้ประหารชีวิต จากเดิมกำหนด 60 วัน ให้ประหารชีวิตภายใน 15 วัน กรณีคดีสิ้นสุด ซึ่งไม่ขัดต่อกฎหมาย รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการปราบปรามยาเสพติดในเรือนจำ เพราะผู้อยู่เบื้องหลังการสั่งการส่วนใหญ่อยู่ในเรือนจำ การจะแก้ปัญหานี้ให้ได้ผลทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน



