
'พม่า'จ่อปล่อยคนไทยก่อน'เต็ง เส่ง'เยือนไทย
'สุรพงษ์'เผย'ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง'เตรียมปล่อยตัวคนไทยถูกหลอกล้ำแดนได้ก่อนเยือนไทย 22 ก.ค.นี้ พร้อมไม่อนุญาติให้เยี่ยม 92 คนไทยที่ถูกจับกุมจากการบุกรุกพท. ด้าน ญาติๆคนไทยที่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารพม่าจับกุมตัว ยังคงรอคอยและเฝ้าลุ้นทางพม่าปล่อยตัวกลับ
16 ก.พ.55 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยที่ถูกทหารเมียนมาร์จับกุมตัวเนื่องจากรุกล้ำเขตแดนของเมียนมาร์ ว่า ตนได้รับการยืนยันว่าคนไทยที่ถูกจับกุมยังปลอดภัยดี ทั้งนี้ทางการเมียนมาร์ได้แบ่งกลุ่มผู้ที่ถูกจับกุม เป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มผู้ที่ถูกหลอกให้เข้าไปในพื้นที่ 2.กลุ่มคนที่พกพาอาวุธเข้าไป 3.กลุ่มผู้ที่ปลูกกัญชา ซึ่งใน 2 กลุ่มหลังจะต้องถูกทางการเมียนมาร์ดำเนินคดีตามกฎหมายของเมียนมาร์ ขณะที่กลุ่มแรกนั้นคาดว่าอาจจะได้รับการปล่อยตัวก่อนการที่พล.อ.เต็ง เส่ง ประธานาธิบดีเมียนมาร์ จะเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 ก.ค.นี้ ซึ่งจากการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หารือกับประธานาธิบดีของเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา ผู้นำเมียนมาร์ได้รับปากว่าจะดูแลเรื่องนี้ให้
ส่วนที่มีชาวบ้านบางส่วนระบุว่าอยู่ในพื้นที่ของไทย และอยากให้มีการพิสูจน์สิทธิ์ในที่ดินนั้น รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ตนได้รับรายงานว่าเป็นที่ดินของฝ่ายเมียนมาร์ และมีแม่น้ำกั้นชัดเจน รวมถึงผู้ที่ถูกจับกุมก็สารภาพว่าได้หลอกลวงชาวบ้านเข้าไปพื้นที่ของเมียนมาร์ แต่ถ้าจะให้มีการตรวจสอบที่ดิน ก็สามารถทำได้
ทหารพม่าไม่อนุญาติให้เยี่ยม 92 คนไทยที่ถูกจับกุมจากการบุกรุกพท.
พ.อ.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 ในฐานะประธาน TBC หรือคณะกรรมการประสานงานชายแดน ไทย-พม่า ด้านจังหวัดระนอง-เกาะสอง เปิดเผยว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ชุดประสานงานชายแดน ไทย-พม่าเข้าไปในจังหวัดเกาะสอง เพื่อติดตามช่วยเหลือคนไทยทั้งหมดที่ถูกทหารพม่าควบคุมตัวไว้ที่บ้าน 9 ไมล์แล้วนั้น ขณะนี้ พบว่า ชาวบ้านที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในระหว่างกระบวนการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จคาดว่าน่าจะอยู่ในอีก 1-2 วั น และได้สอบถามถึงการที่ญาติจะข้ามไปเยี่ยมได้หรือไม่นั้นทางการพม่ายังไม่อนุญาติให้เข้าไปเยี่ยมได้เนื่องจากยังอยู่ในระหว่างกระบวนการสอบสวนเพื่อแจ้งข้อกล่าวหายังไม่แล้วเสร็จ
"ยืนยันว่าพื้นที่เกิดเหตุดังกล่าวเป็นเขตแดนของประเทศพม่าตามอนุสัญญาระหว่างประเทศไทย-พม่า ว่าด้วยเรื่องกำหนดเขตแดน ฯ ลงวันที่ 8 ก.พ. 1868 ที่ระบุว่าเขาถ้ำแดงตามเขตแดนใหญ่มาจนถึงปรายน้ำกะในมาจนถึงแม่น้ำปากจั่นเป็นเส้นแบ่งเขตแดน ส่วนทรัพย์สินที่ทางญาติติดต่อขอคืน จะพยายามประสานทางการทูตให้อีกครั้ง แต่ต้องรอให้เสร็จสิ้นกระบวนการในชั้นศาลก่อน " พ.อ.พรศักดิ์ กล่าว
ด้านนางน้อย เปอร์ดำ อยู่บ้านเลขที่ 226/3 ม. 1 ต.ไสหว้า อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า เดินทางมาจาก จ.นครศรีธรรมราช มาตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. ทันทีที่ทราบข่าวสามีและลูกถูกทหารพม่าควบคุมตัว และยังคงเฝ้ารออยู่ใน จ.ระนองต่อไป และหวังว่าจะได้รับข่าวดี ทางการพม่าจะปล่อยตัวโดยเร็ว เพราะสามีและลูกของตนรวม 3 คน เข้าไปทำสวนยางพารา โดยวันเกิดเหตุนำต้นกล้ายางพาราจาก จ.นครศรีธรรมราชเข้าไปปลูก
"ตอนนี้เป็นห่วงสามีและลูก ที่ถูกทหารพม่าควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค.
ยอมรับว่าสามีและลูกทั้ง 2 คน ได้เข้าไปแผ้วถางป่าและนำยางพาราเข้าไปปลูกบนเนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ ที่ซื้อต่อมาจากนายหน้าคนหนึ่งในราคาประมาณ 300,000 บาท ซึ่งผิดพลาดที่ไม่ได้มีการสอบถามกับชาวบ้านในพื้นที่ว่าอยู่ในฝั่งไทยหรือพม่า เพราะเมื่อเดินทางมาดูสถานที่ในตอนแรกก่อนตัดสินใจซื้อเห็นมีชาวบ้านคนไทยเป็นจำนวนมากกำลังแผ้วถาง และปลูกพืชทางการเกษตรตนจึงตัดสินใจซื้อหวังจะเป็นทรัพย์สมบัติไว้แบ่งให้กับลูกๆ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น เงินทองที่เก็บไว้สูญไปหมด รวมถึงที่ดินก็คงจะยากจะกลับคืนมา ตอนนี้ได้แต่หวังอย่างเดียวว่าให้สามีและลูกชายทั้งสองคนได้รับการปล่อยตัวโดยเร็ว "นางน้อย กล่าว
ญาติคนไทยที่ถูกทหารพม่าจับ ยังเฝ้าลุ้นพม่าปล่อยตัว
นางน้อย เปอร์ดำ อยู่บ้านเลขที่ 226/3 ม. 1 ต.ไสหว้า อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตนเดินทางมาจาก จ.นครศรีธรรมราช มาตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค.55 ทันทีที่ทราบข่าวสามีและลูกๆถูกทหารพม่าควบคุมตัว และยังคงเฝ้ารออยู่ใน จ.รอนองต่อไป และหวังว่าจะได้รับข่าวดี ทางการพม่าจะปล่อยตัวโดยเร็ว เพราะสามีและลูกๆของตนรวม 3 คน เข้าไปทำสวนยางพารา โดยวันเกิดเหตุนำต้นกล้ายางพาราจาก จ.นครศรีธรรมราช เข้าไปปลูกโดยลูกๆที่โดนจับนั้นได้เข้ามาช่วยลำเลียงต้นกล้ายางพาราเข้าไปยังพื้นที่ที่ตนได้ซื้อไว้ประมาณ 100 ไร่
นางน้อย กล่าวต่อว่า ตอนนี้เป็นห่วงสามีและลูกๆของตนรวม 3 คนถูกทหารพม่าควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค.55 มากไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งตนยอมรับว่าสามีและลูกทั้ง 2 คนได้เข้าไปแผ้วถางป่าและนำยางพาราเข้าไปปลูกบนเนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ ที่ซื้อต่อมาจากนายหน้าคนหนึ่งในราคาประมาณ 300,000 บาท ซึ่งตนพลาดที่ไม่ได้มีการสอบถามกับชาวบ้านในพื้นที่ว่าอยู่ในฝั่งไทยหรือพม่า เพราะเมื่อเดินทางมาดูสถานที่ในตอนแรกก่อนตัดสินใจซื้อเห็นมีชาวบ้านคนไทยเป็นจำนวนมากกำลังแผ้วถาง และปลูกพืชทางการเกษตร
ตนจึงตัดสินใจซื้อหวังจะเป็นทรัพย์สมบัติไว้แบ่งให้กับลูกๆจำนวน 5 คน แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นตอนแรกก็ช็อคมากเพราะสิ้นเนื้อประดาตัว เงินทองที่เก็บหอมออมริบมาตลอดชีวิตสูญสิ้น รวมถึงที่ดินก็คงจะยากจะกลับคืนมา ตอนนี้ได้แต่หวังอย่างเดียวว่าให้สามีและลูกชายทั้งสองคนได้รับการปล่อยตัวโดยเร็ว ทั้งยังเฝ้ารอความหวังที่ทางการไทยเข้าไปเจรจาปล่อยตัวแต่ก็ไม่เป็นผล
ตอนนี้หวังว่าผู้ที่มีอำนาจโดยเฉพาะ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ที่เดินทางไปประเทศพม่าและอาจจะได้เจรจาและขอให้ทางการพม่าปล่อยตัวชาวบ้านคนไทยโดยเฉพาะชาวบ้านที่เข้าไปปลูกยางพาราไม่ได้ร่วมกระทำผิดเรื่องอื่นๆ ซึ่งทราบว่ามีข่าวดีเรื่องเด็กและผู้หญิง รวมถึงผู้ที่ไม่มีส่วนร่วมในเรื่องยาเสพติดและอาวุธสงคราม ทำให้ตนมีความหวังมากขึ้น



