
เฟ้น "คนภักดีทักษิณ":นั่งหัวหน้าพรรคตัวจริง
เป็นไปตามคาด สำหรับวาระ "เปลี่ยนหัว" โละโครงสร้างใหม่พรรคเพื่อไทยแบบยกชุด ที่จะมีขึ้นวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคมนี้
กระทั่ง "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนปัจจุบันต้องยอมถอยลงจากเก้าอี้ตามระเบียบ เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าเป็นได้แค่ "หัวโขนขัดตาทัพ"
แว่วมาว่างวดนี้ "แกนนำสายตรงชินวัตร" รับบัญชาจากนอกประเทศ ว่าจะให้ ส.ส. มีส่วนร่วมในการเสนอชื่อบุคคลที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรค ขณะเดียวกันก็จะให้ ส.ส. เสนอตัวเข้ามาทำงานในตำแหน่งทางการเมือง
สร้างภาพของความเป็น "สถาบันพรรคการเมือง" ส.ส.ได้มีส่วนร่วม !!!
เบื้องต้นที่ประชุมกำหนดให้มีกรรมการบริหารพรรคไม่เกิน 29 คน ประกอบด้วย ส.ส. และสมาชิกพรรคที่ไม่ใช่ ส.ส.
หลังก่อนหน้านี้ส่งมือประสานสิบทิศ "สมชาย วงศ์สวัสดิ์-สมพงษ์ อมรวิวัฒน์" เข้ามานั่งหัวโต๊ะวางโครงสร้างยุทธศาสตร์ทางการเมืองของพรรคใหม่
ด้วยการกำหนดสูตรสัดส่วนรายชื่อคณะกรรมบริหารพรรคและคณะทำงานเฉพาะด้านคือ นักการเมือง-นายทุน-นักวิชาการ ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม
หวังชูภาพ "พรรคการเมืองมืออาชีพ" และย้ำความเป็น "สถาบันทางการเมือง" ที่พรั่งพร้อมไปด้วยส่วนผสมของนักการเมืองและผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการ สามารถแก้ปัญหาให้แก่ประชาชนในภาวะวิกฤติได้ เหมือนเช่นที่พรรคไทยรักไทยเคยประสบผลสำเร็จ
พร้อมๆ กับออกโรงต่อสายทาบทาม บิ๊กจิ๋ว “พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ" เข้ามาเป็นประธานที่ปรึกษาพรรค
รวมทั้งวางตัว มือเศรษฐกิจอย่าง "โอฬาร ไชยประวัติ" อดีตรองนายกรัฐมนตรี รับหน้าที่ดูแลด้านนโยบายเศรษฐกิจเพื่อเตรียมพร้อมด้านการเลือกตั้งแต่เนิ่นๆ
แต่ตำแหน่งถูกโฟกัสจับตามากที่สุด ก็เห็นจะเป็นตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ ที่หากมองนัยทางการเมืองแล้ว ก็รู้กันดีว่า ผู้ที่จะตัดสินใจเคาะโต๊ะในตอนสุดท้ายมีเพียงคนเดียวคือคนชื่อ "ทักษิณ ชินวัตร"
ท่ามกลางกระแสข่าวรายชื่อแคนดิเดตชิงตำแหน่งกันในพรรค ไล่ตั้งแต่
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย
พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา
พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร
มิ่งขัวญ แสงสุวรรณ์
พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ
ขณะที่ตำแหน่งเลขาธิการพรรคก็ยังมีชื่อของ “เจ๊ปู" ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่
แม้ก่อนหน้านี้จะมีข่าวว่า "นายใหญ่ไฟเขียว" ชื่อของ "สิงห์เหลิม" ในฐานะ "ฝ่ายบู๊" ที่ต้องการให้ออกมารับหน้าเสื่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามแบบเต็มตัว
แต่ด้วย "รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง" จึงทำให้ "สิงห์เหลิม" ม้วนตัวหลบได้อย่างสวยงาม ด้วยข้ออ้างคุณสมบัติไม่พอ เช่นเดียวกับ "มิ่งขวัญ” ที่บอกปัดมาโดยตลอด
ซ้ำยังมีรายงานมาว่า ทั้งสองยื่นคำขาดกับผู้ใหญ่ในพรรคว่า หากยังอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2550 ที่เสี่ยงกับการถูกอำนาจปัจจุบันเล่นงาน ก็จะไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ ในพรรค
พูดให้ถูก คือ ปฏิเสธไม่ขอรับห่วงผูกคอ !
ขณะที่รายชื่อของ "เลือดแท้" อย่าง "บิ๊กตุ้ย-ชัยสิทธิ์" ก็กลับมีข่าว ”ถูกเบรก” จากทั้ง "ทักษิณ" และแกนนำคนอื่น เพราะเกรงว่า จะเป็นการชูภาพ "ชินวัตร" แบบโจ่งแจ้งเกินไป
จึงไม่เหมาะกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่ตกเป็นรอง อาจเสี่ยงกับการถูกเป็น "เป้าล่อ" หนักยิ่งกว่าเดิม
ส่วนรายชื่อของ "เสี่ยเปีย-อภิวันท์" ที่ดูเหมือนจะมีเสียง ส.ส.ในพรรคเชียร์กันสนั่น แต่ก็อาจติดอยู่ที่ "ผู้ใหญ่ในพรรค" ยังเสียดายโควตา "เก้าอี้รองประธาน" เพื่อคอยแก้เกมในสภา ซึ่งอาจต้องเสียไปให้พรรคประชาธิปัตย์ทันทีเมื่อเจ้าตัวขอลาออก
ล่าสุด "สุนัย จุลพงศธร" ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย จึงได้ทีออกมาปล่อยข่าวว่า มี ส.ส.บางคนเดินทางไปพบและพูดคุย "ทักษิณ" เกี่ยวกับการหาหัวหน้าพรรคคนใหม่ โดยเน้นคนที่ให้ความจงรักภักดีต่อ "ทักษิณ" เต็มร้อย
จึงได้ปรากฏชื่อของ "พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ” !!!
ท่ามกลางกระแสข่าว "นายใหญ่" เปลี่ยนแผน วางตัวหัวหน้าพรรคคนใหม่ไว้เพียงตำแหน่งชั่วคราว และอาจมีการปรับเปลี่ยนคนที่จะมาเป็น "หัวหน้าพรรคตัวจริง" ได้ทันทีที่เข้าสู่โหมดเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม คงต้องยอมรับว่า ในยามที่พรรคเพื่อไทยเกิดภาวะเครื่องยนต์ในพรรคเพื่อไทยเดิมติดขัด ไม่แรงดีเหมือนเมื่อครั้งเป็นพรรคไทยรักไทยและพลังประชาชน ไม่เหมาะอย่างยิ่งกับสถานการณ์เช่นนี้
อีกทั้ง "หัวหอกแกนนำตัวจริง" จากพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์,จาตุรนต์ ฉายแสง, สมชาย-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และ ยงยุทธ ติยะไพรัช
ต่างก็ตกอยู่ในสภาพ "โดนตอกฝาโลง" พากันกบดานในที่ปลอดภัย มีเพียงเลือดแท้ "เพื่อนตายทักษิณ" จริงๆ เท่านั้นก็ยังปักหลักอยู่
"เก้าอี้หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่" จึงน่าจะสะท้อน และเป็นสัญญาณจาก "ทักษิณ” ถึงการไว้เนื้อเชื่อใจและพิสูจน์ "เพื่อนแท้ของทักษิณ" อีกครั้ง !!!
ณยา ใจกาวัง



