
จีนส่งแพทย์ช่วยเขมรกู้วิกฤตโรคมือเท้าปาก
เหตุวิกฤตโรคในกลุ่มเด็ก จีนส่งทีมแพทย์มาช่วยกัมพูชาแล้ว ขณะที่ลูกสาว'ฮุน เซ็น'ควักเงินกว่า 3 แสนดอลล่าร์บริจาคช่วยเด็กติดโรค ด้านระยองติดอันดับ5ของประเทศโรคมือเท้าปาก
16 ก.ค.55 ที่ฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ตรงกันข้ามกับอ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ชาวกัมพูชา ต่างให้ความสนใจหาซื้อ น.ส.พ.กัมพูชา ที่เคยรายงานสถานการณ์การระบาดของโรคมือเท้าปากชนิดรุนแรง ที่ได้คร่าชีวิตผู้ป่วยเด็กชาวกัมพูชาไปแล้วอย่างน้อย 64 คน และมีการพบผู้ป่วยเด็กชาวกัมพูชาติดโรคเพิ่มอีก 4 คน ที่ จ.พระตะบอง แต่ปรากฏว่าหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันนี้ ไม่มีการรายงานข่าวเกี่ยวสถานการณ์โรคดังกล่าวแม้แต่การรายงานความคืบหน้าของผู้ป่วย ทำให้ชาวกัมพูชาดเกรงว่า ทางการกัมพูชาอาจปกปิดข่าวดังกล่าว
ส่วนเวปไซด์แดป-นิวส์ ของหนังสือพิมพ์เดิมอำปรึล(หนังสือพิมพ์ต้นมะขาม) ได้รายงานว่า ประเทศจีนได้จัดส่งทีมแพทย์เต็มคณะจากประเทศจีน พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ มาช่วยเหลือกัมพูชาในการสกัดกั้นและรักษาโรคมือเท้าปากชนิดรุนแรงที่กำลังระบาดในกัมพูชา และสาธารณสุขกัมพูชา ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ คาดว่าทีมแพทย์จากจีนจะระดมทีมแพทย์เพื่อหาวิธีรักษาโรคดังกล่าวได้ในเร็วๆนี้
ขณะเดียวกัน คุณหญิงฮุน มานา ผู้อำนวยการสถานีวิทยุและโทรทัศน์บายน ของกัมพูชา ซึ่งเป็นลูกสาวของสมเด็จฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้บริจาคเงิน 300, 000 ดอลล่าร์บริจาคให้แก่โรงพยาบาลกนบุปผา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเด็ก ในกรุงพนมเปญ เพื่อช่วยเหลือและช่วยในการรักษาเด็กๆชาวกัมพูชาที่ป่วยเป็นโรคมือเท้าปากชนิดรุนแรง ที่ถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าว
ทั้งนี้ ที่บ้านหนองมาตร หมู่ที่ 4 ต.ช้างทูน อ.บ่อไร่ จ.ตราด เด็กชายสง อายุ 1 ปี 5 เดือนสัญชาติพม่า ป่วยเป็นโรคมือเท้าปาก โดยมารดาคือนางเม่น สัญชาติพม่า เข้ามาอาศัยรับจ้างกรีดยางพาราในของสวนที่บ้านหนองมาตร หมู่ที่ 4 ต.ช้างทูน อ.บ่อไร่ จ.ตราด
นางเม่น กล่าวว่า บ่ายวันที่ 6 ก.ค. เด็กชายสงเริ่มมีอาการคันที่เท้ามีผื่นขึ้นบริเวณที่ฝ่าเท้า ฝ่ามือ และเป็นแผลที่กระพุ้งแก้ม หลังจากนั้นก็มีอาการปวดหัว ตัวร้อนมีไข้ จึงพาไปตรวจที่โรงพยาบาลบ่อไร่ในเช้าวันที่ 10 ก.ค. เพื่อเข้ารับการรักษากับหลังตรวจเช็คอาการของเด็กชายสงอย่างละเอียด พบว่าเด็กชายสงป่วยเป็นโรคมือเท้าปาก โรงพยาบาลบ่อไรจึงแจ้งหน่วยงานสาธารณสุขอำเภอบ่อไร ประสานให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภา ต.บ้านหนองแฟบ ดำเนินการ
โรคมือเท้าปากระยองติดอันดับ5ของประเทศ
นายแพทย์กฤษณ์ ปาลสุทธิ์ สาธารณสุขจังหวัดระยอง เผยว่า สถานการณ์โรค มือ เท้า ปาก ของจังหวัดระยอง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-10 ก.ค.55 พบผู้ป่วยแล้ว 316 ราย เป็นอันดับ 5 ของประเทศ ไม่มีผู้เสียชีวิต ในประเทศไทยเป็นเชื้อไวรัส คอ๊กซากี ที่ไม่รุนแรงไม่ทำให้เสียชีวิต เป็นคนละตัวกับที่แพร่ระบาดในกัมพูชาเป็นเชื้อ เอ็นโรไวรัส 71 ผู้ป่วยที่พบมากที่สุดคือ อำเภอเมืองระยอง จำนวน 251 ราย รองลงมา คือ อ.บ้านค่าย 17 ราย อ.ปลวกแดง 13 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กในเนสเซอรี่ ศูนย์รับเลี้ยงเด็กขุมขน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของรัฐและเอกชน โดยทางสำนักงานสาธารณสุข ก็ได้กำชับให้ทุกพื้นที่เคร่งครัดเรื่องการป้องกันโรค มือ เท้า ปาก โดยเฉพาะความสะอาดของศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนประถมศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน ใช้มาตรการควบคุมและป้องกันด้วยวิธี กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ
นอกจากนั้น ยังได้ประสานกับผู้ประกอบการที่มีแรงงานต่างด้าว ไม่ว่าจะเป็น อาชีพประมง ทำสวน ก่อสร้าง ไม่ให้คนงานเดินทางกลับประเทศเพราะถ้ากลับไปอาจจะนำเชื้อกลับมาแพร่ระบาด ถ้าอยู่ในประเทศไทยเชื้อตัวนี้ก็ไม่สามารถเข้ามาได้ซึ่งผู้ประกอบการก็ให้ความร่วมมือ โรคนี้เป็นกันทุกปี เมื่อปีที่ผ่านมาจังหวัดระยองพบผู้ป่วยทั้งปีจำนวน 300 กว่าราย แต่ปีนี้ แค่เดือนมกราคมถึงกรกฎาคม ยังไม่ถึง 7 เดือนก็พบผู้ป่วยแล้ว 316 ราย
......................................
(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)



