
ฟันรง.ปล่อยน้ำเสียทำปลาตายนับแสน
อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมเต้น สั่งเอาผิดโรงงานต้นเหตุปลาตายนับแสนตัวในลำตะคอง หวังใช้โคราชเป็นโมเดลบูรณาการโรงงานทั่วประเทศให้รักษาสิ่งแวดล้อม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 55 ความคืบหน้ากรณีปลาตายนับแสนตัว รวมน้ำหนักประมาณ 1.5 ตัน ลอยตายในลำตะคอง ช่วงผ่านโรงงานผลิตน้ำแข็งเอ็มพี จนถึงหมู่บ้านวีไอพี เป็นระยะกว่า 1 กิโลเมตร ในช่วงเวลาพลบค่ำของวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา
ล่าสุดที่ห้องประชุมภายในสำนักงานพรรคชาติพัฒนา บ้านพักนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เขตเทศบาลนคร นครราชสีมา นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อดีตรมต.อุตสาหกรรม และหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา พร้อมด้วยนายประเสริฐ บุญชัยสุข ส.ส.เขต 2 พรรคชาติพัฒนา จังหวัดนครราชสีมา ฐานะประธานคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรมสภาผู้แทนราษฎร และนายประพัฒน์ วนาพิทักษ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้เรียกตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย อุตสาหกรรมจังหวัด สิ่งแวดล้อมจังหวัด ประมงจังหวัด ชลประทานที่ 8 และสำนักงานเทศบาลนคร นครราชสีมา ฐานะ อปท.เจ้าของพื้นที่ เข้าร่วมประชุมหารืออย่างเคร่งเครียด รายละเอียดสำคัญ แต่ละหน่วยงานได้นำเสนอข้อมูล ซึ่งเป็นข้อสันนิษฐานถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น กระบวนการต่อไปทุกภาคส่วนจะต้องร่วมกันฟื้นฟูระบบนิเวศน์ลำตะคอง และใช้ข้อบังคับกฎหมายของแต่ละหน่วยงานที่สามารถดำเนินการได้ เพื่อเอาผิดมิให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป
นายธนัญชัย วรรณสุข นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 นครราชสีมา กล่าวชี้แจงว่า ผลการตรวจวัดคุณภาพค่าออกซิเจนละลายน้ำในลำตะคอง ช่วงจุดที่เกิดปัญหา ในช่วงเวลา 09.00 น. ที่ผ่านมา หลังโรงงานผลิตน้ำแข็งเอ็มพี ค่าออกซิเจนละลายน้ำมากกว่า 2 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเกินค่ากำหนดตามมาตรฐาน 2.0 ขึ้นไป ปลาจะดำรงชีวิตอยู่ได้ สะพานข้ามลำคลองด้านหลังห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์นครราชสีมา ค่าออกซิเจน 4 มิลลิกรัมต่อลิตร เป็นอานิสงส์ จากสำนักงานโครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษาลำตะคอง สำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา เพิ่มปริมาณการระบายน้ำเพื่อผลักดันน้ำก้อนที่มีปัญหาให้เจือจาง
นายธนัญชัย กล่าวถึง ผลการตรวจในช่วงเวลาหลังมีปลาตายจำนวนมาก พบลักษณะคราบน้ำมันลอยอยู่ในลำตะคอง ช่วงหลังโรงงานผลิตน้ำแข็งเอ็มพี เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบในโรงน้ำแข็งดังกล่าว พบการซ่อมบำรุงเครื่องจักร ซึ่งผู้ประกอบการยืนยันได้เก็บกักน้ำมันเครื่องที่ปนเปื้อนสารแอมโมเนียไว้ โดยมิได้ระบายลงทิ้งในลำคลองสาธารณะแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงเก็บตัวอย่างน้ำที่ปลายท่อน้ำทิ้งรวมทั้งน้ำในลำตะคองช่วงเหนือโรงงาน ฯ และช่วงท้ายน้ำ ส่งตรวจยืนยันผล ซึ่งจะต้องใช้เวลาวิเคราะห์ประมาณ 5 วัน
เบื้องต้นได้ตั้งข้อสังเกตถึงระยะทางที่พบปลาตายเฉียบพลันในลำน้ำ ตั้งแต่หลังโรงงานผลิตน้ำแข็งถึงสะพานข้ามถนนมิตรภาพ ข้างโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา เป็นระยะสั้น 1 กิโลเมตร โดยมีค่าความเป็นกรดด่างสูง 8.8-9.2 ค่าออกซิเจนละลายน้ำต่ำ ระดับ 0.2-0.9 มิลลิกรัมต่อลิตร ต่ำกว่า 2.0 มิลลิกรัม ที่จะทำให้สัตว์น้ำดำรงชีวิตอยู่ได้ จึงมีความเป็นไปได้น่าจะเกิดจากสารแอมโมเนียที่ระบายทิ้งในการซ่อมบำรุงเครื่องจักร เนื่องจากสารดังกล่าว มีพิษต่อปลาสูงมาก เมื่อไหลลงสู่ลำคลองจะส่งผลให้มีค่าความเป็นกรดด่างสูง และสารแอมโมเนียมีคุณสมบัติไม่เสถียร จะดึงออกซิเจนในน้ำ ทำให้ออกซิเจนลดต่ำอย่างรวดเร็ว เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาไนตริฟิเคชั่นเป็นไนไตรท์ และไนเตรท เป็นสาเหตุให้ปลาตายเฉียบพลัน ซึ่งรายละเอียดทั้งหมด ได้รายงานให้ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรับทราบแล้ว
นายประเสริฐ บุญชัยสุข ประธานกรรมาธิการ เปิดเผยว่า ปัญหาในลักษณะนี้เกิดขึ้นมาหลายครั้ง แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้การแก้ปัญหาในลักษณะวัวหายล้อมคอกกันมาตลอด สาเหตุปลาตายในลำตะคองโคราช สังคมกำลังรอผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่จะยืนยันสาเหตุที่แท้จริง สาเหตุหลักน่าจะเกิดจากการปนเปื้อนของสารเคมีที่ถูกปล่อยออกจากโรงงานอุตสาหกรรม ที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียง กรมโรงงานอุตสาหกรรม ต้องเร่งรัดดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมทุกแห่งที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง หรือมีความเชื่อมโยงเกี่ยวพันกันกับแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างเข้มข้น โดยประชาสัมพันธ์ ชี้แจงทำความเข้าใจถึงข้อบังคับกฎหมาย กรณีนี้ผู้ประกอบการได้ซ่อมบำรุงเครื่องจักรโดยชำระล้างสารเคมีแต่ไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบตามขั้นตอน เมื่อผู้ประกอบการ ไม่ทราบข้อกฎหมาย จึงแสดงให้เห็นถึงความขาดปฏิสัมพันธ์ ระหว่างผู้ประกอบการและภาครัฐ
ดังนั้นให้หน่วยงานราชการที่มีอำนาจหน้าที่ต้องปฏิวัติการทำงาน หันมาทำงานในเชิงรุก สนง.อุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบเก็บข้อมูลโรงงาน ที่มีความเสี่ยงต่อการส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนไว้ในสารระบบ เพื่อง่ายต่อการติดตามตรวจสอบ พร้อมให้ความรู้ผู้ประกอบการได้มีการปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัดและควบคุมมิให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก
นายประพัฒน์ วนาพิทักษ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า ผลตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องสงสัย หากพบพยานหลักฐานชัดเจน เราจะดำเนินการตามข้อบังคับของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้ได้ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมที่สุ่มเสี่ยงส่งผลกระทบต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทุกแห่ง โดยให้จังหวัดนครราชสีมาเป็นพื้นที่นำร่องหรือโมเดลในการดำเนินเป็นรูปธรรม เพื่อขยายการดำเนินการพร้อมทั่วประเทศต่อไปในอนาคต



