ข่าว

บช.น.ยึด'กรุงโซล'โมเดลแก้รถติด

บช.น.ยึด'กรุงโซล'โมเดลแก้รถติด

16 ก.ค. 2555

นครบาลเตรียมปรับแก้ปัญหารถติด ยึดแบบ "เกาหลี" ออกกฎเข้ม เปลี่ยนพฤติกรรมคนขับ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 55  พล.ต.ต.อุทัยวรรณ แก้วสะอาด ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) กล่าวถึงแนวทางแก้ปัญหาจราจรติดขัดในพื้นที่ กทม.ภายหลังนำคณะข้าราชการตำรวจจราจรและกองบัญชาการตำรวจนครบาลดูงานการจัดการจราจรในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ว่า เป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กับเจ้าหน้าที่จราจรระดับปฏิบัติการได้เห็นมุมมองใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของตำรวจจราจรเกาหลี พฤติกรรมการขับขี่ และกฎหมายจราจรรวมถึงการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ควบคุมจัดการจราจรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยทางคณะได้เข้าไปดูงานภายใน Seoul Metro-politan Police ศูนย์บัญชาการใหญ่ ควบคุมระบบทั้งหมดของกรุงโซล

          โดย Seoul Metro-politan Police แบ่งโครงสร้างตามภารกิจคล้ายตำรวจไทย เฉพาะในส่วนของตำรวจจราจรมีกำลังประมาณ 2,000 นาย ซึ่งครึ่งหนึ่งจะเป็นสายตรวจหมุนเวียนสับเปลี่ยนลงพื้นที่ที่รับผิดชอบตามจุดต่าง ๆ โดยไม่เน้นการตรวจจับหรือออกใบสั่งเพราะคนเกาหลีส่วนใหญ่เคารพกฎหมาย สถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนจึงน้อยมากไม่เกินวันละ 5 รายเท่านั้น 

          ผบก.จร. กล่าวต่อว่า การจัดจราจรในกรุงโซลจะมีการตั้งศูนย์ข้อมูลจราจร เหมือน บก.02 ของนครบาลเรา ทำหน้าที่ควบคุมด้านการจราจรผ่านทางกล้องซีซีทีวี ที่ติดตั้งตามจุดต่าง ๆ ครอบคลุมถนน 436 เส้นทาง กล้องแต่ละตัวสามารถหมุนได้ 360 องศา ซูมได้ในระยะใกล้ มองเห็นภาพกรุงโซลได้เกือบทุกจุด ไม่ต้องใช้ตำรวจจราจร ยกเว้นกรณีเกิดอุบัติเหตุจะส่งเจ้าหน้าที่ไปควบคุมและจัดระเบียบที่เกิดเหตุภายใน 3 นาที

          กล้องซีซีทีวีแต่ละจุดจะมีการเชื่อมสัญญาณมายังศูนย์ฯ ผ่านจอขนาดใหญ่แสดงเป็นแผนที่การเคลื่อนตัวของการจราจรถนนสายต่างๆ แทนด้วยเส้นสีรวม 5 สี คือ สีแดง รถวิ่งไม่เกิน 10 กม./ชม. สีม่วง 20 กม./ชม. สีเหลือง 30 กม./ชม. สีเขียว 50 กม./ชม. และสีฟ้า เกิน 50 กม./ชม. ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะบริการให้กับประชาชนผ่านทาง ทีวี อินเทอร์เน็ต และสมาร์ทโฟน ฟรี

          นอกจากนี้ ภายในศูนย์ฯ จะมีสถานีวิทยุคลื่นต่าง ๆ มาประจำคอยรายงานสภาพการจราจรให้กับประชาชนรับทราบอีกทางหนึ่ง ซึ่งพบว่าการจราจรกรุงโซลนั้นรถจะติดมากเฉพาะช่วงเร่งด่วนเช้าวันจันทร์ และช่วงเร่งด่วนเย็นวันศุกร์เพียงสองวันส่วนวันปกติก็ไม่ติดขัด ขณะที่จำนวนรถยนต์ที่จดทะเบียนมีประมาณ 300 ล้านคัน ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์และรถใหม่มากกว่ารถเก่า เพราะมีการกำหนดอายุการใช้งานไม่เกิน 7 ปี เกินจากนี้ต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้นเป็นการป้องกันปัญหามลพิษ

          สาเหตุที่ไม่ส่งผลให้การจราจรติดขัดคือ รถทั้งหมดไม่ได้นำมาวิ่งพร้อมกัน เพราะรัฐบาลกำหนดมาตรการสลับเวลาการใช้รถ ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคลและรถแท็กซี่ พร้อมกับส่งเสริมการใช้บริการระบบขนส่งมวลชนและรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งมีความสะดวกและปลอดภัย ปัญหาอาชญากรรมก็มีน้อยเช่นกัน

          โดยพบว่าประชาชนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการขับขี่ที่เคารพกฎหมายจราจรและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะมีการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ๆ และบริเวณตามจุดต่าง ๆ จะมีการติดตั้งป้ายเตือนให้เห็นชัดเจน เช่น พื้นที่ห้ามจอด ใครฝ่าฝืนจะถูกรถยกทันที ยิ่งหากเป็นกฎหมายเมาแล้วขับเข้มวงดมาก เพราะบทลงโทษรุนแรง นอกจากถูกปรับ ยังถูกยึดใบขับขี่ด้วย และหากใครเมาแล้วขับรถจนเกิดอุบัติเหตุและมีคนตาย คนขับอาจจะต้องกลายเป็นคนล้มละลายไปในทันที เพราะค่าชดเชยความเสียหายของที่นี่สูงมากและไม่มีการเจรจาต่อรองไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้นนับเป็นความเข้มข้นของการบังคับใช้กฎหมายที่แตกต่างจากประเทศไทยโดยสินเชิง