ข่าว

โพลล์ชี้65%ไม่เคยใช้บริการร้านถูกใจ

โพลล์ชี้65%ไม่เคยใช้บริการร้านถูกใจ

16 ก.ค. 2555

ประชาชน 87.7% เห็นด้วยกับโครงการร้านถูกใจ แต่ 65.9% ไม่เคยไปซื้อสินค้า ส่วนผู้ที่เคยไปซื้อสินค้าแล้วรู้สึกพอใจ และจะแนะนำหรือบอกต่อคนอื่น ๆ ให้มาใช้บริการ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 55  ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) สำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ ที่พักอาศัยหรือทำงานอยู่ใกล้บริเวณที่มี “ร้านถูกใจ” เปิดให้บริการ จำนวน 1,185 คน พบว่า ประชาชนร้อยละ 50.3 ระบุว่าทราบเรื่องการจัดทำโครงการโชห่วยช่วยชาติ ภายใต้ชื่อ “ร้านถูกใจ” ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ (โดยในจำนวนนี้ระบุว่า ทราบจากโฆษณาทางโทรทัศน์ร้อยละ 33.2 ทราบจากโฆษณาในหนังสือพิมพ์ร้อยละ 4.2 และทราบจากเพื่อน ญาติ คนรู้จักร้อยละ 4.0) ขณะที่ ร้อยละ 49.7 ไม่ทราบว่ามีโครงการดังกล่าว

          ส่วนความคิดเห็นที่มีต่อแนวทางการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยใช้งบประมาณราว 1,300 ล้านบาท จัดทำโครงการโชห่วยช่วยชาติภายใต้ชื่อ “ร้านถูกใจ” ที่เปิดให้บริการครอบคลุมทุกตำบลทั่วประเทศพบว่า ประชาชนเห็นด้วยร้อยละ 87.7 (โดยร้อยละ 57.4 ให้เหตุผลว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ร้อยละ 22.5 เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น และร้อยละ 7.8 จะช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้คนในท้องถิ่น) ขณะที่มีผู้ไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าวร้อยละ 12.3 (โดยร้อยละ 6.8 ให้เหตุผลว่าเป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุดเพราะไม่เชื่อว่าวิธีดังกล่าวจะแก้ปัญหาของแพงได้ ร้อยละ 2.0 เห็นว่าสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ และร้อยละ 1.4 เห็นว่าเป็นการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม บิดเบือนกลไกตลาด)

          ทั้งนี้เมื่อถามว่าเคยไปซื้อสินค้าที่ “ร้านถูกใจ” หรือไม่ พบว่า ร้อยละ 65.9 ไม่เคยไปซื้อ (ในจำนวนนี้ร้อยละ 44.9 ให้เหตุผลว่าไม่รู้ว่าร้านตั้งอยู่ที่ไหน ร้อยละ 11.8 ให้เหตุผลว่ามีร้านค้าเจ้าประจำอยู่แล้ว และร้อยละ 3.7 ไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าที่ขายภายในร้าน) ส่วนผู้ที่เคยไปซื้อมีเพียงร้อยละ 34.1 

          เมื่อถามถึงความพึงพอใจของผู้ที่เคยเข้าไปซื้อสินค้าในร้านถูกใจพบว่า ร้อยละ 90.0 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจถึงพอใจมาก ที่เหลือร้อยละ 10.0 ไม่ค่อยพอใจถึงไม่พอใจเลย ทั้งนี้ เมื่อให้เปรียบเทียบความรู้สึกที่มีต่อร้านค้าโดยเปรียบเทียบก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการ พบว่า ประชาชนร้อยละ 55.6 เห็นว่าหลังเข้าร่วมโครงการร้านถูกใจแล้วร้านค้าดังกล่าวมีความน่าสนใจมากขึ้น ขณะที่ร้อยละ 41.2 เห็นว่าเหมือนเดิม  นอกจากนี้ผู้ที่เคยเข้าไปใช้บริการร้านถูกใจร้อยละ 84.0 ระบุว่าจะแนะนำและบอกต่อคนอื่นๆ ให้มาใช้บริการ ในขณะที่ร้อยละ 16.0 ระบุว่าไม่แนะนำและไม่บอกต่อ

          สำหรับเรื่องที่ประชาชนอยากจะแนะนำให้กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการเพื่อตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลในการเพิ่มรายได้และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนอันดับแรกคือ ให้ลดราคาสินค้าแต่ละประเภทลง (ร้อยละ 28.2) รองลงมาคือเพิ่มการประชาสัมพันธ์โครงการร้านถูกใจให้ประชาชนรับรู้อย่างทั่วถึง เพิ่มจำนวนและประเภทสินค้าให้หลากหลายขึ้น(ร้อยละ 25.3) และให้คุมราคาสินค้าไม่ให้สูงขึ้น ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาและระวังไม่ให้มีการกักตุนสินค้าของพ่อค้าคนกลางเป็นประจำ (ร้อยละ 15.4)