ข่าว

มาร์คค้านรัฐดึงดันลงมติ รธน.วาระ3

มาร์คค้านรัฐดึงดันลงมติ รธน.วาระ3

16 ก.ค. 2555

"อภิสิทธิ์" ผู้นำฝ่ายค้านฯ หวั่น "ประเทศ"กลับสู่ความขัดแย้ง หาก "รบ." ดึงดันลงมติ "รธน.วาระ 3" ซัด 2 มาตรฐาน เลือกฟังเฉพาะที่พอใจ อ้างเสียงข้างมากแต่ไม่เคยสนเสียงประชาชนที่ให้ชะลอแก้ ด้าน “สมศักดิ์”หนุนรัฐสภาแก้รธน.รายมาตราห่วงทำประชามติเสียเงินเปล่า ข

          วันที่ 16 ก.ค.55  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า อยากให้รัฐบาลปฏิบัติตามคำแนะนำ  ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้ช่องไว้เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  เพราะหากดึงดันที่จะลงมติในวาระ 3 ก็จะทำให้กลับไปสู่ความขัดแย้งอีก ส่วนความเห็นทางกฎหมาย เช่น กลุ่มนิติราษฎร์มีความแตกต่างกันได้เป็นเรื่องปกติ  ไม่เช่นนั้นก็คงไม่เกิดการโต้แย้งจนนำไปสู่ศาล
 
          “สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือรักษาความสงบของประเทศ  และแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญก็มีทางเลือกจะแก้เป็นรายมาตรา หรือจะทำประชามติก็มาปรึกษาหารือกัน  แทนที่จะยึดความต้องการของคน ๆหนึ่ง หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแล้วก็อ้างเสียงข้างมากมาผลักดัน  รัฐบาลมีทางเลือกที่จะให้บ้านเมืองสงบ และนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญ ที่ทุกคนมีส่วนร่วม ทุกคนเป็นเจ้าของมากกว่าที่จะหาช่องเดินหน้า ในสิ่งที่ตัวเองต้องการเพราะจะทำให้เกิดการเผชิญหน้า”  ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าว
 
          ผู้นำฝ่ายค้านฯ  กล่าวว่า  ความเห็นของศาลในประเด็นที่ 2 ก็บ่งบอกว่าหากเดินหน้าต่อไป จะมีการเผชิญหน้าในทางกฎหมายกันอีก  ที่ผ่านมารัฐบาลอ้างเสียงประชาชนมาโดยตลอด  เมื่อประชาชนสะท้อนชัดเจนว่าต้องการให้ชะลอเรื่องนี้ ก็ควรดำเนินการ แต่ถ้าไม่ทำก็ถือว่าสองมาตรฐาน  เพราะเวลาที่จะทำอะไรก็อ้างเสียงประชาชน แต่เมื่อมีการสำรวจความเห็นประชาชนแล้วไม่ตรงใจของตัวเองก็เพิกเฉย ละเลย รวมทั้งเรื่องกฎหมายล้างผิดด้วย ซึ่งพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน  หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ก็เคยบอกว่าจะฟังประชาชน ซึ่งขณะนี้ผลสำรวจทุกสำนัก และอารมณ์ของสังคมก็ชัดเจนว่า ไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งแต่ก็ไม่ยอมถอนร่างออกไป
  
          ส่วนกรณีที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์  ประธานรัฐสภาจะหารือกับทีมกฎหมาย ว่าจะมีการลงมติร่างแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญมาตรา 291 ในวาระ 3 หรือไม่  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายสมศักดิ์ จะต้องทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติ  และควรมีความมุ่งหมายเหมือนที่ตนพูดคือ  ทำอย่างไรให้บ้านเมืองสงบเดินหน้าต่อไปได้ แต่ถ้ายังดึงดันจะเดินหน้าลงมติวาระ 3 ก็จะเกิดการเผชิญหน้าในสภาเพราะคงมีการโต้แย้งกันรุนแรง ยิ่งไปกว่านั้นคือจะเกิดผลตามมาในการโต้แย้งทางกฎหมาย  จนเรื่องอาจจะกลับไปสู่ศาลอีกครั้ง รวมทั้งจะเกิดการเผชิญหน้าในสังคมตามมา

 

 

 “สมศักดิ์”หนุนรัฐสภาแก้รธน.รายมาตราห่วงทำประชามติเสียเงินเปล่า 

           นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ที่อิมแพค เมืองทองธานี ก่อนการกล่าวเปิดโครงการ การเตรียมความพร้อมการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ถึงแนวทางการเดินหน้าพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 ว่า ความเห็นส่วนตัวมองว่าควรจะดำเนินการในแนวทางที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาอื่นตามมา คือ ให้ สส.และ สว. เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นรายมาตราเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อให้มีการพิจารณา ส่วนแนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญเสนอให้มีการทำประชามติก่อนมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับนั้น ตนมองว่ายังมีปัญหาเรื่องการตีความที่จะให้มีการลงประชามติก่อนการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระสาม หรือจะให้มีการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสามก่อนการทำประชามติ นอกจากนั้นแล้วตนมองว่าการทำประชามติต้องเสียเงินกว่า 2,000 ล้านบาท ดังนั้นแนวทางที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้เสียเงินจำนวนมาก คือให้ เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราเข้าสู่ที่ประชุม ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเดิมนั้นให้โละทิ้ง

           “ความเห็นของผมหากผมมีอำนาจใช้ดุลยพินิจจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ส่วนหนึ่งผมยึดที่จะรักษาผลประโยชน์ของประเทศและไม่อยากให้คนไทยฆ่ากัน อย่างไรก็ตามการตัดสินใจสูงสุดของแนวทางที่เสนอ ต้องขึ้นอยู่กับสมาชิกรัฐสภาว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ ส่วนการเดินหน้าในวาระสาม ของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ นั้นต้องขึ้นอยู่กับการลงมติของสมาชิกรัฐสภา ทั้งนี้จะเป็นเมื่อใดนั้น ต้องรอดูสถานการณ์อีกครั้ง” นายสมศักดิ์ กล่าว

           สำหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 ที่คงค้างอยู่ในระเบียบวาระ ขณะนี้ยังไม่ถือว่าตกไป ส่วนการถอนร่างดังกล่าวออกไปจากระเบียบประชุมนั้น ต้องขึ้นอยู่กับเจ้าของญัตติที่จะขอถอนร่าง

          ผู้สื่อข่าวถามว่า การตัดสินใจเดินหน้าเรื่องนี้ต้องรอฟังคนทางไกลก่อนหรือไม่ ประธานรัฐสภา กล่าวว่า คงไม่มีใบสั่ง เพราะสิ่งที่ต้องทำคือต้องคุยกันด้วยเหตุผล

         ส่วนข้อเสนอของคณะนิติราษฎร ที่เตรียมเสนอแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อยุบศาลรัฐธรรมนูญ นายสมศักดิ์ ยิ้มก่อนกล่าวว่า “ผมว่าเป็นการมองต่างมุมครับ ซึ่งการแสดงความเห็นต่างใด ๆ ทำได้ตามสิทธิประชาธิปไตย เป็นสีสันของประชาธิปไตย”  

         ต่อข้อถามที่ว่ามีหลายฝ่ายวิจารณ์ว่าคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาแทรกแซงการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ในฐานะเป็นประธานรัฐสภา ตนไม่ขอออกความเห็น  

         ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการเจรจาเพื่อขอให้สภาฯ ถอนร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ.... นายสมศักดิ์ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการหารือกับบุคคลที่สามารถคุยกันได้ ส่วนจะทำให้คนที่เสนอร่างยอมถอนร่างหรือไม่นั้น ส่วนตัวมองว่าแม้ว่าผู้เสนอญัตติ จะไม่ถอนร่างออกไป แต่เมื่อให้ที่ประชุม ลงมติ เมื่อเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ร่างดังกล่าวก็จะตกไปเอง

 

 

 เครือข่ายวิทยุชุมชนฯจี้ปธ.สภาฯเปิดประชุมพิจารณาแก้รธน.วาระ 3

           เครือข่ายวิทยุชุมชนปกป้องประชาธิปไตยและความเป็นธรรม นำโดย นายพลท เฉลิมแสน ในฐานะเลขาธิการเครือข่าย เข้ายื่นแถลงการณ์ฉบับที่2 ต่อเจ้าหน้าที่รัฐสภา ผ่านไปยังนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร์ เรียกร้องให้เร่งดำเนินการลงมติรับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในวาระที่ 3 ให้เร็วที่สุดเพื่อยุติการสร้างมาตรฐานใหม่ของศาลรัฐธรรมนูญที่จะเป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย

           นายพลท กล่าวว่า เครือข่ายวิทยุชุมชนฯไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรณีวินิจฉัยรัฐธรรมนูญ มาตรา68 เมื่อวันที่13กรกฎาคมที่ผ่านมา เพราะศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจรับคำร้องได้ด้วยตนเองและเปรียบเสมือนใช้อำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ อีกทั้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีข้อแนะนำว่าให้ทำประชามติก่อนหากจะมีการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับโดยไม่ยอมชี้ชัดว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะเป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่ รวมไปถึงการระบุว่าหากจะลงมติในวาระที่ 3 นั้นสามารถทำได้แต่ประธานรัฐสภาต้องรับผิดชอบนั้น ถือเป็นการวินิจฉัยใช้เทคนิคทางกฎหมายข่มขู่ฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นการละเมิดหลักกฎหมายมหาชน ดังนั้นประธานสภาผู้แทนราษฎร์ ในฐานะประมุขนิติบัญญัติจึงต้องยืนยันในหลักการที่ถูกต้องชอบธรรม ด้วยการเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติรับร่างในวาระที่ 3 ทันที

            นอกจากนี้ เครือข่ายฯยังสนับสนุนการดำเนินคดีต่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคณะนี้อย่างถึงที่สุด และจะรณรงค์การถอดถอนตุลาการให้พ้นจากตำแหน่งด้วย

 

“เฉลิม”แนะแก้รธน.ต้องคลาสสิกเหมือนกินหมูหันต้องค่อยๆปิ้ง

            ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าในวันเดียวกันนี้ ตนจะเข้าร่วมประชุมพรรคเพื่อไทยตามคำเชิญของทีมยุทธศาสตร์พรรค เพื่อเสนอแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะความจริงเรื่องนี้ไม่ควรรีบเร่ง ควรใจเย็นๆและศึกษาให้ถ่องแท้ว่าคำวินิจฉัยส่วนตนเป็นอย่างไร แต่ว่าพรรคจะมีมติออกมาอย่างไรนั้นเป็นเรื่องของพรรค

            ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า โดยหลักการมี 3 ช่องทางคือ 1.ลงวาระ3ที่ค้างอยู่เลยหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ตนเห็นว่าหากทำทันทีจะเกิดความโต้แย้งยิ่งนำไปสู่ความยุ่งยาก 2.ถามประชามติประชาชนก่อนที่จะยกร่าง ซึ่งในส่วนพรรคเพื่อไทยเองประกาศมาตลอดว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงชนะการเลือกตั้ง ซึ่งนั่นแสดงว่าประชาชนได้แสดงประชามติเมื่อ 3 ก.ค. 54 มาแล้ว และอาจจะเกิดคำถามอีกว่าถ้าถามประชาชนว่าสมควรแก้หรือไม่ ประชาชนบางส่วนอาจบอกว่ามาถามทำไมแล้วถ้ามีมติไปแล้วจะแก้อย่างไรทำไมไม่แก้ก่อนถามประชามติทีหลัง 3.แก้รายมาตรา

            "ส่วนตัวเห็นว่าเพื่อป้องกันปัญหาจะเกิดในวันข้างหน้าต้องแก้รายมาตรา ศาลก็ว่าไม่ได้ พวกคัดค้านก็ลำบาก เพราะเราทำอย่างเปิดเผย ส่วนแก้ไขรายมาตราที่บางคนอาจกลัวว่าต้องเสียเวลานั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าพรรคเพื่อไทยใช้ใคร เพราะถ้าใช้ผมก็ไม่เกิน 90 วัน เพราะมันไม่ได้มีอะไรยาก วางตุ๊กตาขึ้นมาว่ารัฐบาลต้องการเปลี่ยนแปลงรูปแบบใด กำหนดรายละเอียด โดยมีกฤษฎีกาคอยดูรายละเอียด อย่าไปพูดให้สับสน ถ้าทำให้ยุ่งมันก็ยุ่ง เพราะรัฐธรรมนูญที่ร่างยากที่สุดคือ รัฐธรรมนูญพ.ศ.2475 “ถ้าให้ผมทำใช้เวลาไม่เกิน 90 วัน เพราะมันไม่ยาก โดยตั้งประเด็นขึ้นมาใช้ชัดว่าจะทำอะไรบ้าง ต้องเรียงลำดับความสำคัญ แต่ยังไงก็ต้องแก้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้ฝ่ายบริหารทำงานไม่ได้ ติดขัดไปหมด” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

            ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่ออีกว่า ถ้าโหวตวาระ3ก่อนลงประชามติปัญหาจะเกิด แล้วรัฐบาลจะไปสร้างปัญหาทำไม เมื่อเรามีอำนาจรัฐเราต้องตั้งหลัก แล้วสร้างความพึงพอใจให้ประชาชนมากๆเสียก่อนแล้วเรื่องแก้รัฐธรรมนูญไม่ยาก เพราะอีกฝ่ายเขาตั้งป้อม ถ้าประเด็นไหนคลุมเครือมีปัญหาอีกแน่นอน ตนพูดอย่างนี้ใครจะเกลียดตนก็แล้วแต่ การจะแก้ไขจะต้องดูเส้นทางชัยชนะ ถ้าเป็นปัญหาจะทำทำไม

            “เวลาจะแก้ไขรัฐธรรมนูญมันต้องคลาสสิก แก้ไขแบบกระด้างไม่ได้ เหมือนกินหมูหันต้องปิ้งเบาๆ จะไปพั่วะพะๆไม่ได้” รองนายกฯ กล่าว

           เมื่อถามว่า แต่จุดหมายปลายทางเหมือนกันใช้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนพูดไม่ได้ เพราะพรรคยังไม่ใช้ตน แต่วันนี้สมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคนต้องรู้ว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลอะไรก็ตามที่สงบนิ่งย่อมเป็นผลดีให้นายกฯยิ่งลักษณ์บริหารบ้านเมืองได้อย่างราบเรียบ เราไม่ได้เป็นฝ่ายค้าน ดังนั้นแก้ไขรัฐธรรมนูญหากจะช้าสัก 3-6 เดือน ไม่เป็นอะไรแน่ ทำได้ และวันนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้เปิดโอกาสให้แก้เป็นรายมาตราก็ยิ่งจะเร็วยิ่งกว่าการตั้ง สสร. ดีกว่าดื้อดึงไปลงวาระ3ให้อีกฝ่ายเขาขวางเอาอีก เดี๋ยวก็ต้องไปกินไทลินอลกันอีก

            ผู้สื่อข่าวถามว่า หากคนในพรรคไม่เห็นด้วยแล้วจะซ้ำรอย พรบ.ปรองดอง อีกหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า นั่นใช้คนละฉบับกับตน ถ้าเป็นของตนผ่านเรียบร้อย ซึ่งตนเตรียมทีมไว้แล้วเฉลิม สุธรรม(แสงปทุม) อดิศร(เพียงเกษ) ถ้าใช้ พรบ.ปรองดอง ตนและทีมพร้อม




“เด็ก ชทพ.”หนุน “รัฐสภา” เดินหน้าแก้ “รธน.วาระ3”
  
          นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ในวันที่ 17 ก.ค.นี้ จะมีการประชุมพรรคชาติไทยพัฒนา เพื่อหารือถึงท่าทีต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ซึ่งตนมองว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคำร้องนี้ก็ออกมาเป็นกลาง  ทำให้สถานการณ์ผ่อนคลาย  และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญล้วนมีวุฒิภาวะ ก็คงมองประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นหลัก ส่วนที่อาจมีบางส่วนไม่พอใจนั้นก็เป็นสิทธิ แต่ตนคิดว่าเป็นทางออกที่ดีในสถานการณ์นี้
 
          นายชาดา กล่าวอีกว่า จากนี้ไปรัฐสภาจะต้องเดินหน้าลงมติในวาระ 3 ของร่างรัฐธรรมนูญฯ ต่อไป ส่วนที่มองว่า อาจเป็นการเสี่ยงต่อการทำขัดรัฐธรรมนูญ  เนื่องจากศาลได้แนะนำให้ทำประชามตินั้น ไม่ใช่คำสั่ง เป็นเพียงข้อเสนอแนะ ไม่จำเป็นต้องทำตามหรือไม่ เป็นเพียงความเห็นของศาล  ดังนั้นสภาฯ จะต้องเดินหน้าในอำนาจหน้าที่ของตัวเองต่อไป
  
          “พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล แม้จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  แต่เมื่อพรรคเพื่อไทยได้รับคะแนนเสียงจากชาวบ้านถึง 265 เสียงโดยประกาศนโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้ไม่เห็นด้วยก็ต้องเคารพเสียงที่ประชาชนเลือกเข้ามา” นายชาดา กล่าว