ข่าว

'สุกำพล-ปึ้ง'ถกปรับลดทหารรอบเขาพระวิหาร

'สุกำพล-ปึ้ง'ถกปรับลดทหารรอบเขาพระวิหาร

16 ก.ค. 2555

'รมว.กลาโหม'ถก'รมว.ต่างประเทศ -ผบ.เหล่าทัพ' ปรับลดกำลังทหารรอบเขาพระวิหาร ดีเดย์ 18 ก.ค. เตรียมลงพื้นที่ พร้อม 'เตีย บัน' ปัดตอบทหารเขมรแต่งชุดตชด.เข้าแทน ติง'ปชป.'สงสัยอะไรให้ถาม ลั่นไม่ได้ปิดบัง ด้าน'ยุทธศักดิ์'เชื่อกลาโหม-เหล่าทัพไม่ยอมเสียเปรียบกัมพู

                  16 ก.ค.55 พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมร่วมกับ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ และผบ.เหล่าทัพ ถึงการปรับกำลังชายแดนไทย-เขมร บริเวณเขาพระวิหาร ว่า เบื้องต้นได้เตรียมปรับกำลังเจ้าหน้าที่ทหารฝั่งไทยโดยจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) เนื่องจากในวันที่ 18 ก.ค.นี้ จะครบรอบ 1 ปี ที่ศาลโลกมีมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ที่ผ่านมาทั้งไทยและกัมพูชายังไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ตามคำสั่งมาตรการคุ้มครองชั่วคราวของศาลโลกที่ให้ทั้งสองฝ่ายดำเนินการโดยเร็ว ทั้งนี้ทั้งสองประเทศได้หารือร่วมกันในระดับผู้บังคับบัญชาระดับสูงว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้างในเรื่องการปรับกำลัง โดยสองประเทศได้ยินยอมพร้อมใจกัน ตนจึงได้ารือกับกัมพูชาที่เมืองเสียมราฐ

                 ส่วนที่มีข่าวว่าตนได้เดินทางไปยังกรุงพนมเปญนั้นขอปฏิเสธว่า ไม่ได้เดินทางไปแต่อย่างใด ซึ่งการหารือทั้งสองฝ่ายได้หยิบยกปัญหาขึ้นมาหารือร่วมกัน แต่เรื่องอย่างนี้ก่อนที่จะมีการหารือกันต้องมีการสอบถามความเห็นกันมาก่อนว่าเป็นอย่างไร เพื่อเตรียมการไว้ เมื่อถึงเวลาก็สามารถดำเนินการได้เลย

                  พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวต่อว่า สำหรับการปรับกำลังของแต่ละฝ่ายนั้นกัมพูชาจะปรับกำลังอย่างไรก็เป็นเรื่องของเขา ส่วนไทยจะปรับกำลังอย่างไรก็เป็นเรื่องของเรา ไม่ได้มีกฎข้อบังคับ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของอธิปไตยแต่อย่างใด ส่วนเรื่องคณะทำงานร่วมไทย-กัมพูชา(เจดับบิวจี)ในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดบริเวณเขาพระวิหารนั้นก็ดำเนินการร่วมกันจัดการเคลียร์พื้นที่ให้ได้ เพราะพื้นที่บริเวณดังกล่าวมีทุ่นระเบิดจำนวนมาก โดยทั้งสองประเทศจะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาหารือวางแผนร่วมกันที่กทม.ว่าจะดำเนินการเก็บกู้อย่างไร ซึ่งถือว่าเป็นภาพใหญ่ของเจดับบิวจีเพื่อให้ศาลโลกได้เห็นว่าทั้งไทยและกัมพูชาได้มีความร่วมมือกัน และจะต้องรายงานให้ศาลโลกได้รับทราบว่าทั้งสองประเทศมีการปรับกำลังอย่างไร

                  เมื่อถามว่า ในวันที่ดำเนินการปรับกำลังจะมีผู้สังเกตการณ์จากประเทศอินโดนีเซียเข้ามาร่วมคณะด้วยหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดถึง เป็นเรื่องของเจดับบิวจีที่คุยกัน

                 ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.อ.สุกำพล และ พล.อ.เตีย บัน รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมของกัมพูชาได้นัดหมายลงพื้นที่ร่วมกันในวันที่ 18 ก.ค.นี้หรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้นัดหมายกัน แต่ในส่วนของตนยืนยันว่าจะลงพื้นที่ของฝั่งไทย ส่วนจะพบกับพล.อ.เตีย บันห์ หรือไม่นั้นได้ให้ฝ่ายเสนาธิการทหารของไทยประสานไปยังทหารกัมพูชา

               ต่อข้อถามที่ว่า ประเทศไทยเดินตามเกมกัมพูชาหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า อย่าถือว่าเป็นอย่างนั้น ให้ถือว่าเราเดินไปพร้อมกัน ในส่วนของการปรับกำลังที่ไม่เท่ากันนั้น เนื่องจากกำลังทหารไทยและกัมพูชาในพื้นที่ที่ศาลโลกกำหนดมีจำนวนไม่เท่ากันอยู่แล้วขึ้นอยู่ว่าฝ่ายใดจะเห็นเหมาะสมอย่างไร 

               ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ากัมพูชาได้ใช้กำลังทหารแต่แต่งกายชุดของเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนเข้ามาดูแลในพื้นที่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า  “ผมไม่ทราบ ก็ขอให้ลงข่าวดี ๆ หน่อยละกัน อย่าไปลงข่าวให้มีแต่ปัญหากัน”

              ต่อข้อถามที่ว่านายชวนนท์  อินทรโกมาลสุตย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแสดงข้อคิดเห็นและข้อสงสัยในเรื่องการปรับกำลังของไทยและกัมพูชาว่ามีอะไรซ่อนเร้นหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็สงสัยไปทุกเรื่อง ขอให้มาถามตน หากสงสัยตรงไหนก็ว่ากันมา ทำแบบแฟร์ๆอย่างนี้ ไม่ได้ปิดตรงไหน ตนขอถามว่าจะปิดตรงไหน

              เมื่อถามต่อว่า ในอนาคตอันใกล้จะมีการเปิดเขาพระวิหารหรือไม่กัมพูชาได้มีการพูดคุยเรื่องนี้หรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยกันในเรื่องนั้น แต่ถ้ามีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นตามลำดับแล้วเชื่อว่าจะทำให้มีโอกาสเปิดเขาพระวิหารได้มากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดี

 

 

 “ยุทธศักดิ์”เชื่อกลาโหม-เหล่าทัพไม่ยอมเสียเปรียบกัมพูชา

             เมื่อเวลา 09.45 น.พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการปรับกำลังเจ้าหน้าที่และทหารบริเวณพื้นที่ชายแดนปราสาทเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ ตามคำสั่งของศาลโลก ว่า ต้องถามความคืบหน้าจาก พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุมเตรียมการร่วมกับผบ.เหล่าทัพ เพื่อหาจุดพอดีที่เหมาะสมให้เราไม่เสียเปรียบหรือได้รับความเสียหาย ตนเชื่อมือ ผบ.ส.ส.และผบ.ทบ.ไม่ยอมเสียดินแดนเด็ดขาด

             ผู้สื่อข่าวถามว่า หากถอนทหารออกมาจะนำกำลังส่วนใดเข้าไปเสริม พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า รมว.กลาโหมจะชี้แจงต่อไป คิดว่าอาจจะส่งกำลังตำรวจตะเวนชายแดน(ตชด.) เข้าไปประจำการแทน โดยตั้งใจจะให้ดูแลลักษณะหลุมต่อหลุม ตัวต่อตัวอยู่ในที่ตั้งเดิมของทหาร

            ต่อข้อถามที่ว่ามีเสียงวิจารณ์ว่าเหตุใดเราต้องลดกำลังทหาร ทั้งที่เป็นพื้นที่ของไทย พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เขาไม่ได้บอกลดกำลังแต่ไม่อยากให้มีกำลังทหารไปเผชิญหน้ากันอยากให้มีกำลังที่ไม่ใช่ทหารเข้าไปดูแลแทน ส่วนพื้นที่บริเวณวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระนั้น ส่วนใหญ่คนไทยไม่เข้าไปอยู่ แต่กัมพูชาพยายามที่จะอพยพเข้ามา และติดต่อขอซื้อบ้านของคนไทยอีกด้วย แต่ยังถือเป็นพื้นที่ที่เราควบคุม และเมื่อถึงเวลาก็ต้องเจรจาขอให้ถอนออกไป ซึ่งอยู่ระหว่างที่กระทรวงกลาโหมดำเนินการอยู่

           ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องให้ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นชาติเป็นกลางเข้ามาร่วมเป็นสักขีพยานอยู่หรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ศาลโลกระบุว่าต้องการให้อินโดฯเข้ามาเป็นพยานนการดำเนินการทั้งหมด แต่ทั้งไทยและกัมพูชายังไม่ได้ร้องขอ แต่บางครั้งก็เห็นว่าดีหากอินโดฯจะเข้ามาเพราะหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำผิดจะได้อ้างเป็นพยานได้ ยกตัวอย่าง การวางกับระเบิด ซึ่งทำให้ทหารเราบาดเจ็บเสียขาไปสองราย และพิสูจน์ได้ว่าเป็นกับระเบิดที่เพิ่งวางใหม่ ไม่ใช่สมัยสงครามภายในของกัมพูชา เป็นต้น หากมีพยานก็ฟ้องได้ว่ามีการทำผิดกฎหมาย