
ยูโรโซนเกินเยียวยาเจ๊งแน่นอน
ยูโรโซนเกินเยียวยาเจ๊งแน่นอน : หน้าต่างอาเซียน โดยทนง ขันทอง
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นางคริสตีน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการใหญ่ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Interntional Monetary Fund) ได้มาเยือนเมืองไทยเพื่อเข้าร่วมประชุมสัมมนาระดับภูมิภาคกับธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (Asian Development Bank) โดยที่กระทรวงการคลังของไทยรับเป็นเจ้าภาพ นอกจากนี้นางลาการ์ดได้เซ็นสัญญาความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเปิดสำนักงานตัวแทนของกองทุนการเงินระหว่างประเทศขึ้นในกรุงเทพฯ เพื่อช่วยประสานงานการเฝ้าติดตามภาวะเศรษฐกิจ นโยบายการเงินการคลังและการพัฒนาตลาดการเงิน ตลาดทุนของประเทศพม่า และลาวที่กำลังจะเกิดขึ้นในชั้นแรก ทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศจะขอใช้พื้นที่ในธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อเป็นสำนักงานก่อนเป็นการชั่วคราว
แต่ประเด็นหลักที่ทุกคนอยากจะรู้ หรือได้ยินจากปากของนางลาการ์ดว่า วิกฤติยูโรโซนจะลากไปยาวแค่ไหน มาตรการการแก้ปัญหาเพียงพอหรือถูกจุดหรือเปล่า
แน่นอน นางลาการ์ดคงจะไม่สามารถจะตอบอะไรได้อย่างเต็มปากเต็มคำ เพราะที่ผ่านมาทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศถูกตีกันไม่ให้เข้าไปมีบทบาทร้อยเปอร์เซ็นต์ในการแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของยูโรโซน เพราะต้องทำงานร่วมกับสหภาพยุโรปและธนาคารกลางยุโรป แต่กองทุนการเงินระหว่างประเทศได้ใส่เม็ดเงินเข้าไปแล้วประมาณ 3 แสนกว่าล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยประเทศที่มีปัญหาการเงิน เช่น ไอร์แลนด์ โปรตุเกส และกรีซ ตอนนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศต้องการเพิ่มทุนเพื่ออุ้มยุโรปเพราะว่าเม็ดเงินมีไม่พอถ้าหากว่าสเปน หรืออิตาลีต้องการความช่วยเหลือทางด้านการเงินต่อไป
ส่วนทางยุโรปซึ่งกำลังจัดตั้งกองทุนเรียกว่ากลไกเสถียรภาพยุโรป (European Stability Mechanism) อาจจะไม่ทันการณ์พราะว่ารัฐสภาของแต่ละประเทศต้องอนุมัติก่อนและต้องเอาเงินงบประมาณใส่เข้าไปในกองทุนนี้
มันคงเป็นเรื่องน่าตลกที่ประเทศยูโรโซนจะใส่เงินเข้าไปในกลไกเสถียรภาพยุโรปแล้วขอความช่วยเหลือด้วยการเบิกใช้ทันที
นางลาการ์ดมองว่าจากการที่ทั่วโลกมีการเชื่อมโยงกัน ย่อมได้รับผลกระทบจากวิกฤติยุโรปอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่เอเชียได้เปรียบเพราะมีเศรษฐกิจที่แข็งแรง ได้รับผลกระทบไม่มากนักจากการเชื่อมโยงถึงกัน เพราะใช้นโยบายการเงินการคลังที่ผ่อนคลายปกป้องภูมิภาค แต่ในส่วนของจีนมีการเชื่อมโยงกับยุโรปค่อนข้างมาก จึงรับได้ผลกระทบแรง ซึ่งโมเดลการเติบโตของจีนจะส่งผลกระทบทางอ้อมต่อประเทศในเอเชียที่มีการเชื่อมโยงกับจีน
"หากดูโครงสร้างการค้าของไทย ส่งออกไปยุโรป 10% อาจได้รับผลกระทบอยู่บ้างตอนนี้เรากังวลกับการชะลอตัวของยุโรปมากกว่าจีน ส่วนอินเดียที่อาจได้ผลกระทบด้วยนั้นคงไม่มากเพราะพึ่งพาตลาดในประเทศไม่พึ่งพาภายนอกมากนัก" นางลาการ์ดกล่าว
นางลาการ์ด มองว่า ประเทศในอาเซียนที่มีอินโดนีเซีย ลาว สิงคโปร์ และพม่า เป็นสมาชิก มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในแง่ของรายได้ต่อหัวของประชากร และแหล่งสนับสนุนการเติบโตไม่เหมือนและแตกต่างกัน ดังนั้นเอเชียต้องรอบคอบ ไม่ต้องเร่งรีบในการรวมตัวมีสกุลเงินเดียวร่วมกัน
นางลาการ์ด กล่าวว่า ยากที่จะตอบว่าวิกฤติยุโรปจะจบหรือยัง แน่นอนตอนนี้ยุโรปดำเนินการคืบหน้าไปมากแล้ว แต่ยังมีงานอีกมากมายต้องทำในการเพิ่มกำแพงป้องกันวิกฤติ ซึ่งธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) มีบทบาทอย่างมากในการสร้างสภาพคล่องและทำให้กลไกระบบแบงก์ระหว่างประเทศทำหน้าที่ได้ดีขึ้น ดึงดอกเบี้ยลงหวังกระตุ้นเกิดการลงทุนดีขึ้น
นอกจากนี้ยุโรปมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินในยูโรโซน มีการปรับปรุงภาครัฐสร้างวินัยตัวเอง ทำให้หน้าที่ต่างๆ ลงตัว แต่ตอนนี้ยังปรับปรุงไม่มากพอ ยังคาดหวังมากกว่านี้ในอนาคต
การประชุมสุดยอดผู้นำอียูเมื่อเร็วๆ นี้ เป็นทิศทางถูกต้องที่มีการรวมตัวของธนาคารและการจัดตั้งองค์กรร่วมตรวจสอบแบงก์ยุโรปซึ่งสามารถขอกู้ได้โดยตรงจากองค์กรใหม่นี้ว่า แต่การรวมตัวทางการเงินของยุโรป จำเป็นต้องมีการรวมการคลังก่อน และถ้าเทียบอาการป่วยของยูโรโซนตอนนี้ถือว่าอยู่ในภาวะอาการต้องใส่ใจอย่างมาก
นั่นเป็นคำพูดต่อสาธารณะอย่างเป็นการของนางลาการ์ด และทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หลังฉากมีการประเมินอีกแบบได้ยินแว่วๆ ว่าโมเดลในปัจจุบันของสหภาพยุโรปและยูโรโซนคงจะดันทุรังไปต่อไม่ได้เพราะปัญหาหลักสองประการ
ประการแรก ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปมีความแตกต่างทางโครงสร้างเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม และไม่ได้รวมตัวกันอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างแท้จริงแม้ว่า 17ประเทศจะใช้เงินยูโรร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำต้องมีการรวมตัวกันทางการเมือง (political union) อย่างแท้จริง กลายเป็นสหรัฐแห่งยุโรป หรือ United States of Europe แต่เรื่องนี้คงจะยอมรับกันไม่ได้ เพราะความเป็นประเทศจะกลายเป็นมลรัฐเหมือนแคลิฟอร์เนีย นิวยอร์ก
ประการที่สอง ความสามารถในการแข่งขันของประเทศสมาชิกยูโรไม่เท่าเทียมกัน ผู้ใช้แรงงานเยอรมัน เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ มีประสิทธิภาพการผลิตสูงกว่าผู้ใช้แรงงานที่ไอร์แลนด์ โปรตุเกส หรือกรีซ ทำให้ประเทศทางตอนเหนือได้เปรียบ มีการเกินดุลการค้าหรือดุลบัญชีเดินสะพัด ส่วนประเทศทางตอนใต้เสียเปรียบเสียดุลนานเข้าสะสมเป็นวิกฤติการเงินเพราะต้องกู้เงินมาโปะที่ขาดดุลและรัฐบาลก็มีการใช้จ่ายเกินตัว
สรุปมันเป็นไปไม่ได้ที่ประเทศที่มีประสิทธิภาพการผลิตด้อยกว่าจะมีมาตรฐานการครองชีพเท่าประเทศที่มีประสิทธิภาพการผลิตสูงกว่า
ด้วยเหตุนี้เขตยูโรมีแต่จะเจ๊งอย่างเดียวเพราะเดินหน้าต่อไม่ได้แล้วเตรียมรับมือให้ดีๆ ก็แล้วกัน



