
'ปลูกยางพารา'เล่ห์นายทุน'รุกป่า'
'ปลูกยางพารา'เล่ห์นายทุน'รุกป่า' : ตะลุยข่าว โดยทีมข่าวภูมิภาค
ด้วยสภาพพื้นที่ของ จ.เลย ส่วนใหญ่เป็นอุทยานแห่งชาติ, วนอุทยานแห่งชาติ, หน่วยจัดการต้นน้ำ ตลอดจนสวนป่ารุกขชาติ รวมแล้วมากกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ขณะเดียวกัน จากภาวะทางเศรษฐกิจ ปัจจัยด้านราคาผลผลิตทางการเกษตร ปัญหาภัยธรรมชาติ ปัญหาประชาชนมากขึ้น แต่พื้นที่ทำกินลดลง รวมถึงปัญหาทางการเมือง มีกลุ่มอิทธิพล ปัญหาจากการทุจริตคอรัปชั่นเกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อผืนป่าของชาติจำนวนมาก
แต่ละปีมีการบุกรุกแผ้วถางพื้นที่ป่าส่วนใหญ่มาจาก "กลุ่มอิทธิพลต่างถิ่น" มาซื้อต่อมือโดยไม่มีเอกสารสิทธิใดๆ จากพื้นที่ของประชาชนที่จับจองปลูกพืชไร่ที่ใช้ผืนป่าทำกินมานานนับสิบปีสืบทอดกันมา รายละไม่กี่ไร่ ต่อมานายทุนก็มากว้านซื้อรวมกันเป็นแปลงใหญ่ ราคา 3-6 หมื่นบาท และจ้างแรงงานมาปลูกยางพารา ปลูกพืชสวนอื่นๆ จนเพิ่มมูลค่าขึ้นสูงเป็น 1-2 แสนบาทต่อไร่
ส่วนการบุกรุกพื้นที่ใหม่ที่เป็นป่าสงวนแห่งชาตินั้น นายทุนเหล่านี้จะไปสำรวจไปหาข้อมูลจากข้าราชการ, ผู้นำหมู่บ้านบางรายที่ยังหวังผลประโยชน์จากป่า จากนั้นก็ไปว่าจ้างเกษตรกรชาวเมืองเลย จังหวัดใกล้เคียง จากประเทศเพื่อนบ้านมาทำการแผ้วถาง ตัด เผาป่าและปรับพื้นที่ ยึดครองปลูกพืชเศรษฐกิจนั่นคือ "ยางพารา" มักจะทำกันมากในช่วงก่อนและช่วงฤดูฝนหรือฤดูแห่งการเพาะปลูก กลุ่มดังกล่าวหลายรายเมื่อปลูกยางพาราเสร็จก็จะขายต่อมือสร้างความร่ำรวยกันทั่วหน้า
การที่กลุ่มนายทุนเข้ามากว้านซื้อที่ดินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งเป็นที่ทำกินเดิมของราษฎร ส่งผลให้ราษฎรอ้างว่าไม่มีที่ทำกินและเข้าไปบุกรุกแผ้วถางป่าเพิ่มเติมอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ปัญหาการบุกรุกในปี 2555 นี้ คาดว่าน่าจะรุนแรงกว่าทุกๆ ปี โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.นาแห้ว เนื้อที่ป่า 500 ไร่ ถูกชาวบ้านเข้าไปแผ้วถาง ตัด เผาทำลายนานกว่า 2 เดือน
ส่วนในพื้นที่ อ.เมือง เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พบว่ามีนายทุนจ้างวานแรงงานชาว ส.ป.ป.ลาว เข้าทำการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเพื่อปลูกยางพารา ป่าโคกภูเหล็ก บ้านกำเนิดเพชร ต.เมือง อ.เมือง จ.เลย มีพื้นที่ป่าถูกตัดทำลายไปแล้ว 3 ไร่ เป็นไม้กระยาเลย(ไม้รวม) ขนาดลำต้นเส้นรอบวง 8-10 นิ้ว สูงประมาณ 10 เมตร เป็นจุดแรกโดยไม่พบผู้กระทำผิด และบริเวณป่าสงวนแห่งชาติ (ป่าโคกใหญ่) ในเขตหมู่บ้านตำบลเดียวกันกับจุดแรก เจ้าหน้าที่จับกุมชาย 2 คน ที่ร่วมกันแผ้วถางป่า คือนายเพชร อายุ 54 ปี ชาวบ้านจากแขวงเวียงจันทน์ ส.ป.ป.ลาว และนายเดช อายุ 25 ปี ชาวบ้านนากอง แขวงไชยะบุรี ส.ป.ป.ลาว ส่วนพื้นที่ป่าที่ถูกแผ้วถางและเผาไปแล้ว 44 ไร่ นอกจากนี้ที่แปลงดังกล่าวยังถูกปลูกมันสำปะหลังและยางพาราไปแล้วบางส่วน
ต่อมาวันที่ 30 มิถุนายน นายบันลือ ต.วัฒนผล ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8(ขอนแก่น) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้รับการร้องเรียนว่า มีกลุ่มนายทุนเข้ามากว้านซื้อที่ดินบริเวณบ้านหินสอ บ้านโป่งกวาง ต.ปลาบ่า อ.ภูเรือ จ.เลย ซึ่งเป็นบริเวณป่าลุ่มน้ำชั้น 1 เอ ทั้งยังเป็นป่าต้นน้ำแม่น้ำป่าสักรอยต่อระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงกับสวนรุกขชาติภูแปก จึงได้มอบหมายให้นายพนม พงษ์สุวรรณ ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าร่วมกับนายชัยณรงค์ ดูดดื่ม หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ออกไปตรวจสอบพบว่าเป็นพื้นที่อยู่ในหุบเขาในป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้า และป่าภูเรือ บริเวณบ้านโป่งกวาง ต.ปลาบ่า อ.ภูเรือ จ.เลย จึงได้ประสานงานไปยังสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 (อุดรธานี) ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ให้ออกมาช่วยตรวจสอบดำเนินการ พบว่ามีกลุ่มนายทุนมากว้านซื้อที่ดินบริเวณดังกล่าว เนื้อที่ตรวจยึด 351 ไร่ และบางพื้นที่ได้ทำการปลูกยางพาราไปแล้วบางส่วน
ถัดจากนั้นวันที่ 6 กรกฎาคม กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้รับการร้องเรียนว่ามีกลุ่มนายทุนเข้ามากว้านซื้อที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้า ป่าภูเรือ ป่าภูแปก บริเวณบ้านโป่งกวาง หมู่ 3 ต.ปลาบ่า อ.ภูเรือ จ.เลย จึงสนธิกำลัง 60 นายเข้าปฏิบัติการตรวจยึดพื้นที่ป่า 351 ไร่ มูลค่าที่ทางราชการได้รับความเสียหาย 24 ล้านบาท ทั้งนี้ ผลของคดีแปลง 351 ไร่ ที่ตรวจยึดได้นั้น มีนายทุนจากภาคใต้มาประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 10 คน ที่ศาลจังหวัดเลย รายละ 3 แสนบาท
ด้านนายสมพงษ์ อรุณโรจน์ปัญญา ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า ได้ให้ทุกอำเภอสนธิกำลังฝ่ายต่างๆ ออกปฏิบัติภารกิจทุกเดือน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกทำลายป่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้นับว่าน่าเป็นห่วง และอยากให้ทุกฝ่ายใส่ใจต่อหน้าที่เพื่อหยุดยั้งการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ
.........
(หมายเหตุ : 'ปลูกยางพารา'เล่ห์นายทุน'รุกป่า' : ตะลุยข่าว โดยทีมข่าวภูมิภาค



