ข่าว

'สิงห์-เซลติก-นายามอาม'

'สิงห์-เซลติก-นายามอาม'

16 ก.ค. 2555

น้ำใจ-มิตรภาพไร้พรมแดน 'สิงห์-เซลติก-นายามอาม'

          บนโลกาภิภพแห่งนี้ ไม่เคยแล้งซึ่งน้ำใจ แม้อยู่ห่างไกลเกินครึ่งขอบฟ้า แต่ก็ช่วยเหลือกันได้ กลายเป็นเรื่องราวดีๆ ที่ต้องนำมาเล่าขานต่อ...

 

          เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็น "มิตรภาพไร้พรมแดน" ที่เกิดขึ้นระหว่าง "ม้าลายเขียวขาว" กลาสโกว์ เซลติก ยอดทีมฟุตบอลระดับตำนานของสกอตแลนด์, โรงเรียนเตรียมศึกษานายายอาม จ.จันทบุรี และบริษัทสิงห์ คอเปอเรชั่น จำกัด บริษัทชื่อดังของเมืองไทย

          เป็นมิตรภาพที่เกิดขึ้นจากการที่ทุกฝ่ายพร้อมเป็น "ผู้ให้" ....

 

----------

 

          ย้อนไปเมื่อ 9 ปีก่อน มีสามี-ภรรยาคู่หนึ่ง (สามีเป็นชาวไอริช ภรรยาชาวไทย) ต้องทุกข์ทรมานใจแสนสาหัส ที่รู้ว่าลูกชายของตนที่เพิ่งคลอด มีความผิดปกติจากเด็กทั่วไป.....

          "ลูกของคุณเป็นดาวน์ซินโดรม" ใครบางคนเดินเข้ามาบอก พอล และ เปิ้ล ผู้เป็นพ่อ-แม่หลังคลอด

          ทั้ง พอล และเปิ้ล รู้ดีว่าหนทางเดียวที่จะต่อชีวิต "เบอร์นี" ลูกชายดาวน์ซินโดรมของเขา ก็คือการเลี้ยงเบอร์นีให้เหมือนเด็กปกติทั่วไป สอนให้รู้จักช่วยเหลือตัวเอง ให้เขามีสังคม เพื่อให้สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง แม้ในวันที่ต้องอยู่เพียงลำพัง

          แน่นอน นั่นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ยังพอมีความหวัง....

          เมื่อเวลาผ่านไป เบอร์นีอายุถึงเกณฑ์เข้าเรียน พอลและเปิ้ล พาลูกตระเวนไปตามโรงเรียนต่างๆ ทั่ว จ.จันทบุรี แต่ก็ถูกปฏิเสธ ทั้งที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่เด็กๆ ทุกคนไม่ว่าใครก็ตามควรได้รับ กระทั่งมาถึงโรงเรียนเตรียมศึกษานายายอาม เป็นโรงเรียนสุดท้ายที่ทั้งคู่เดินเข้าไปเพื่ออ้อนวอนขอให้รับลูกของเขาไว้

          "ยินดีครับพร้อมเมื่อไหร่มาได้เลย" เป็นคำตอบของผู้อำนวยการโรงเรียน ทั้งๆ ที่ทั้งคู่ยังพูดไม่จบประโยคด้วยซ้ำ

          ด้วยความซึ้งใจ และอยากตอบแทนโรงเรียนที่ให้โอกาสกับลูกชายของเขา เหมือนเด็กปกติ ทั้งคู่จึงอาสาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนแห่งนี้

          "ครูพูน" และ "ครูเปิ้ล" คือชื่อที่เด็กๆ เรียกครูทั้ง 2 คน ใช้วิธีสอนภาษาอังกฤษผ่านเพลงซึ่งเด็กๆ ทุกคนชอบ และด้วยความที่ "ครูพูน" หรือ "พอล" เป็นแฟนตัวยงของกลาสโกว์ เซลติก วันนึงจึงสอนให้เด็กร้องเพลงเชียร์ของทีมม้าลายเขียวขาว แล้วไปอัพไว้ในยูทูบด้วยความภาคภูมิใจ

          จากความภูมิใจส่วนตัว กลายเป็นความประทับใจที่แฟนบอลที่อยู่คนละซีกโลกกล่าวขวัญถึงในความน่ารักของแฟนๆ รุ่นจิ๋วชาวไทยที่ส่งเสียงร้องเพลงเชียร์ทีมโปรดของพวกเขาดังข้ามฟ้ามาจากประเทศไทย ทำให้สาวกเซลติก พร้อมใจกันตั้งชื่อเด็กกลุ่มนี้ว่า "Thai Tims" หรือ "แฟนตัวน้อยชาวไทย"

          ในช่วงเวลาที่ผลงานของเซลติกไม่ค่อยดี แฟนๆ เจ็บปวดกับความพ่ายแพ้ ทว่าเด็กไทยกลุ่มนี้กลับเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจ เมื่อครูพูนและครูเปิ้ล อัพเพลงใหม่ "Over and Over" เพลงเชียร์อีกเพลงของเซลติก ที่มีความหมายว่า แพ้ชนะอย่างไรก็ไม่สำคัญไปกว่าหัวใจที่ยังเชียร์กันตลอดไป ลงไปในยูทูบอีก ความซาบซึ้งดังกล่าว

          ด้วยชื่อเสียงและความน่ารักของเด็กกลุ่มนี้ ทำให้หนุ่มสาวชาวไอริชและสกอตหลายคน ติดต่อมายังครูพูนและครูเปิ้ลเพื่อขออาสามาสอนเด็กที่โรงเรียนเตรียมศึกษานายายอาม และหนึ่งในนั้นก็คือ เรมอน กลอมลีย์ ผู้เล่นทีมเยาวชนของเซลติก ที่กำลังจะก้าวขึ้นติดทีมชุดใหญ่

          กลอมลีย์ หรือที่เด็กเรียกว่า "ครูเรมอน" ใช้เวลา 3 เดือนที่โรงเรียนแห่งนี้ในฐานะครูอาสา เป็นช่วงเวลา 3 เดือนที่มีค่าของเด็กๆ และเจ้าตัว พร้อมมิตรภาพที่แน่นแฟ้น วันที่เขาต้องเดินทางกลับบ้าน การอำลาเต็มไปด้วยน้ำตา พร้อมสัญญาว่าจะกลับมาใหม่ ทว่า 4 เดือนหลังจากนั้น ทุกคนก็ต้องช็อกกับข่าวร้าย

          กลอมลีย์ เสียชีวิต ขณะเดินทางกลับบ้านหลังไปชมเกมของเซลติก และเสียชีวิตขณะที่ใส่เสื้อขาวเขียว ของเซลติกด้วยซ้ำ

          เด็กๆ Thai Tims ไว้อาลัยการจากไปของครูเรมอนของพวกเขา ด้วยคลิปเพลงเชียร์อีกเพลงของเซลติก ที่ชื่อ "I just can't get enough" ทำให้มีเสียงเรียกร้องจากแฟนๆ ที่ระดมทุนให้สโมสรเชิญเด็กกลุ่มนี้ไปชมเกมที่สกอตแลนด์ กระทั่งวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา สโมสรตัดสินใจทำเสื้อแข่งที่มีชื่อผู้เล่นทุกคนสะกดด้วยภาษาไทย ทั้งผู้เล่นตัวจริงและสำรอง รวม 18 คน ใส่ลงแข่งจริงในนัดที่พบกับทีมมาเธอร์เวล เพื่อจะนำเสื้อทั้งหมดออกประมูล เป็นค่าใช้จ่ายพาเด็ก Thai Tims เดินทางสู่แดนวิสกี้ ส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งจะมอบให้องค์กรการกุศลที่ช่วยเหลือเด็กดาวน์ซินโดรมในสกอตแลนด์

 

----------

 

          ทันทีที่บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ทราบเรื่อง ทีมผู้บริหารได้ประชุมกัน ก่อนมีความเห็นว่า "สิงห์" จะลงไปร่วมประมูลครั้งนี้ด้วย และตั้งใจจะนำเสื้อทั้ง 18 ตัวกลับมาเมืองไทยเป็นของขวัญให้เด็กๆ ก่อนได้รับการยืนยันว่า เป็นผู้ชนะการประมูลได้เสื้อมาทั้งสิ้น 7 ตัว ซึ่งถือเป็นผู้ประมูลรายใหญ่ที่สุด ซึ่งสิงห์เอง ได้ติดต่อไปยังสโมสร เพื่อขอซื้อเสื้อของอีก 11 คนที่เหลือ ที่มีชื่อสะกดเป็นภาษาอังกฤษก็ได้ แต่ขอให้ผู้เล่นคนนั้นๆ เซ็นชื่อบนเสื้อเป็นที่ระลึกให้เด็กๆ ด้วย

          ทันทีที่ทราบเรื่อง ว่าสิงห์เป็นหนึ่งในผู้ร่วมประมูล และสามารถประมูลได้เสื้อมากถึง 7 ตัว ครูเปิ้ล ครูพูน และเด็กๆ ดีใจกันยกใหญ่ ไม่ใช่เป็นเพราะว่าเสื้อถูกประมูลหมดทุกตัว แต่ดีใจด้วยความรู้สึกของพ่อ-แม่ ที่พยายามเรียกร้องโอกาสให้ลูกของตน และเด็กดาวน์ซินโดรมคนอื่นๆ และพยายามให้สังคมไทยให้ความสำคัญกับเด็กดาวน์ซินโดรมมากขึ้น

          ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด โดยมี "บิ๊กกอล์ฟ" นายรวินทร์ ชมพูนุชธานินทร์ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ เป็นตัวแทน ได้เดินทางมาที่โรงเรียนเตรียมศึกษานายายอาม เพื่อนำเสื้อที่ประมูลได้ทั้งหมดไปมอบให้แก่เด็กนักเรียน พร้อมเงินอีก 3 แสนบาท เป็นทุนให้มูลนิธิเด็ก The Good Child Foundation ผ่านโรงเรียนเตรียมศึกษานายายอาม เพื่อนำไปช่วยเหลือด้านการศึกษาของเด็กๆ ต่อไป โดยมี พล.ต.ท.ประมาณ สาระโกเศส ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นผู้รับมอบเป็นที่เรียบร้อย

          ภาพที่เกิดขึ้นในวันดังกล่าวก็คือ หลังจากเด็กนักเรียนได้เห็นเสื้อที่คนไทยสามารถประมูลมาได้ ทุกคนต่างปลาบปลื้มที่ได้เห็นเสื้อของจริง พร้อมกับวิ่งกรูกันเข้าไปขอชื่นชมเสื้อนักเตะของกลาสโกว์ เซลติก ที่ตัวเองชื่นชอบ และเป็นสโมสรฟุตบอลที่บริจาคเงินให้ความช่วยเหลือโรงเรียนมาโดยตลอดจนเกิดเป็นความผูกพันดังกล่าวขึ้น

          นายรวินทร์ กล่าวว่า สิงห์ได้ติดตามข่าวเรื่องที่นักฟุตบอลของทีมกลาสโกว์ เซลติกสวมเสื้อสกรีนชื่อผู้เล่นเป็นภาษาไทยลงสนามทั้งทีมอย่างต่อเนื่อง เมื่อหาข้อมูลมากขึ้น พบว่าที่มาที่ไปของเรื่องมีความน่าประทับใจมาก สโมสรฟุตบอลรวมทั้งแฟนๆ ได้ร่วมกันสนับสนุนเงินบริจาคให้แก่โรงเรียนอยู่เนืองๆ ด้วยความที่เป็นโรงเรียนที่เปิดกว้าง ให้โอกาสเด็กที่มีอาการป่วยเป็นดาวน์ซินโดรมสามารถเข้าเรียน และใช้ชีวิตร่วมกับเด็กปกติได้อย่างไม่แบ่งแยก จนโรงเรียนสามารถนำเงินบริจาคมาพัฒนาการศึกษาให้เด็กนักเรียนทั่วไป ทั้งเด็กนักเรียนปกติ และนักเรียนดาวน์ซินโดรมได้มีคุณภาพการศึกษาที่ดีขึ้น

          "ทันทีที่สิงห์ทราบข่าวเรื่องการประมูลเสื้อพิเศษชุดนี้ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเด็กไทย ก็เกิดความประทับใจและตั้งใจที่จะเข้าไปร่วมประมูลด้วย เพราะเห็นว่า แม้แต่ทีมฟุตบอลของคนต่างชาติยังเล็งเห็นความสำคัญของการให้ความช่วยเหลือเยาวชนไทย สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทของคนไทยจึงมีความต้องการ และเข้าไปร่วมการประมูลเพื่อนำรายได้เข้าช่วยเหลือเด็กๆ ดาวน์ซินโดรมทั้งในประเทศไทย และสกอตแลนด์ ด้วย" นายรวินทร์ กล่าวพร้อมย้ำทิ้งท้ายว่า...

          นั่นเป็นความตั้งใจของสิงห์ ที่อยากจะตอบสนองความต้องการของเด็กๆ โรงเรียนนายายอามทุกคน

 

          วันนี้บริษัทของคนไทย ได้แสดงให้เขาเห็นแล้วว่า "สังคมได้ยินคำเรียกร้องของเขาแล้ว" !!!