
รัฐบาลควรฉวยโอกาสทำความดี?
รัฐบาลควรฉวยโอกาสทำความดี ? : คอลัมน์ ชาวบ้านร้านตลาด : โดย ... ภาณุมาศ ทักษณา
นับจากวันแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2554 ถึงวันนี้ ก็เป็นเวลาเกือบ 1 ปีแล้ว หากถามผมว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์มีผลงานอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันให้ประทับใจบ้าง ผมว่ายังไม่มีนะครับ อาจเป็นเพราะรัฐบาลนี้โชคร้ายมาเกิดเอาตอนน้ำท่วม พอตั้งหลักรัฐบาลเสร็จก็ต้องแก้น้ำท่วมกันครึ่งค่อนปี แล้วแทนที่จะใช้กลไกของรัฐบาลที่มีอยู่ รัฐบาลกลับหันไปตั้งคณะกรรมการ 108- 1009 มาแก้ปัญหา ทำงานให้หน่วยงานประจำที่เขามี “แผนงาน” เดิมๆ อยู่แล้วเกิดอาการอิหลักอิเหลื่อจนทำอะไรไม่ถูก เข้าตำรามากหมอมากความ แทนที่น้ำจะแห้งได้ทันท่วงทีจึงยืดเอาจนเกือบจะสิ้นปี
หลังจากนั้น แทนที่รัฐบาลจะเริ่มทำงานให้เป็นเรื่องเป็นราว เช่น หันไปสำรวจตรวจสอบองคาพยพที่เป็นมือไม้ของรัฐบาลว่า อะไรควรมี อะไรควรตัดทิ้งรัฐบาลก็ไม่ทำกลับตั้งหน้าตั้งตาที่จะทำงานประเภทที่ต้องใช้เงินลงทุนอย่างมหาศาล ทั้งๆ ที่สถานะทางการเงินของประเทศไม่มีความพร้อมเลยแม้แต่น้อย วันนี้ไทยมีหนี้สาธาณะอยู่ถึง 4.5 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มว่านับจากปี 2555 ถึงปี 2559 จะเพิ่มจาก 48.7% เป็น 53.9% ทำให้นักวิชาการหลายท่านแสดงความเป็นห่วงว่า หากรัฐบาลยังเดินหน้านโยบายนิยมต่อไป ประเทศไทยอาจล่มสลายเหมือนหลายประเทศในยุโรปก็ได้
แต่แทนที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์จะตระหนักในภัยทางเศรษฐกิจดังกล่าว รัฐบาลกลับเตรียมสร้างหนี้ใหม่อย่างไม่บันยะบันยัง เช่น เชิญชวนให้บริษัทเอกชนเข้ามาเสนอตัวเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมในวงเงิน 3 แสนล้านบาทด้วยวิธีพิเศษ ซึ่งในวงการธุรกิจต่างก็รู้ดีว่าวิธีการดังกล่าวเป็นช่องทางในการทุจริตได้ง่าย หรือจู่ๆ กระทรวงการคลังก็เตรียมกู้เงินอีก 2.2 ล้านล้านบาทเพื่อลงทุนโครงการสร้างพื้นฐานให้ประเทศ
ล่าสุด รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็เตรียมดึงเงินคงคลังจำนวน 5 แสนล้านบาทมาใช้โดย นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ให้สัมภาษณ์กรุงเทพธุรกิจ เอาไว้ว่าจะเอาไปลงทุนให้เกิดดอกผลเพราะเก็บไว้ในแบงก์ชาติไม่มีผลตอบแทนใดๆ นี่หรือผลงาน 1 ปีของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่งถ้าพูดอย่างชาวบ้านร้านตลาดก็คงต้องถามว่า บริหารประเทศภาษาอะไรหรือ แทนที่จะทำให้ประเทศชาติเจริญขึ้น กลับมีหนี้สินพอกพูนทุกปี แล้วสร้างหนี้ให้ประเทศชาติไม่พอ ยังยุยงส่งเสริมให้ชาวบ้านร้านตลาดเป็นหนี้ด้วยการเปิดให้กู้เงินตามโครงการบ้านหลังแรก โครงรถยนต์คันแรก และอื่นๆ อีกมากมายหลายอย่าง ซึ่งผมอยากบอกว่าสิ่งที่รัฐบาลทำอยู่อาจส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงนะครับ
ศุกร์ 13 ที่หลายคนเกรงว่าจะทำให้บ้านเมืองวุ่นวายผ่านไปแล้ว ผมอยากให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ตั้งหลักในการทำงานใหม่ได้แล้วครับ เช่น มองหารูรั่วของรัฐนาวาให้พบ แล้วจัดการอุดรูรั่วนั้นเสีย แยกประเภทของรัฐวิสาหกิจให้ชัดเจนไปเลย เช่น องค์กรไหนควรให้บริการประชาชน รัฐก็ให้การดูแลอย่างเต็มที่ องค์กรไหนจะต้องเป็นหน่วยงานหาเงินให้รัฐ รัฐบาลก็ต้องหาคนที่มีคุณภาพเข้ามาบริหาร ไม่ใช่ไปคว้าคนใกล้ชิดตัวเองให้เข้าไปรับตำแหน่ง จนทำให้องค์กรนั้นล้มเหลวเหมือนที่มีตัวอย่างมาแล้ว
ที่ผมกล่าวเช่นนี้เพราะรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่โชคดีที่สุด เพราะมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ทำให้สามารถออก หรือแก้ไขกฎหมายที่ล้าสมัยได้ไม่ยาก นอกสภาก็มีมวลชนคนเสื้อแดงคอยให้การปกป้องคุ้มครองไม่ให้กลุ่มการเมืองนอกสภาอื่นใดมารังควาน จึงน่าที่จะทำงานเพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ชาวบ้านได้อย่างเต็มที่ ผมเชื่อว่าหากรัฐบาลนี้สามารถทำงานให้ชาวบ้านร้านตลาดพอใจ คนไทยที่เคยรังเกียจคุณทักษิณ ชินวัตร ด้วยเรื่องต่างๆ ก็อาจจะลืมๆ เรื่องเหล่านั้น และเมื่อถึงตอนนั้น รัฐบาลจะทำอย่างไรเพื่อให้คุณทักษิณ กลับบ้าน ก็คงมีเสียงคัดค้านน้อยกว่านี้ครับ
----------
(หมายเหตุ : รัฐบาลควรฉวยโอกาสทำความดี ? : คอลัมน์ ชาวบ้านร้านตลาด : โดย ... ภาณุมาศ ทักษณา)
----------



