ข่าว

'เชลล์'เล็งรุกตลาดก๊าซแข่ง'ปตท.'

'เชลล์'เล็งรุกตลาดก๊าซแข่ง'ปตท.'

16 ก.ค. 2555

'เชลล์' เล็งรุกตลาดก๊าซแข่ง ปตท. จี้รัฐเปิดเสรีเชื่อประชาชนได้ประโยชน์ : รายงานพิเศษ : โดย ... วัชร ปุษยนาวิน

          กว่า 100 ปีที่ “เชลล์” ได้เข้ามาปักฐานดำเนินกิจการน้ำมันในประเทศไทย ผ่านวิกฤติต่างๆ มามากมาย โดยได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงภายในประเทศ และรองรับกับสถานการณ์การแข่งขันที่รุนแรง ที่ทำให้บริษัทน้ำมันต่างชาติหลายแห่งถอยธุรกิจออกจากประเทศไทย หรือหยุดการขยายกิจการ แต่ในส่วนของเชลล์มีการปรับตัว ฉีกจากการขายน้ำมันในเกรดคุณภาพทั่วไป ยกระดับไปสู่น้ำมันเกรดพรีเมียม เพื่อให้อยู่รอดจากการแข่งขันที่รุนแรงได้

 

เล็งลงทุนธุรกิจก๊าซ-จี้รัฐเปิดเสรี

 

          นายไซมอน ​เฮนรี ประธาน​เจ้าหน้าที่บริหารด้าน​การ​เงิน หรือซีเอฟโอ กลุ่มบริษัท รอยัล ดัทช์ ​เชลล์ เปิดเผย "คม ชัด ลึก" ถึงทิศทางการลงทุนของกลุ่มบริษัท รอยัล ดัทช์ ​เชลล์ ในประเทศไทย ว่า เชลล์เข้ามาลงทุนในไทยมานานกว่า 100 ปี โดยประเทศไทยถือได้ว่ามีตลาดภายในประเทศที่แข็งแกร่ง แม้จะมีการแข่งขันที่รุนแรง ใกล้เคียงกับตลาดประเทศฟิลิปปินส์ แต่เชลล์ก็ยังคงยืนยันที่จะลงทุนในไทยต่อไป อย่างไรก็ตาม มองว่าการแข่งขันในธุรกิจน้ำมันของไทยยังไม่มีความเสมอภาคระหว่างบริษัทต่างชาติ กับบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ที่เป็นรัฐวิสาหกิจ ถือหุ้นโดยภาครัฐ ซึ่งที่ผ่านมา เชลล์ ได้เข้าไปหารือเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเปิดให้มีการแข่งขันที่เสมอภาค เปิดโอกาสให้บริษัทน้ำมันอื่นๆ มีโอกาสแข่งขันได้มากขึ้น

          สำหรับธุรกิจพลังงานที่เชลล์เตรียมจะเข้ามาลงทุนในอนาคต ก็คือธุรกิจก๊าซธรรมชาติทุกชนิด ทั้งก๊าซเอ็นจีวีและแอลพีจี เนื่องจากมีความต้องการภายในประเทศสูง ซึ่งสอดคล้องกับธุรกิจกลุ่มบริษัท รอยัล ดัทช์ ​เชลล์ ที่ถือได้ว่าเป็นบริษัทที่ขายก๊าซธรรมชาติมากที่สุดในโลก และมีสัดส่วนยอดขายสูงกว่าน้ำมัน ดังนั้น เชลล์ จึงมีความแข็งแกร่งในธุรกิจนี้

          “ที่ผ่านมา เชลล์ได้เข้าไปพูดคุยกับรัฐบาลไทยเรียกร้องให้เปิดตลาดเสรีก๊าซธรรมชาติในไทย เพื่อให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น สุดท้ายผลประโยชน์ก็จะตกไปสู่ผู้บริโภค และประเทศชาติโดยรวม แต่ที่ผ่านมาติดปัญหาที่ ปตท.เป็นผู้ผูกขาดตลาดก๊าซธรรมชาติเพียงรายเดียว ซึ่งหวังว่ารัฐบาลไทยจะเปิดเสรีได้ในอนาคต” นายไซมอน กล่าว

          ในส่วนของธุรกิจน้ำมันนั้น รัฐบาลไทยก็ยังมีการแทรกแซงราคาขายปลีก ดังนั้น เชลล์จึงได้มุ่งเน้นในการวิจัยและพัฒนาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพสูง เช่น เชลล์ ฟิวเซฟ ที่ประหยัดน้ำมันได้มากกว่าน้ำมันชนิดอื่น หรือ เชลล์ วี-เพาเวอร์ ที่ให้พลังที่แรงกว่า เป็นต้น นอกจากนี้ เชลล์ ก็มีแผนที่จะเข้ามาลงทุนด้านการตลาดน้ำมันหล่อลื่นให้มากขึ้น ทั้งน้ำมันหล่อลื่นเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม เครื่องจักรกลชนิดต่างๆ และรถยนต์ 

 

ทุ่มวิจัยเชื้อเพลิงทางเลือกรับน้ำมันแพง

 

          ด้านนายมาร์ค เกนเบอร์เลอร์ รองประธานดูแลธุรกิจพาณิชยกรรม กลุ่มบริษัท รอยัล ดัทช์ ​เชลล์ กล่าวว่า แม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ปริมาณการใช้น้ำมันก็ไม่ได้ลดลง โดยปริมาณของการใช้ไม่ได้เติบโตมาจากภูมิภาคสหรัฐและยุโรปที่มีความต้องการที่คงที่หรือลดลง แต่ปริมาณการใช้ที่เข้ามาแทนที่จะมาจากฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาที่เกิดใหม่ เช่น จีน และอินเดีย ส่วนตลาดในประเทศไทยเติบโตปานกลาง ซึ่งเชลล์จะมองความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก โดยเฉพาะลูกค้ารายใหญ่ในธุรกิจโลจิสติกต่างๆ เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง 

          ทั้งนี้ ตลาดน้ำมันจะมีแนวโน้มต้องการน้ำมันที่มีคุณภาพมากขึ้นและประหยัดมากขึ้น เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำให้พลังงานทางเลือกชนิดต่างๆ เข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันเชลล์ได้มุ่งเน้นในการพัฒนาน้ำมันที่ผสมกับเอทานอล โดยได้ร่วมลงทุนกับบริษัทผลิตเอทานอลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศบราซิล และเปิดโอกาสที่จะร่วมทุนผลิตน้ำมันผสมเอทานอลกับทุกประเท ศรวมทั้งประเทศไทย นอกจากนี้ ในอนาคตเทคโนโลยีพลังงานทดแทนต่างๆ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า เครื่องยนต์ไฮบริดจ์ เชื้อเพลิงไฮโดรเจน และเชื้อเพลิงชีวภาพ จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ดังนั้น เชลล์ จึงได้เตรียมรองรับโดยการพัฒนาพลังงานที่หลากหลายชนิด เพื่อรองรับเทคโนโลยีเครื่องยนต์ชนิดใหม่ๆ

          อย่างไรก็ตาม น้ำมันจะยังคงเป็นเชื้อเพลิงหลักในการขนส่งทางถนนอยู่ต่อไป ซึ่งเชลล์ได้พัฒนาน้ำมันหลายสูตร เพื่อรองรับความต้องการน้ำมันที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และรักษาสิ่งแวดล้อม ทั้งในส่วนของน้ำมันเบนซิน และดีเซล เช่น วี-เพาเวอร์ และน้ำมันพรีเมียมอีกหลายชนิด รวมทั้งพัฒนาน้ำมันชีวภาพชนิดต่างๆ โดยไม่กระทบต่อพื้นที่การเพาะปลูกพืชอาหาร ตลอดจนการพัฒนาน้ำมันสำหรับเครื่องบิน เรือ และเครื่องจักรกลอุตสาหกรรมที่ดีขึ้นกว่าเดิม

 

ประเมินก๊าซทั่วโลกมีใช้กว่า 100 ปี

 

          ขณะเดียวกัน เชลล์ยังให้ความสนใจธุรกิจก๊าซธรรมชาติ เนื่องจากเป็นทางออกที่สำคัญในการรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศได้ค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ และมีเทคโนโลยีที่ขุดเจาะแหล่งก๊าซธรรมชาติใหม่ๆ ที่สามารถขุดเจาะในพื้นที่ยากลำบากได้มากขึ้น โดยเฉพาะประเทศสหรัฐขุดพบแหล่งก๊าซที่สามารถใช้ได้อีก 100 ปี

          “ปัจจุบันก๊าซธรรมชาติเหลว หรือแอลเอ็นจี จะเป็นเรื่องใหญ่ของโลก ซึ่งช่วยลดอุปสรรคในการขายก๊าซธรรมชาติลงได้มาก จากในอดีตต้องลงทุนวางท่อส่งก๊าซจากแหล่งผลิตมายังผู้ซื้อ แต่เทคโนโลยีการผลิตแอลเอ็นจี ทำให้สามารถขนส่งด้วยเรือไปยังทุกประเทศทั่วโลกได้ จากนั้นก็แปลงเป็นก๊าซเอ็นจีวีส่งทางท่อไปยังลูกค้าได้ทันที ซึ่งเชลล์ก็มีเทคโนโลยีการผลิตแอลเอ็นจีในระดับแนวหน้าของโลก และมีแหล่งผลิตในภูมิภาคต่างๆ โดยแอลเอ็นจีจะเป็นทางเลือกให้ผู้ประกอบการขนส่งในการลดต้นทุนได้ดี” นายมาร์ค กล่าว 

          อย่างไรก็ตาม หน่วยงานภาครัฐของประเทศต่างๆ ควรจะให้การส่งเสริมการใช้พลังงานให้มีความหลากหลาย อย่ามุ่งเน้นเพียงพลังงานไม่กี่ชนิด เพราะราคาน้ำมันจะต้องปรับตัวสูงขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากต้นทุนการผลิตสูงขึ้นกว่าเดิมมาก จึงต้องควรวางแผนการใช้พลังงานในระยะยาว ปรับตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์โลก

 

“เอสโซ่” ชี้ ปตท.ครองตลาดแข่งยาก

 

          ขณะที่ผู้ค้าน้ำมันอีกรายคือ "เอสโซ่" มองว่า แม้ว่าธุรกิจก๊าซธรรมชาติจะมีอนาคตในประเทศไทย แต่ก็ยังมีอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดนี้มากพอสมควร โดยนายมงคลนิมิตร เอื้อเชิดกุล กรรมการและผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หากจะเปิดให้เอกชนต่างชาติเข้ามาแข่งขันในธุรกิจก๊าซธรรมชาติอย่างเสรี จะต้องดูด้วยว่าแหล่งก๊าซภายในประเทศมีเพียงพอ และคุ้มทุนหรือไม่ เพราะจากการประเมินแหล่งก๊าซที่เหลือภายในประเทศ จะมีใช้ได้ไม่เกิน 10-20 ปี ซึ่งการลงทุนเจาะสำรวจ และผลิต จะต้องมีเวลาผลิตก๊าซธรรมชาติไม่ต่ำกว่า 30-40 ปี จึงจะคุ้มทุน ดังนั้น ด้วยปริมาณก๊าซธรรมชาติในไทยที่เหลือไม่มาก จึงไม่มีแรงจูงใจให้เข้ามาลงทุนเพียงพอ

          ส่วนการจะนำแอลเอ็นจีเข้ามาขายในประเทศนั้น โดยส่วนตัวมองว่ายังมีอุปสรรคอยู่มาก เนื่องจาก ปตท.เข้ามาครองฐานลูกค้าไว้หมดแล้ว ดังนั้น การที่ผู้ประกอบการรายใหม่จะเข้าไปแย่งตลาดเป็นเรื่องยาก และเชื่อว่ารัฐบาลจะต้องควบคุมราคาก๊าซต่อไป เพราะการปล่อยให้ขึ้นลงอย่างเสรีจะกระทบกับฐานเสียง หากกลไกราคายังไม่เปิดเสรี บริษัทต่างชาติก็เข้ามาแข่งขันได้ยาก ในส่วนของของเอสโซ่นั้น แม้ว่าตลาดค้าปลีกน้ำมันมีการแข่งขันอย่างดุเดือด เอสโซ่ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะลงทุนขยายสถานีบริการต่อไป โดยคาดว่าในปีนี้จะสร้างสถานีบริการใหม่อีกประมาณ 20 แห่ง เพิ่มขึ้นจากในปัจจุบันที่มีสถานีบริการอยู่ 530 แห่ง

          ขณะที่นายยงยศ หาญสุวณิช รองประธาน บริษัท เอ็กซอนโมบิล เอ็กซ์โพลเรชั่น แอนด์ โพรดักชั่น โคราช อิงค์ กล่าวว่า การที่รัฐบาลจะเปิดสัมปทานแหล่งปิโตรเลียมรอบใหม่นั้น ทางเอ็กซอนโมบิลในไทยจะส่งข้อมูลรายละเอียดของแหล่งปิโตรเลียมที่เปิดประมูลให้บริษัทแม่ในต่างประเทศพิจารณา ซึ่งจะต้องส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาสำรวจพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้ง ว่ามีศักยภาพคุ้มค่ากับความเสี่ยงที่จะเจาะสำรวจหรือไม่ เพราะในพื้นที่ที่คาดว่าจะมีก๊าซธรรมชาติในภาคอีสาน นับว่ามีความยากและลงทุนสูง มีต้นทุนเจาะสำรวจประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อหลุม

          “ส่วนแหล่งก๊าซธรรมชาติน้ำพองที่จะหมดอายุสัมปทานในปี 2564 คาดว่าจะไม่ขอต่ออายุสัญญาออกไปอีก 10 ปี ตามข้อกำหนดที่สามารถทำได้ เพราะคาดว่าปริมาณก๊าซจะลดลงจนไม่คุ้มค่าในการผลิต” นายยงยศ กล่าว

 

 

----------

(หมายเหตุ : 'เชลล์' เล็งรุกตลาดก๊าซแข่ง ปตท. จี้รัฐเปิดเสรีเชื่อประชาชนได้ประโยชน์ : รายงานพิเศษ : โดย ... วัชร ปุษยนาวิน)

----------