
'พท.'นัดหารือปมแก้รธน.16ก.ค.นี้
'เพื่อไทย'นัดหารือปมแก้รธน. 16 ก.ค.นี้ ซัดศาลวินิจฉัยไม่มีความชัดเจน ทำสับสนเรื่องประชามติ ด้าน 'จาตุรนต์' แนะ 'พท.' แก้รธน.บางมาตรา จำกัดอำนาจศาลรธน. ก่อนลุยแก้รธน.ทั้งฉบับ
เมื่อเวลา 10.00 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า พรรคเพื่อไทยได้หารือภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ไม่เข้าข่ายล้มล้างการปกครองโดยเห็นว่า การร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ผู้ร้องยังต้องยื่นผ่านอัยการสูงสุดก่อนส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย มิเช่นนั้นอนาคตต้องวุ่นวายในการพิจารณากฎหมายต่างๆ หากฝ่ายตรงข้ามต้องการเตะถ่วงก็จะไปร้องค้านต่อศาลรัฐธรรมนูญ หากร้องสักพันเรื่อง ศาลรัฐธรรมนูญจะทำงานไหวหรือไม่ นอกจากนี้พรรคเพื่อไทยยังไม่เห็นด้วยที่ศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาพิจารณาใน มาตรา 291 เพราะมาตราดังกล่าวไม่ได้ระบุว่า ต้องทำประชามติก่อนยกร่างรัฐธรรมนูญ อีกทั้งรัฐธรรมนูญปี 50 ก็ยกร่างเรียบร้อยแล้ว จึงค่อยทำประชามติ ซึ่งสวนทางกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
"คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีความสับสน เพราะศาลไม่กล้าฟันธงโดยใช้คำว่า ควรลงประชามติ ซึ่งคำว่าควรต้องตีความตามกฎหมาย ไม่มีสภาพบังคับใช้ตามกฎหมาย ไม่แน่ใจว่าคำว่าควรจะต้องทำหรือไม่ทำ อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยพร้อมปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ส่วนความเห็นของศาลรัฐธรรมนูญนั้นต้องรอการประชุมพรรคในวันที่16 ก.ค.ก่อนว่าจะมีทางออกอย่างไร โดยขณะนี้มี 3 ทางออกคือ 1.การเดินหน้าลงมติร่างรัฐธรรมนูญ วาระ 3 2.การทำประชามติ และ 3.การแก้ไขเป็นรายมาตรา ซึ่ง สส.หลายคนเห็นว่า หากจะแก้เป็นรายมาตราก็ควรแก้ มาตรา 68 เป็นมาตราแรก และตนจะเสนอให้แก้ว่า การยื่นตามมาตราดังกล่าวต้องทำผ่านอัยการสูงสุดเท่านั้น ไม่สามารถยื่นโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ทุกอย่างจะได้มีความชัดเจน ทั้งนี้ ส่วนตัวเห็นว่า ทางออกที่ดีสุดคือการแก้ไขเป็นรายมาตรา โดยเฉพาะมาตราที่เกี่ยวกับองค์กรอิสระที่มีปัญหา ส่วนการเดินหน้าลงมติวาระ 3 ต่อไปนั้นคงไม่เหมาะ เพราะสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ยังไม่ปกติ ขณะที่การทำประชามติก็สิ้นเปลืองงบประมาณเกินไป" นายจิรายุ กล่าว
นายจิรายุ กล่าวต่อว่า พรรคได้ติตดามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญแล้วพบความผิดปกติในตลาดหลักทรัพย์ โดยตั้งแต่เวลา 13.00 น.หุ้นตกลงไปเกือบ 20 จุดเพราะศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยเกือบเวลา 15.00 น. แต่เมื่ออ่านคำวินิจฉัยจบ ตลาดหุ้นก็ดีดขึ้น 12 จุด ซึ่งพบว่ามีกลุ่มการเมืองบางกลุ่มไปช้อนซื้อหุ้นอสังหาริมทรัพย์และพลังงานในช่วงเวลาดังกล่าวจำนวนมากผ่านทางโบรกเกอร์ อาจมีการวางแผนปล่อยข่าวการยุบพรรคแล้วมาช้อนซื้อหุ้นหรือไม่ ขอให้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตรวจสอบด้วยว่า มีคนได้ประโยชน์จากการช้อนซื้อหุ้นในช่วงเวลาดังกล่าวหรือไม่ เพราะมีนอมินีนักการเมืองบางคนไปจดกระดานหลักทรัพย์และซื้อหุ้นล็อตใหญ่ในช่วงหุ้นตก
"ในวันที่ 17 ก.ค.นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร จะเรียกประชุม สส. 246 คนของพรรคเพื่อไทย เพื่อหารือแนวทางการดำเนินการว่าจะดำเนินการอย่างไรกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยนำความเห็นจากที่ประชุม สส.เพื่อไทยในวันที่ 16 ก.ค.มาร่วมพิจารณาด้วย ขณะเดียวกันก็ทราบว่า ประธานวุฒิสภาก็จะเรียกประชุมส.ว.เพื่อหารือในเรื่องดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกัน" นายจิรายุ กล่าว
"จาตุรนต์" แนะ “พท.” แก้รธน.บางมาตรา จำกัดอำนาจศาลรธน. ก่อนลุยแก้รธน.ทั้งฉบับ
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แถลงว่าตนสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทย เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับต่อไป เนื่องจากประเทศไทยขณะนี้ต้องการรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยจริงๆ ส่วนคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ซึ่งเป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 และมีการยกร่างใหม่ทั้งฉบับไม่สามารถทำได้ แต่หากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับควรผ่านการทำประชามติจากประชาชนก่อนนั้น ตนมีข้อเสนอ 3 แนวทางในการทำประชามติ คือ 1.ทำประชามติ ก่อนการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวาระสาม 2.ทำประชามติหลังการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวาระสาม และ 3.ทำประชามติหลังจากที่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ยกร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ โดยทางพรรคเพื่อไทยต้องเร่งหารือกันอย่างเร่งด่วน ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 วาระสามที่ค้างอยู่ในระเบียบวาระการประชุมนั้นไม่ควรตัดสินใจถอดร่างดังกล่าวออกจากวาระการประชุม
นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า คำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ระบุให้ทำประชามติก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ตนมองว่าเป็นการวางหมากที่ซับซ้อน เพื่อไม่ให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้โดยง่าย และคำวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว ซึ่งมีผลผูกพันทุกองค์กรนั้น ตนกังวลว่าในอนาคตหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะมีคนไปยื่นฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญอีก และศาลรัฐธรรมนูญจะถือบรรทัดฐานที่ได้รับคำร้องในประเด็นดังกล่าว ที่สามารถรับคำร้องได้ ดังนั้นทางออกในประเด็นดังกล่าว ตนมองว่าควรเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในบทบัญญัติที่ว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญ และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อจำกัดอำนาจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
“จากคำวินิจฉัยครั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ได้ขยายอำนาจเข้ามาแทรกแซงการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ และได้ทำลายหลักการแบ่งแยกอำนาจ เท่ากับได้สถาปนาอำนาจของตนเองให้เหนืออำนาจรัฐสภา นอกจากนั้นแล้วผมมองว่าคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามคำร้องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ว่าเป็นการล้มล้างการปกครองฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 เป็นการใช้ความเห็นส่วนตัว และให้คำแนะนำ ประกอบขึ้นมาเป็นคำวินิจฉัยที่มีผลผูกพันทุกองค์กร ซึ่งความเห็นดังกล่าวนั้นไม่มีกฎหมายหรือบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมารองรับ เท่ากับการตัดสินการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามอำเภอใจ” นายจาตุรนต์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยปฏิเสธการยอมรับในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเมื่อคำวินิจฉัยที่วิเคราะห์ว่าเป็นความเห็นที่ไม่มีกฎหมายรองรับ ทางพรรคเพื่อไทยจะยอมรับคำตัดสินหรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญระบุให้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มีผลผูกพันต่อทุกองค์กร ดังนั้นแม้ว่าจะไม่ยอมรับ ไม่เห็นด้วย แต่ก็ต้องปฏิบัติตาม
เมื่อถามต่อว่า ขณะนี้กลุ่มนิติราษฎร์ เตรียมเสนอให้ยุบศาลรัฐธรรมนูญ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า การจะยุบศาลรัฐธรรมนูญทำได้ทางเดียวคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในมาตราที่เกี่ยวข้อง



