
นัด'ตีกัน'ทางเน็ต
นัด'ตีกัน'ทางเน็ต : ขอดเกล็ดดาวเงิน พ.ต.ท.เจษฎา สวยสม รองผกก.ป.สน.มีนบุรี
ปัญหาเด็กนักเรียนนักเลงยกพวกตีกัน กลายเป็นปัญหาเรื้อรังของสังคมไทยเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน วันก่อน "กระจอกข่าว" มีโอกาสแวะเวียนไปแถวๆ สน.มีนบุรี หนึ่งในพื้นที่สีแดงของปัญหานักเรียนนักเลง
มีโอกาสได้พบปะกับ พ.ต.ท.เจษฎา สวยสม หรือ "รองบี" รองผกก.ป.สน.มีนบุรี ซึ่งรับผิดชอบในการแก้ปัญหานักเรียนนักเลงที่ก่อเหตุร้ายในพื้นที่ "เมืองมีน" ถึงกับส่ายหน้าเมื่อถูกถามถึงปัญหานักเรียนนักเลง
"ตีกันได้ทุกวัน เผลอเป็นไม่ได้" รองบี บอกถึงสถานการณ์ความรุนแรงของปัญหานักเรียนนักเลงในพื้นที่
"รองบี" บอกว่า ที่ผ่านมาตำรวจดำเนินการมาตรการทั้งเชิงรุกและรับ ในการแก้ปัญหานี้ มีการระดมกำลังตำรวจบุกตรวจค้นโรงเรียนกลุ่มเสี่ยง ตั้งด่านตรวจสกัดตามจุดพิกัดสังเวียนเลือด ผลปรากฏจับนักเรียนนักเลงพกปืน พกมีด และระเบิดปิงปอง ได้มโหฬาร จนอดแปลกใจไม่ได้ว่า นักเรียนนักเลงเหล่านี้ไปหาอาวุธมากมายเหล่านี้มาจากไหน
นอกจากนี้ ยังได้ประสานกับผู้บริหารโรงเรียนในการคัดแยกนักเรียนหัวโจกออกมาทำประวัติ และส่งเข้าฝึกอบรมละลายพฤติกรรมห่ามๆ พ่วงท้ายกับการเกณฑ์นักเรียนที่มีความประพฤติดีจัดเป็นชุด "คลีนนิ่ง" ออกทำความสะอาดตามกำแพงและสถานที่ต่างๆ ที่บรรดานักเรียนอันธพาลไปขีดๆ เขียนๆ หรือพ่นสี ด้วยข้อความอวดแบ่งบารมี ข่มกันไปข่มกันมา ยั่วยุให้เกิดเหตุยกพวกตะลุมบอนกันระหว่างสถาบัน
"ชุดคลีนนิ่ง" ปฏิบัติงานได้ผลดีระยะหนึ่ง อุตส่าห์แอบดีใจ ปัญหานักเรียนนักเลงยกพวกตีกันคงทุเลา ปรากฏว่าไม่ทันไร บรรดานักเรียนแสบก็หันไปใช้โซเชียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊ก ทั้งทวิตเตอร์ นัดหมายตีกันทางอินเทอร์เน็ต
"เดี่ยวนี้เขานัดตีกันได้ 24 ชั่วโมง ผ่านโซเชียลมีเดีย ตำรวจต้องไล่กวดกันตลอด 24 ชั่วโมง เผลอไม่ได้ เผลอเมื่อไหร่เป็นเกิดเรื่องทันที" พ.ต.ท.เจษฎา สาธยายอย่างเหนื่อยหน่ายใจ
ระหว่างการสนทนากับ "รองบี" บนโรงพักมีนบุรี "กระจอกข่าว" สังเกตเห็นกลุ่มนักเรียนหมุนเวียนกันขึ้นโรงพักไม่ซ้ำหน้า
"นั่นแหละคือบางส่วนของนักเรียนนักเลงที่ตำรวจเชิญมาทำประวัติ หรือไม่ก็เป็นกลุ่มที่ตำรวจเพิ่งตรวจค้นแล้วเจออาวุธ" รองบีต่อว่าตำรวจไม่ได้อยากแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับเด็กเพราะไม่อยากให้เสียอนาคตตั้งแต่วัยแรกรุ่น โตไปจะหางานหาการทำยาก แต่จำเป็นต้องทำเพราะต้องรักษากฎหมาย อีกทั้งการกระทำของนักเรียนนักเลงแทบทุกครั้งก่อความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นด้วย
ก่อนจาก "รองบี" ฝากเตือนอันธพาลในคราบนักเรียนทั้งหลาย โซเชียลมีเดียและอินเทอร์เนตทั้งหลาย ควรใช้ประโยชน์ด้านอื่น ไม่ใช่มีไว้เป็นสื่อนัดยกพวกตะลุมบอนกัน หากถูกจับดำเนินคดีเสียอนาคตแน่ ขณะที่หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่เจอแล้วนัดตีกันสำเร็จอาจเจ็บอาจตายสูญเสียอยู่ดี...คิดดูเองล่ะกัน มันคุ้มกันหรือไม่?



