
'สมศักดิ์'เดินหน้าแก้รธน.3แนว
ปธ.สภาชี้คำตัดสิน "ศาลรธน."ไม่ชัด ให้ทีมกฎหมายศึกษารายละเอียด เผยแนวทางแก้รธน.ใหม่ 3 แนว อาทิคงหมวด 1 หมวด 2 ไว้ ที่เหลือยกร่างใหม่ทั้งหมด "ปธ.วิปฝ่ายค้าน"ยันเดินหน้าโหวตวาระ3ไม่ได้
13ก.ค.2555 นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังรับทราบผลพิจารณาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ยกคำร้องในกรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เป็นการล้มล้างการปกครองฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หรือไม่ว่า ตนได้มอบหมายให้คณะทำงานด้านกฎหมายหารือต่อประเด็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสาม ที่ค้างอยู่ในระเบียบวาระการประชุมรัฐสภาว่าจะดำเนินการอย่างไร หรือเดินหน้าลงมติในวาระสามได้เลยหรือไม่ เบื้องต้นได้ให้ทีมกฎหมายศึกษารายละเอียดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญด้วย เพราะเท่าที่ตนติดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่ชัดเจนในหลายประเด็น เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา, การแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยไม่ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.)
“ส่วนตัวคิดว่าถ้าศาลชี้ให้ชัดเจนกว่านี้ รัฐสภาก็จะเดินหน้าได้ง่ายกว่า แต่ชี้เพียงแค่ว่าแก้ไขทั้งฉบับไม่ได้ พูดแค่นี้ยังไม่ชัดพอ น่าจะชี้ไปเลยว่าการลงมติในวาระ 3 ว่าไม่ชอบเลย ถ้าชี้มาเราก็ไม่ต้องไปตีความ ถ้าไม่ชอบก็แปลได้เลยว่าเดินต่อไปไม่ได้ อย่างไรก็ตามเมื่อมีคำวินิจฉัยก็โล่งใจได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ต้องมาตีความคำวินิจฉัยกันอีก” นายสมศักดิ์ กล่าว
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในประเด็นที่ตนให้คณะทำงานด้านกฎหมายไปหารือ มีหลายประเด็น ได้แก่ 1.จะแก้ไขในร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเดิมได้หรือไม่ หรือหากจะนำมาปรับปรุงจะมีกระบวนการปรับปรุงอย่างไร 2. แก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่โดยการยกเลิกร่างรัฐธรรมนูญฉบับเดิม และยกร่างขึ้นมาใหม่เป็นรายมาตรา และ 3.ยกร่างตามมาตรา 291 เพียงแต่คงหมวด 1 และหมวด 2 ไว้ และตั้ง สสร. ให้ร่างตั้งแต่หมวด 3 เป็นต้นไป จะทำอย่างไร เบื้องต้นตนขอให้หารือและได้ข้อสรุปก่อนการเปิดสมัยประชุมสภาฯ สามัญ ทั่วไป ในวันที่ 1 ส.ค.นี้
"อุดมเดช"ย้ำไม่ได้แก้รธน.ทั้งฉบับ
เมื่อเวลา 16.30 น.นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญประเด็นที่ยังเป็นปัญหาคือ กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าหากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับจะต้องทำประชามติก่อน ซึ่งต้องย้อนมาดูว่าสิ่งที่เรายืนยันไปนั้นคือการแก้ไขไม่ได้เป็นการแก้ทั้งฉบับ ซึ่งประเด็นที่ตามมาคือ แล้วร่างที่ค้างอยู่ในสภาฯ นั้นจะเอาอย่างไร ถ้าเรายังยืนยันที่จะแก้ไขในรูปแบบนี้ต่อขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญก็บอกให้ไปทำประชามติ ดังนั้น จึงมีทางเลือก 2 ทางคือ 1.คาร่างเอาไว้แล้วไปทำประชามติ หรือ2.แก้เป็นรายมาตราไปเลย อย่างไรก็ตาม คงจะต้องรอคำวินิจฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนตัวก่อน จากนั้นจึงจะหารือกันภายในพรรค
"ปธ.วิปฝ่ายค้าน"ยันเดินหน้าโหวตวาระ3ไม่ได้
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่าถือว่าศาลมีการวินิจฉัยที่ให้ความชัดเจนในหลายประเด็น คือ ผู้ร้องสามารถยื่นร้องได้ 2 ทาง ทั้งผ่านทางอัยการสูงสุด และยื่นโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ และยังมีความชัดเจนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามปกติ ในมาตรา 291 จะสามารถแก้เป็นรายมาตราเท่านั้น ซึ่งจะมีผลทำให้ร่างของรัฐบาล กระทำไม่ได้ จึงถือว่าศาลได้สั่งให้ยุติการลงมติในวาระ 3แล้ว ดังนั้นการเปิดสมัยประชุม ในวันที่ 1 ส.ค. ก็ไม่จำเป็นต้องมีการหยิบยกเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมาพิจารณาอีก โดยรัฐบาลต้องกลับไปทบทวนว่ายังสมควรแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกหรือไม่ และมีมาตราใดบ้างที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดิน และหากจะแก้ทั้งฉบับก็ต้องไปทำประชามติ ถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่
นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ฝ่ายค้านน้อมรับคำตัดสินของศาล เพราะจุดยืนของฝ่ายค้านคือ ไม่สนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับมาตั้งแต่ต้น
“สุกำพล”ชี้ดีแล้วทหารไม่ยุ่งม็อบต้านศาล
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า สถานการณ์การเรียบร้อยดีผู้ชุมนุมมีไม่มาก อีกทั้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ทหารอยู่ดูห่างๆ ถือเป็นสิ่งที่ดี ทหารอย่าให้มายุ่งเลย อยู่ในกรม กองดีที่สุด เขาทำงานของอยู่แล้ว เรื่องปฏิวัติอย่าไปถามมาก ถามทุกวันน่าเบื่อ
ด้านพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่า ตำรวจมีประสิทธิภาพที่จะรองรับสถานการณ์อยู่แล้ว ซึ่งเราพูดดุยกันเป็นประจำ ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า เราปฏิบัติตามหน้าที่ของเราอยู่แล้ว ขณะนี้แสดงให้เห็นแล้วว่า ทหารอยู่ในกรอบวินัย และมีความเป็นหนึ่งเดียว ปฏิบัติหน้าที่ที่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นไปตามคำสั่งของรัฐบาล ตรงนี้คือจุดยืนของเราอยู่แล้ว
"ฤาษี พุทธจรัส"ชี้คำวินิจฉัยมีทั้งฝ่ายที่ยอมรับและไม่ยอมรับ
ฤาษี ดร.พุทธจรัล พุทธจรัล ประธานมูลนิธิโพธิสัจธรรม และเจ้าสำนักอาศรมอมราวดี อายุเวท อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยกคำร้อง สร้างความยินดีให้ฝ่ายสนับสนุนให้มีการแก้ไข รธน. ขณะเดียวกันฝ่ายที่ยื่นคำร้องก็อาจจะไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาล เมื่อต่างฝ่ายต่างอยากจะชนะ แต่ทั้งหมดคือประเทศที่พ่ายแพ้ การที่สังคมยังมีทิฐิและยังเชื่อว่าตนถูกได้ทำให้บรรยาศในสังคมเครียดสับสน ไม่ว่าศาลจะวินิจฉัยอย่างไรประเทศก็บอบช้ำเช่นเคย
ส่วนคำตอบที่จะแก้ปัญหาสังคมชาติมิได้อยู่ที่รัฐธรรมนูญ หากแต่อยู่ที่ธรรมนูญจักรวาล หรือ"ธรรมาธิปไตย" เมื่อจิตสงบและรู้ตื่นในธรรมาธิปไตย คนก็จะส่งเสริมให้รัฐธรรมนูญเกิดความศักดิ์สิทธิ์ ประชาชนจะสามารถดำเนินชีวิตตามกฏหมายตามครรลองได้โดยมิต้องฝืนเลย
แดงขอนแก่นเฮยกเลิกเผาหุ่น
บรรยากาศเวทีเสื้อแดงที่สวนรัชดานุสรณ์ หน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีคนเสื้อแดงจำนวนกว่า 400 คน ทยอยเข้ามาร่วมรับฟังการถ่ายทอดสดการอ่านคำวินิจฉัยพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อศาลมีคำวินิจฉัยยกคำร้องต่างก็พากันดีใจกระโดดโลดเต้นโห่ร้อง ลุกขึ้นมาหน้าเวที บางคนตะโกนด้วยความดีใจฟ้อนรำท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว จากนั้นแกนนำก็ประกาศว่าจะมีการจัดเวทีปราศรัยไปเรื่อยๆ พร้อมกับมีการสวดให้พรจากพระภิกษุสงฆ์แกนนำแดงด้วย แต่ไม่กี่นาทีคนเสื้อแดงก็เริ่มทยอยเดินทางกลับ เนื่องจากต่างก็เห็นว่าทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ขณะเดียวกันแกนนำได้ประกาศยกเลิกการเข้าแจ้งความจับกุมคณะตุลาการและยกเลิกกิจกรรมเผาหุ่นฟางที่เตรียมเอาไว้ทั้งหมด
นปช.ดิ้นหาช่องลงมติวาระ3เมินศาลวินิจฉัยศาลรธน.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นการแถลงคำวินิจฉัยโดยยกคำร้องกรณีการแก้รัฐธรรมนูญไม่เป็นการล้มการปกครองนั้น ปรากฎว่ากลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ(นปช.) หรือคนเสื้อแดงที่มารอฟังคำวินิจฉัยหลายร้อยคนได้ตะโกนเฮลั่นบริเวณชั้น 5 ของห้างอิมพิเรียลนานเกือบ 20 นาที พร้อมประกาศเป็นชัยชนะอีกครั้ง
จากนั้นเวลา 15.45 น. นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ นายจตุพร พรหมพันธ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ออกมาแถลงโดยมีนายพานทองแท้ ชินวัตร มาร่วมนั่งการแถลงข่าวด้วย โดยนางธิดา กล่าวว่า นปช.ยังยืนยันว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจการพิจารณา เพราะเป็นการก้าวล่วงฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนคำวินิจฉัยที่ระบุว่าหากจะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับต้องทำประชามติ เนื่องจากเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2550 ก็มาจากการทำประชามติเช่นกันนั้น กลุ่มนปช.ก็ไม่เห็นด้วยเนื่องจากการแก้รัฐธรรมนูญก็ไม่มีบทบัญญัติเขียนห้ามไว้ในส่วนใด ขณะที่การลงประชามติก็ถือว่าที่ผ่านมาประชาชนได้ลงประชามติไปแล้ว เพราะประชาชนได้เลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาล ตามคำประกาศที่จะมีการแก้รัฐธรรมนูญ จึงเป็นการทำประชามติของประชาชนทั้งประเทศ
ขณะที่นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแบบนี้ ความเห็นส่วนตัวควรรักษาศักดิ์ศรีของสภาที่มาจากอำนาจประชาชนโดยการลงมติวาระ 3 ต่อไป ซึ่งไม่ใช่การเรียกร้องที่เกินเส้น แต่ตนในฐานะส.ส. ดห็นว่าอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติกำลังมัวหมอง จึงต้องใช้อำนาจของสภาเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ หรือจะทำประชามติก็ต้องตามกระบวนการที่ได้จัดวางไว้ โดยเฉพาะอยากให้ทำประชามติถามประเด็นเดียวว่าควรมีศาลรัฐธรรมนูญอยู่หรือไม่
นายแพทย์เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นปช.เห็นว่าส.ส.พรรคเพื่อไทยต้องเดินหน้าลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 โดยไม่ต้องฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ตนจะนำหารือกับผู้ใหญ่ในพรรค หากจะต้องลงประชามติจริงซึ่งต้องใช้เวลา 120 วัน รัฐบาลก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องเจอวิชามารอะไรอีกหรือไม่



