
"แท็กส์"ร้องศาลปกครองให้ความคุ้มครองชั่วคราวหลังถูกทอท.เลิกสัญญา
แท็กส์ยื่นคำร้องขอศาลปกครองกลางสั่งคุ้มครองฉุกเฉิน พร้อมเรียกค่าเสียหายถูกบอกเลิกสัญญาไม่เป็นธรรม 2,500 ล้านบาท หลังทอท.ขีดเส้นย้ายรถเข็น-คนงานออกจากพื้นที่ภายในวันที่ 19 พฤษภาคม
นายลาดหญ้า อูริยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยแอร์พอร์ตส์ กราวด์เซอร์วิสเซส จำกัด หรือแท็กส์ เปิดเผยว่าบริษัทได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญาการให้บริการรถเข็นสัมภาระในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2552 โดยทอท.ระบุให้บริษัทเคลื่อนย้ายรถเข็นและคนงานออกจากพื้นที่ภายในวันที่ 19 พฤษภาคม 2552 แต่เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัทได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้พิจารณาให้ความคุ้มครองชั่วคราว เพื่อให้บริษัทยังคงให้บริการได้ต่อเนื่อง ระหว่างที่รอผลการพิจารณาจากศาล เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้ใช้บริการ โดยศาลปกครองกลางได้รับคำร้องดังกล่าวแล้ว
ทั้งนี้ บริษัทได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง 2 ส่วน คือ 1.ขอให้ศาลให้ความเป็นธรรมกรณีการถูกบอกเลิกสัญญาพร้อมทั้งฟ้องเรียกค่าเสียหาย 2,500 ล้านบาท และ 2.ขอคุ้มครองชั่วคราวระหว่างที่ศาลปกครองกลางพิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยขั้นตอนต่อไป ศาลปกครองกลางจะเปิดให้มีการไต่สวนทั้งสองฝ่ายก่อนจะพิจารณาตัดสินว่าจะให้ความคุ้มครองหรือไม่
ด้านนายปิยะพันธ์ จัมปาสุต ประธานกรรมการทอท. กล่าวว่า คงต้องรอว่าศาลปกครองกลางจะมีคำสั่งอย่างไร ระหว่างนี้ทอท.จะให้เวลาบริษัทแท็กส์ 3 วัน ในการขนย้ายรถเข็นและพนักงานออกจากพื้นที่ หากบริษัทไม่ยอมดำเนินการ ทอท.อาจต้องแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกพื้นที่
“ไม่เข้าใจว่าทำไมแท็กส์เกิดมาเป็นห่วงผู้ใช้บริการ ถ้าห่วงจริงต้องนำรถเข็นมาให้บริการครบ 9,000 คันในแต่ละวัน ไม่ใช่ปล่อยให้เหลือเพียง 2,800 คัน ซึ่งเรื่องนี้ทอท.พร้อมต่อสู้ตามกฎหมาย” นายปิยะพันธ์ กล่าวและว่า ทอท.ได้นำรถเข็นจากท่าอากาศยานอื่นๆ จำนวน 3,500 คัน มาให้บริการผู้โดยสารที่สุวรรณภูมิเป็นการชั่วคราวแล้ว และอยู่ระหว่างการเร่งจัดหาเอกชนรายใหม่ คาดว่าใช้เวลา 4-6 เดือนและยืนยันว่ารถเข็นของรายใหม่จะมีคุณภาพดีกว่า และมีราคาต่ำกว่า



