
ครม.สับสนค่าซ่อมรถ-ดอกเบี้ย สั่ง"คลัง-สำนักงบ"ช่วยเคลียร์
ครม.ข้องใจค่าซ่อมรถและดอกเบี้ย โครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคัน ให้หารือร่วมกับคลังและสำนักงบให้ชัดเจน อีก 2 สัปดาห์ค่อยพิจารณาใหม่อีกครั้ง กรรมการชุดร่างทีโออาร์ยันเป็นตัวเลขใกล้เคียงของจริง ไม่ใช่ตัวเลขจากการวิจัย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.พิจารณาโครงการเช่าและซ่อมแซมบำรุงรักษารถยนต์โดยสารปรับอากาศใช้ก๊าซธรรมชาติเหลวเป็นเชื้อเพลิง (เอ็นจีวี) 4,000 คัน วงเงิน 69,000 ล้านบาท ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าค่าซ่อมรถและอัตราดอกเบี้ยที่ ขสมก.เสนอเข้ามาไม่ตรงกับตัวเลขของคณะกรรมการพิเศษระดับรัฐมนตรี จึงให้กระทรวงคมนาคมกลับไปทบทวนใหม่ และให้หารือร่วมกับกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ ให้ชัดเจนในตัวเลขต่างๆ แล้วค่อยเสนอ ครม.พิจารณาอีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์
นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่าที่ประชุม ครม.พิจารณาแล้วเห็นว่ารายละเอียดโครงการที่คณะกรรมการจัดทำร่างเงื่อนไขการประมูล (ทีโออาร์) เสนอกับวงเงินกับตัวเลขที่เสนอโดยสถาบันพระปกเกล้าแตกต่างกัน โดยเฉพาะค่าซ่อม ที่คณะกรรมการทีโออาร์ เสนอราคา 7.50 บาทต่อกิโลเมตร แต่สถาบันพระปกเกล้าเสนอ 4.50 บาทต่อกิโลเมตร ส่วนดอกเบี้ยคณะกรรมการทีโออาร์เสนอ 10.25% แต่สถาบันพระปกเกล้าเสนอ 9.875% จึงมีการสอบถามประเด็นเหล่านี้กันมากในที่ประชุม
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมยืนยันว่าตัวเลขค่าซ่อม 7.50 บาทต่อกิโลเมตร ขณะที่คณะกรรมการทีโออาร์เสนอตัวเลขที่ทำได้ และเป็นตัวเลขจริงที่ ขสมก.ใช้ แต่ตัวเลขที่สถาบันพระปกเกล้าที่อัตรา 4.50 บาท ต่อกิโลเมตรเป็นเป็นตัวเลขที่ไม่เคยทำได้จริง
แหล่งข่าวจากที่ประชุม ครม.กล่าวว่า ครม.ใช้เวลาพิจารณาเรื่องนี้ประมาณ 30 นาที ช่วงแรกของการพิจารณา นายอภิสิทธิ์ ขอให้นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม อธิบายว่ากรอบวงเงินโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี ประกอบด้วยอะไรบ้าง โดยเมื่อนายโสภณชี้แจงถึงค่าซ่อมรถ นายกฯ ว่า เหตุใดค่าซ่อมรถที่ ขสมก.เสนอจำนวน 32,850 ล้านบาท หรือวันละ 2,250 บาท สูงกว่าค่าซ่อมที่คณะกรรมการพิเศษเสนอถึง 13,009 ล้านบาท ทั้งๆ เป็นการเช่ารถจากเอกชน จึงอยากให้กระทรวงคมนาคมกลับไปทบทวน
นายชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดทำร่างเงื่อนไขการประมูล (ทีโออาร์) โครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ยืนยันว่า การคำนวณตัวเลขต่างๆที่เสนอให้ ครม.พิจารณาเป็นการคำนวณจากตัวเลขจริง ไม่ได้เป็นการวิจัย ทำให้ประมาณการต่างๆ มีความใกล้เคียงความจริงมากที่สุด



