ข่าว

คุมเข้มหน้าศาลรธน.

คุมเข้มหน้าศาลรธน.

13 ก.ค. 2555

ผบก.น.2 เผย เตรียมกำลังทั้งหมด 13 กองร้อย เผื่อเหตุฉุกเฉินบริเวณศาลรัฐธรรมนูญ กลุ่มมวลชนแท็กซี่เสื้อแดง ทยอยรวมตัวลานพระบรมรูปทรงม้ารอฟังผลศาล รธน.อ่านคำวินิฉัย ด้านผู้ชุมนุมคึก ปักหลักให้กำลังใจตุลาการ “หญิงกลางคนโผล่” ด่า “วสันต์” ม็อบฮือไล่ ตำรวจกันต

          วันที่ 13 ก.ค.55  พล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงษ์ ผบก.น.2 กล่าวถึงมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะมีการอ่านคำวินิจฉัยเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ในวันนี้ ว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้จำนวน 4 กองร้อยเพื่อดูแลความปลอดภัยบริเวณศาลรัฐธรรมนูญโดยวางกำลังด้านในศูนย์ราชการ 3 กองร้อย และบริเวณโดยรอบอีก 1 กองร้อย ซึ่งช่วงเช้า ยังใช้กำลังเท่าเดิม เพียงแต่เพิ่มมาตรการในการเรียกกำลังเสริมเผื่อกรณีฉุกเฉิน ได้ภายใน 30 นาที และจะสามารถขอกำลังเพิ่มได้อีก 3 กองร้อย รวมทั้งจะสามารถเรียกกำลังเพิ่มอีก 5 กองร้อย ภายใน 1 ชั่วโมง รวมทั้งหมดเป็น 13 กองร้อย สาเหตุที่ต้องเตรียมกำลังจำนวนมากเช่นนี้ เนื่องจากศูนย์ราชการ เป็นสถานที่สำคัญที่มีหน่วยงานราชการหลายหน่วย แม้ว่าทางการข่าว จะประเมินว่าผู้ชุมนุมจะเดินทางมาร่วมไม่มากนัก แต่เพื่อความประมาท เพราะหากคุมไม่อยู่ ก็จะเกิดความเสียหายตามมา
 
          สำหรับการสแกนคนที่จะเข้าพื้นที่ศูนย์ราชการนั้น ทางตำรวจร่วมเจ้าหน้าที่ทหารผ่านศึกที่ดูแลอยู่แล้ว ในการแบ่งกลุ่มคน ตั้งแต่ทางเข้า หากเป็นประชาชนที่เดินทางมาฟังคำวินิจฉัยตามปกติ ก็จะมีการแลกบัตร และให้เข้าไปฟังในพื้นที่ ที่เตรียมไว้ ส่วนผู้ชุมนุมที่มีการถือป้ายรวมตัวชัดเจน ก็จะจัดพื้นที่ข้างนอกให้รวมกลุ่ม แยกกันทั้งฝ่ายสนับสนุน และคัดค้าน แต่ผู้ที่ไม่แสดงตัว หรือคาดว่าจะแอบแฝงมาก่อเหตุปั่นป่วน ก็มีการตรวจค้นอาวุธ สิ่งผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้ก่อเหตุวุ่นวายได้
 
          ขณะที่การดูแลบ้านพักของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในพื้นที่ บก.น.2  มีจำนวน 3 หลัง โดยในพื้นที่ สน.บางซื่อ 1 หลัง และ สน.สุทธิสาร 2 หลัง ได้สั่งการตรวจตราอย่างเข้มงวดทุก 1 ชั่วโมง ต้องมีตำรวจชั้นสัญญาบัตรสับเปลี่ยนตระเวนไปดูความปลอดภัย รวมทั้งมีชั้นประทวนที่อยู่ประจำ และตระเวนไปดูแลอีกชุด ซึ่งทุกพื้นที่ ที่มีบ้านพักของตุลาการศาล ก็จะดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเช่นกัน




กลุ่มมวลชนแท็กซี่เสื้อแดง ทยอยรวมตัวลานพระบรมรูปทรงม้ารอฟังผลศาล รธน.อ่านคำวินิฉัย 

          ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายวิทยุชุมชนปกป้องประชาธิปไตยและความเป็นธรรม โดยมี นายชินวัฒน์ หาบุญพาด ประธานชมรมคลื่นวิทยุคนแท็กซี่ และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยแกนนำที่เป็นสถานีวิทยุชุมชนของคนเสื้อแดงในพื้นที่ จ.นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และภาคอีสานบางส่วน ที่เดินทางมารวมตัวกัน ตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 ก.ค. บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า  พร้อมตั้งเวทีปราศรัย คัดค้านการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ในการวินิจฉัย การดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการล้มล้างระบอบการปกครองหรือไม่ ในวันนี้(13 ก.ค.)ว่า ไม่สามารถทำได้ ซึ่งแกนนำยืนยัน จะปักหลักจนกว่าจะทราบผลวินิจฉัย

          โดยในเช้าวันนี้เริ่มมีมวลชนทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมกันตลอด โดยเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ขณะบางส่วนเริ่มมีการตั้งเต็นท์นำสินค้าออกมาวางขายบริเวณทางเท้าด้วย ส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระจายกำลังรักษาความปลอดภัยจำนวนหนึ่ง พร้อมกับมีการนำแผงเหล็กมากั้น เพื่อป้องกันมวลชน หากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น ขณะที่การจราจรบริเวณโดยรอบ ปริมาณรถยังสามารถเคลื่อนตัวได้ตามสัญญาณไฟจราจรตามปกติ




คุมเข้มศาลรธน.ผู้ชุมุนมปักหลักให้กำลังใจ


          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศก่อนการอ่านคำวินิจฉัยกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ว่าเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 68 หรือไม่ โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมากลุ่มเสื้อหลากสี ประมาณ 200 คน ร่วมกับกองทัพปลดแอกประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจำนวน 100 คน ที่ปักหลักพักค้างคืน เพื่อให้กำลังใจตุลาการในการอ่านคำวินิจฉัย โดยบรรยากาศทั่วไปมีการรวมตัวชูธงชาติพร้อมกับปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียง
 
          ทั้งนี้ด้านการรักษาความทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล จัดกำลังเจ้าหน้าตำรวจ จากกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน(อคฝ.)3 กองร้อยเข้าประการที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนหาข่าว 1 กองร้อย และจัดกำลังเสริมจากตำรวจนครบาลในบริเวณใกล้เคียง 9 กองร้อย เพื่อดูแลความปลอดภัยโดยรอบศาลรัฐธรรมนูญ และได้วางกำลังในจุดต่างๆอีก 8 จุด โดยเฉพาะการตรวจคนเข้า-ออก และการสแกนวัตถุระเบิด รวมถึงยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ของกองตำรวจสื่อสาร ที่ประจำการเพื่อกระจายข่าวสถานการณ์ความเคลื่อนไหวโดยรอบด้วย
 
          อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 09.30 น.ที่ผ่านมา ได้มีหญิงวัยกลางคน มายืนกล่าวโจมตี นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้กลุ่มผู้สนับสนุนศาลรัฐธรรมนูญที่ชุมนุมอยู่ด้านหน้าแสดงความไม่พอใจ จนกรูเข้าหาเพื่อที่จะทำร้าย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันตัวผู้หญิงคนดังกล่าวออกไปจากพื้นที่ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายขึ้น
 
          ขณะที่นาย สมฤทธิ์ ไชยวงค์ โฆษกศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ไม่กังวลว่าจะเกิดปัญหาความวุ่นวายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย โดยเรื่องนี้ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องคอยประเมินสถานการณ์ และเตรียมมาตรการรองรับ ส่วนกระแสข่าวความเป็นไปได้ต่อมติคำวินิจฉัย 4ต่อ4 นั้น ถือว่าไม่มีความเป็นไปได้ เพราะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะต้องหาข้อยุติในที่ประชุมเพื่อให้ได้มติเสียงข้างมาก
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้ง 9 คน ได้ทยอยเดินทางเข้ามายังสำนักงานตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เพื่อปฏิบัติหน้าที่การประชุมลงมติและอ่าคำวินิจฉัย โดยตุลาการแต่ละคนมีสีหน้าเรียบเฉย และไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเกี่ยวกับการลงมติกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ว่าเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 68 หรือไม่ แต่อย่างใด

 

 

 เสื้อแดงลำปาง จับตาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญอยู่ในพื้นที่
 
           นางกอ สุขสวัสดิ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงลำปาง 2548 เปิดเผยว่า แม้กลุ่มคนเสื้อแดงลำปางบางส่วน จะไม่ได้เดินทางไปร่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 13 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 โดยทางกลุ่มคนเสื้อแดงลำปางได้ เตรียมความพร้อมในการติดตามข่าวสารต่างๆและติดตามการถ่ายทอดสดสัญญาณสด การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่บ้านแกนนำ

           ทั้งนี้ นางกอ ยังให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีที่พรรคเพื่อไทยพยายามที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 ว่า เป็นส่วนหนึ่งนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่ผ่านมาว่า หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะเข้าไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ถูกมองว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งการที่ประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยมาบริหารประเทศก็แสดงว่าได้รับฉันทามติให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม หลังจากทราบผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จะไม่เกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงตามที่หลายฝ่ายกังวลอย่างแน่นอน เพราะยังมีทางออกและทางเลือกอื่นอยู่อีกหลายอย่าง