
คุมเข้มหน้าศาลรธน.
ผบก.น.2 เผย เตรียมกำลังทั้งหมด 13 กองร้อย เผื่อเหตุฉุกเฉินบริเวณศาลรัฐธรรมนูญ กลุ่มมวลชนแท็กซี่เสื้อแดง ทยอยรวมตัวลานพระบรมรูปทรงม้ารอฟังผลศาล รธน.อ่านคำวินิฉัย ด้านผู้ชุมนุมคึก ปักหลักให้กำลังใจตุลาการ หญิงกลางคนโผล่ ด่า วสันต์ ม็อบฮือไล่ ตำรวจกันต
วันที่ 13 ก.ค.55 พล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงษ์ ผบก.น.2 กล่าวถึงมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะมีการอ่านคำวินิจฉัยเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ในวันนี้ ว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้จำนวน 4 กองร้อยเพื่อดูแลความปลอดภัยบริเวณศาลรัฐธรรมนูญโดยวางกำลังด้านในศูนย์ราชการ 3 กองร้อย และบริเวณโดยรอบอีก 1 กองร้อย ซึ่งช่วงเช้า ยังใช้กำลังเท่าเดิม เพียงแต่เพิ่มมาตรการในการเรียกกำลังเสริมเผื่อกรณีฉุกเฉิน ได้ภายใน 30 นาที และจะสามารถขอกำลังเพิ่มได้อีก 3 กองร้อย รวมทั้งจะสามารถเรียกกำลังเพิ่มอีก 5 กองร้อย ภายใน 1 ชั่วโมง รวมทั้งหมดเป็น 13 กองร้อย สาเหตุที่ต้องเตรียมกำลังจำนวนมากเช่นนี้ เนื่องจากศูนย์ราชการ เป็นสถานที่สำคัญที่มีหน่วยงานราชการหลายหน่วย แม้ว่าทางการข่าว จะประเมินว่าผู้ชุมนุมจะเดินทางมาร่วมไม่มากนัก แต่เพื่อความประมาท เพราะหากคุมไม่อยู่ ก็จะเกิดความเสียหายตามมา
สำหรับการสแกนคนที่จะเข้าพื้นที่ศูนย์ราชการนั้น ทางตำรวจร่วมเจ้าหน้าที่ทหารผ่านศึกที่ดูแลอยู่แล้ว ในการแบ่งกลุ่มคน ตั้งแต่ทางเข้า หากเป็นประชาชนที่เดินทางมาฟังคำวินิจฉัยตามปกติ ก็จะมีการแลกบัตร และให้เข้าไปฟังในพื้นที่ ที่เตรียมไว้ ส่วนผู้ชุมนุมที่มีการถือป้ายรวมตัวชัดเจน ก็จะจัดพื้นที่ข้างนอกให้รวมกลุ่ม แยกกันทั้งฝ่ายสนับสนุน และคัดค้าน แต่ผู้ที่ไม่แสดงตัว หรือคาดว่าจะแอบแฝงมาก่อเหตุปั่นป่วน ก็มีการตรวจค้นอาวุธ สิ่งผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้ก่อเหตุวุ่นวายได้
ขณะที่การดูแลบ้านพักของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในพื้นที่ บก.น.2 มีจำนวน 3 หลัง โดยในพื้นที่ สน.บางซื่อ 1 หลัง และ สน.สุทธิสาร 2 หลัง ได้สั่งการตรวจตราอย่างเข้มงวดทุก 1 ชั่วโมง ต้องมีตำรวจชั้นสัญญาบัตรสับเปลี่ยนตระเวนไปดูความปลอดภัย รวมทั้งมีชั้นประทวนที่อยู่ประจำ และตระเวนไปดูแลอีกชุด ซึ่งทุกพื้นที่ ที่มีบ้านพักของตุลาการศาล ก็จะดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเช่นกัน
กลุ่มมวลชนแท็กซี่เสื้อแดง ทยอยรวมตัวลานพระบรมรูปทรงม้ารอฟังผลศาล รธน.อ่านคำวินิฉัย
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายวิทยุชุมชนปกป้องประชาธิปไตยและความเป็นธรรม โดยมี นายชินวัฒน์ หาบุญพาด ประธานชมรมคลื่นวิทยุคนแท็กซี่ และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยแกนนำที่เป็นสถานีวิทยุชุมชนของคนเสื้อแดงในพื้นที่ จ.นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และภาคอีสานบางส่วน ที่เดินทางมารวมตัวกัน ตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 ก.ค. บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า พร้อมตั้งเวทีปราศรัย คัดค้านการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ในการวินิจฉัย การดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการล้มล้างระบอบการปกครองหรือไม่ ในวันนี้(13 ก.ค.)ว่า ไม่สามารถทำได้ ซึ่งแกนนำยืนยัน จะปักหลักจนกว่าจะทราบผลวินิจฉัย
โดยในเช้าวันนี้เริ่มมีมวลชนทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมกันตลอด โดยเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ขณะบางส่วนเริ่มมีการตั้งเต็นท์นำสินค้าออกมาวางขายบริเวณทางเท้าด้วย ส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระจายกำลังรักษาความปลอดภัยจำนวนหนึ่ง พร้อมกับมีการนำแผงเหล็กมากั้น เพื่อป้องกันมวลชน หากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น ขณะที่การจราจรบริเวณโดยรอบ ปริมาณรถยังสามารถเคลื่อนตัวได้ตามสัญญาณไฟจราจรตามปกติ
คุมเข้มศาลรธน.ผู้ชุมุนมปักหลักให้กำลังใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศก่อนการอ่านคำวินิจฉัยกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ว่าเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 68 หรือไม่ โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมากลุ่มเสื้อหลากสี ประมาณ 200 คน ร่วมกับกองทัพปลดแอกประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจำนวน 100 คน ที่ปักหลักพักค้างคืน เพื่อให้กำลังใจตุลาการในการอ่านคำวินิจฉัย โดยบรรยากาศทั่วไปมีการรวมตัวชูธงชาติพร้อมกับปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียง
ทั้งนี้ด้านการรักษาความทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล จัดกำลังเจ้าหน้าตำรวจ จากกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน(อคฝ.)3 กองร้อยเข้าประการที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนหาข่าว 1 กองร้อย และจัดกำลังเสริมจากตำรวจนครบาลในบริเวณใกล้เคียง 9 กองร้อย เพื่อดูแลความปลอดภัยโดยรอบศาลรัฐธรรมนูญ และได้วางกำลังในจุดต่างๆอีก 8 จุด โดยเฉพาะการตรวจคนเข้า-ออก และการสแกนวัตถุระเบิด รวมถึงยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ของกองตำรวจสื่อสาร ที่ประจำการเพื่อกระจายข่าวสถานการณ์ความเคลื่อนไหวโดยรอบด้วย
อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 09.30 น.ที่ผ่านมา ได้มีหญิงวัยกลางคน มายืนกล่าวโจมตี นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้กลุ่มผู้สนับสนุนศาลรัฐธรรมนูญที่ชุมนุมอยู่ด้านหน้าแสดงความไม่พอใจ จนกรูเข้าหาเพื่อที่จะทำร้าย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันตัวผู้หญิงคนดังกล่าวออกไปจากพื้นที่ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายขึ้น
ขณะที่นาย สมฤทธิ์ ไชยวงค์ โฆษกศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ไม่กังวลว่าจะเกิดปัญหาความวุ่นวายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย โดยเรื่องนี้ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องคอยประเมินสถานการณ์ และเตรียมมาตรการรองรับ ส่วนกระแสข่าวความเป็นไปได้ต่อมติคำวินิจฉัย 4ต่อ4 นั้น ถือว่าไม่มีความเป็นไปได้ เพราะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะต้องหาข้อยุติในที่ประชุมเพื่อให้ได้มติเสียงข้างมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้ง 9 คน ได้ทยอยเดินทางเข้ามายังสำนักงานตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เพื่อปฏิบัติหน้าที่การประชุมลงมติและอ่าคำวินิจฉัย โดยตุลาการแต่ละคนมีสีหน้าเรียบเฉย และไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเกี่ยวกับการลงมติกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ว่าเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 68 หรือไม่ แต่อย่างใด
เสื้อแดงลำปาง จับตาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญอยู่ในพื้นที่
นางกอ สุขสวัสดิ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงลำปาง 2548 เปิดเผยว่า แม้กลุ่มคนเสื้อแดงลำปางบางส่วน จะไม่ได้เดินทางไปร่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 13 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 โดยทางกลุ่มคนเสื้อแดงลำปางได้ เตรียมความพร้อมในการติดตามข่าวสารต่างๆและติดตามการถ่ายทอดสดสัญญาณสด การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่บ้านแกนนำ
ทั้งนี้ นางกอ ยังให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีที่พรรคเพื่อไทยพยายามที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 ว่า เป็นส่วนหนึ่งนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่ผ่านมาว่า หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะเข้าไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ถูกมองว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งการที่ประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยมาบริหารประเทศก็แสดงว่าได้รับฉันทามติให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม หลังจากทราบผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จะไม่เกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงตามที่หลายฝ่ายกังวลอย่างแน่นอน เพราะยังมีทางออกและทางเลือกอื่นอยู่อีกหลายอย่าง



