
แย้มตัดสินแก้รธน.ไม่ถึงขั้นยุบพรรค
“วสันต์”เผยเขียนคำวินิจฉัยส่วนตนเสร็จแล้ว เปรยไม่รู้หวยศุกร์ 13 เป็นอย่างไร คาดคำวินิจฉัยไม่ถึงขั้นยุบพรรค แค่สั่งให้หยุดการกระทำเท่านั้น "นักวิชาการ"เสนอปฏิรูปศาลรธน.ให้ยึดโยงปชต.
ก่อนที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้นัดอ่านคำวินิจฉัยในคำร้องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ว่าเป็นการล้มล้างการปกครองตามมาตรา 68 หรือไม่ ในวันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคมนี้ นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ในช่วงเย็นวันที่ 12 ก.ค.ว่า ได้เขียนคำวินิจฉัยส่วนตัวเสร็จแล้ว และในการประชุมคณะตุลาการในวันที่ 13 กรกฎาคม ก่อนการแถลงด้วยวาจาและลงมติคดีแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะมีการพิจารณาคำร้องที่กลุ่มพันธมิตรขอให้ศาลเลื่อนการวินิจฉัยคดีนี้ออกไปก่อน แต่จะไม่มีการพิจารณากรณีที่มีการเรียกร้องให้ตุลาการบางคนถอนตัวออกจากการเป็นองค์คณะ เพราะที่ประชุมเคยมีการพิจารณาเป็นที่ยุติไปแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องนำมาพิจารณาอีก
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มติจะออกมามีโอกาสเท่ากัน 4 ต่อ 4 หรือไม่ นายวสันต์กล่าวติดตลกว่า “เลขหวยวันจันทร์นี่”
แหล่งข่าวจากศาลรัฐธรรมนูญเปิดเผยว่า การพิจารณาวินิจฉัยของศาลน่าจะดูเฉพาะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น ไม่น่าจะมองไปถึงพฤติการณ์ล้มล้างสถาบัน ที่ฝ่ายผู้ร้องพยายามนำเสนอมา แล้วนำมาวินิจฉัยด้วย ซึ่งเชื่อว่าไม่น่าถึงขั้นจะต้องสั่งยุบพรรค และคำวินิจฉัยของศาลคาดว่าไม่มีการบอกว่าวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ถูกต้องต้องทำอย่างไร เพราะศาลไม่มีอำนาจ แต่ในคำวินิจฉัยจะอธิบายให้เข้าใจได้ว่า ถ้าจะมีการแก้รัฐธรรมนูญควรเป็นอย่างไร
"นักวิชาการ"เสนอปฏิรูปศาลรธน.ให้ยึดโยงปชต.
นายศิโรฒม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ กล่าวในรายการ "คม ชัด ลึก" ทางสถานีโทรทัศน์ เนชั่นชาแนล ตอน "ศุกร์ 13 .. อาถรรพ์ยุบพรรครอบ 3?"ว่า เรื่องครั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญทำให้เกิดอำนาจในการตีความว่าศาลสามารถเข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร และในอนาคตศาลก็ต้องรับภาระทางการเมือง โดยหลักการองค์กรศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรทางการเมืองและต้องยืนบนหลักการให้ชัดเจน แต่ในบ้านเราทำให้ศาลรัฐธรรมนูญทำให้เป็นศาลยุติธรรมที่มีความเข้าใจในการวินิจฉัยคดีที่มีความซับซ้อน ทั้งๆที่เป็นองค์กรที่เกิดใหม่ ศาล รธน. มีหน้าที่พิทักษ์รัฐธรรมูญ แต่ไม่ใช่เจ้าของรัฐธรรมนูญ
นายศิโรฒม์ กล่าวว่า ตนคิดว่าคงไม่มีการยุบพรรคเพื่อไทย ถึงยุบไปก็ไม่ได้ประโยชน์ สุดท้ายจะจบแบบไทยๆคือ เป็นไปในทางที่ยอมรับได้สองฝ่ายแต่ไม่ยืนบนหลักการ โดยอุดมคติของการตั้งศาลรัฐธรรมนูญต้องไม่ยึดโยงกับการเมือง แต่ต้องยึดโยงบรรทัดฐานที่บริสุทธิ์ แต่หากตัดสินโดยดูผลทางการเมืองก็คงจะมีปัญหาแต่ความเป็นจริงมักจะตัดสินโดยมีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องจริง เช่นที่อียิปต์ ก็ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมา ส่วนบ้านเรายังไม่มีความพร้อม บ้านเราศาลรัฐธรรมนูญมาจากศาลยุติธรรม แล้วเราจะอยู่อย่างไรเมื่อเราตีความให้ศาลรัฐธรรมนูญเข้ามายุ่งทางการเมืองได้ขนาดนี้ ทำอย่างไรจึงจะปฏิรูปให้ยึดโยงกับประชาธิปไตยมากกว่านี้
นายศิโรฒม์กล่าวต่อว่า หากมองการเมืองประธานสภาไม่ควรเข้ากระบวนการแต่ต้น เมื่อเข้ามาก็เป็นการยอมรับแต่ต้น และทำให้หลักการเสียไป ศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่ศาล แต่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ แต่รัฐสภาเป็นตัวแทนของอำนาจอธิปไตย เราต้องมาคิดว่าทำอย่างไรเราจะควบคุมการใช้อำนาจและเกิดการตรวจสอบ สภาควรจะไม่ยอมรับว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่เสียงสุดท้ายที่จะตีความรัฐธรรมนูญ
"วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญทำให้สังคมเสียโอกาสในการปฏิรูปตัวเอง"นายศิโรฒม์กล่าว



