
'หน่อคำ'สารภาพยิงเรือจีนแม่โขง
หน่อคำสารภาพสิ้นก่อเหตุยิงเรือสินค้าจีนในแม่น้ำโขง ขณะที่ผู้นำหมายเลข 4 ของจากแดนมังกรรุดติดตามคดีในไทย และตรวจดูที่เกิดเหตุ ที่ท่าเรือเชียงแสน จ.เชียงราย ด้านรอง ผบ.ตร.เผยออกหมายจับ"ลุงหนวด"ผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำเพิ่มแล้ว
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ก.ค. คณะผู้นำระดับสูงจากประเทศจีนนำโดยนายหมิง เจียนซู รัฐมนตรีประจำสภาประชาชนแห่งชาติจีน ได้นำคณะเดินทางไปดูความคืบหน้าในคดีกองกำลังติดอาวุธ ได้ปล้นเรือสินค้าในแม่น้ำโขงสัญชาติจีนจำนวน 2 ลำคือเรือ Hua Ping ซึ่งเคยใช้บรรทุกกระเทียมและแอปเปิ้ล และเรือ Yu Xing 8 Hao ซึ่งเคยใช้บรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง จนทำให้ลูกเรือจีนเสียชีวิต 13 ศพเหตุเกิดวันที่ 5 ต.ค.2554 ที่ผ่านมา บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านสามพู ประเทศพม่า ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน ประมาณ 20 กิโลเมตร และปัจจุบันมีการดำเนินคดีกับทหารไทยจากกองกำลังผาเมือง จำนวน 9 นาย ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และปิดบังซ่อนเร้นศพ นอกจากนี้ก่อนหน้านี้ เมื่อต้นเดือน พ.ค.ทางการจีนได้จับกุมตัวนายจาย หน่อคำ หัวหน้ากองกำลังติดอาวุธในแม่น้ำโขงขณะหลบหนีในฝั่ง สปป.ลาว แล้ว
ครั้งนี้ทาง พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.พล.ท.ชัยณรงค์ ธนาคุณ แม่ทัพภาคที่ 3 พล.ต.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.ภาค 5 นำคณะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงชายแดนไทย-สปป.ลาว-พม่า รวมทั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดในแม่น้ำโขง (ศปปข.)ซึ่งทางการไทยตั้งเป็น ศปปข.ส่วนหน้าอยู่ที่ท่าเรือเชียงแสนตามข้อตกลงไทย-จีน ให้การต้อนรับ และพานายหมิงและคณะไปดูสถานที่พบเรือครั้งแรกที่ริมฝั่งบ้านสบรวก ม.1 ต.เวียง อ.เชียงแสน ก่อนจะไปดูสภาพเรือที่จอดเป็นหลักฐานของคดีที่ท่าเรือเชียงแสน และไปดู ศปปข.ส่วนหน้าก่อนเดินทางกลับ
ทั้งนี้ นายหมิงและคณะใช้เวลาในการดูสถานที่เกิดเหตุและเรือสินค้านานร่วม 1-2 ชั่วโมงอย่างละเอียด โดยเฉพาะบนเรือซึ่งยังมีร่องรอยการถูกยิงและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ อยู่ครบถ้วน รวมทั้งนายหมิงได้พยายามสอบถามรายละเอียดและดูจุดที่สนใจหลายจุด โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ทั้งตำรวจ ทหาร ตำรวจตระเวณชายแดน ตำรวจน้ำ หน่วยเรือรักษาความสงบในแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย ฯลฯ ให้การคุ้มกันอย่างเข้มงวดโดยกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 นำเฮลิคอปเตอร์คุ้มกันตลอดการเดินทางด้วย
นายหมิง เจียนซู กล่าวว่า สามเหลี่ยมทองคำเป็นแหล่งผลิตและกระจายยาเสพติดไปทั่วโลกเพราะเป็นรอยต่อสามประเทศ จึงมีความซับซ้อนในการป้องกันและปราบปรามปัญหาดังกล่าว ดังนั้นเราจึงสมควรต้องร่วมมือกันในการป้องกันและปราบปรามกลุ่มอาชญากรรมเหล่านี้ให้หมดสิ้นไป
ด้าน พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวว่า ความคืบหน้าในคดีนั้นในปัจจุบันคดีอยู่ในขั้นอัยการสูงสุดโดยมีทางตำรวจคณะทำงานร่วม โดยผลการสอบสวนขณะนี้คืบหน้าไปได้เกือบ 90% แล้ว ทั้งการสอบสวนในส่วนของคนในประเทศไทยและการสืบสวน ตรวจสอบหลักฐานต่างๆ โดยคงเหลือเพียงผลการสอบปากคำญาติของผู้เสียชีวิตในประเทศจีนและเจ้าของเรือสินค้าทั้ง 2 ลำ ซึ่งก่อนหน้านี้คณะจากประเทศไทยได้เดินทางไปสอบปากคำครั้งหนึ่งแล้วและรอทางการจีนรวบรวมข้อมูลให้อยู่ ส่วนหลักฐานอื่นๆ ค่อนข้างครบถ้วน
สำหรับกรณีทางการจีนจับกุมตัวนายจายหน่อคำได้นั้น ทราบว่านายจายหน่อคำให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง และทางพนักงานสอบสวนและทางการจีนได้ประสานงานกันแล้วเพื่อให้ทางคณะของไทย ให้เดินทางไปสอบปากคำไปพร้อมๆกัน กับการเดินทางไปเอาผลการสอบปากคำญาติและเจ้าของเรือที่ประเทศจีนต่อไป นอกจากนี้ในปัจจุบันศาล จ.เชียงราย ได้ออกหมายจับนายโอฬาร หรือ จำรัส หรือลุงหนวด สมพงษ์พันธ์ เพราะเป็นตัวประสานงานในการก่อเหตุแล้ว ทั้งนี้ในภาพรวมแล้วทางการจีนพอใจกับความคืบหน้าดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จเพื่อการพิจารณาส่งฟ้องศาลในอนาคตต่อไป



