ข่าว

น้ำท่วม!กทม.อ้างฝนหนักระบายไม่ทัน

น้ำท่วม!กทม.อ้างฝนหนักระบายไม่ทัน

12 ก.ค. 2555

กทม.อ้างฝนหนักระบายไม่ทันทำน้ำท่วมกรุง ขณะที่ปภ.ระนองเตือนดินถล่มน้ำป่าไหลหลาก ด้านแม่สอด ฝนตกหนักทำดินริมฝั่งแม่น้ำเมยถูกกัดเซาะ ส่วนชาวกรุงเก่าร้องตลิ่งทรุด สำนักพุทธฯเตือนวัดดีดหนีน้ำระวังพัง

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 12 ก.ค. 55  นายวสันต์ มีวงษ์ โฆษก กทม. กล่าวว่า จากเหตุการณ์ฝนตกหนักและต่อเนื่องใน กทม.ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ขอยืนยันว่า ปัญหาไม่ได้เกิดจากการขุดลอกคูคลองท่อระบายน้ำที่ระบายช้า แต่เนื่องจากปริมาณน้ำฝนมากเกิน ประกอบกับมีฝนตกต่อเนื่อง จึงทำให้ระบายน้ำไม่ทัน นอกจากนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.ได้สั่งการให้สำนักงานเขต จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ เอกมัย ทองหล่อ สุขุมวิท และพื้นที่ที่ยังดำเนินการลอกท่อระบายน้ำไม่เสร็จ หากเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ สามารถขอสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของสำนักการระบายน้ำเพิ่มเติมได้ 

          นายวสันต์ กล่าวว่า ส่วนภาพรวมการล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ในความรับผิดชอบของสำนักการระบายน้ำจำนวน 362 เส้นทาง ความยาว 1,022 กิโลเมตร แล้วเสร็จ 304 เส้นทาง จำนวน 846 กิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 83 ในส่วนด้านความรับผิดชอบสำนักงานเขต ความยาวรวม 4,418.34 กิโลเมตร แล้วเสร็จ 2,813 กิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 63 ขณะที่กรมราชทัณฑ์ ซึ่งรับมอบหมายโดยตรงจากรัฐบาล ความยาวรวม 3,500 กิโลเมตร แล้วเสร็จ 2,722 กิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 77 ขณะที่การขุดลอกคูคลอง ใน 18 เขตเร่งด่วนพิเศษสีฟ้า มีความคืบหน้าแล้ว ร้อยละ 82.45 ส่วนใน 12 เขตเร่งด่วนสีส้ม คืบหน้าแล้ว ร้อยละ 55 ขณะที่การขุดลอกคลองทุกหน่วยงานในพื้นที่ กทม.คืบหน้า ร้อยละ 68 ส่วนการล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ทุกหน่วยงานคืบหน้า ร้อยละ 70

 

ปภ.ระนอง เตือนระวังดินเลื่อนไหลน้ำป่าไหลหลาก

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ได้เกิดฝนตกตกหนัก ในเขตพื้นที่ จ.ระนอง มาตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. ที่ผ่านมา ปรากฏว่า ได้ส่งผลให้เกิดดินเลื่อนไหลในหลายพื้นที่กว่า 20 จุด ทั้งในเขตพื้นที่ อ.ละอุ่น , อ.กระบุรี , อ.กะเปอร์ และ อ.สุขสำราญ โดยส่วนใหญ่เป็นดินเลื่อนไหลขนาดย่อมในหมู่บ้านซึ่งตั้งอยู่เชิงเขา

          นางสำเนียง มณีรัตน์ รักษาการ หน.สนง.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า จากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ยังมีกำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย ส่งผลให้พื้นที่ จ.ระนอง มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ 8 ก.ค. ที่ผ่านมา และยังตกต่อเนื่องถึงปัจจุบัน คาดว่าลักษณะเช่นนี้จะส่งผลต่อเนื่องในเขตพื้นที่ จ.ระนอง อีกระยะ ทาง ปภ.จึงประสานทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งพบว่า จ.ระนอง มีพื้นที่เสี่ยงภัยหลายจุดเสี่ยงที่จะเกิดดินเลื่อนไหล น้ำป่าไหลหลาก ทาง ปภ.ระนอง จึงขอให้หน่วยงานเกี่ยวข้องได้เร่งออกประกาศแจ้งเตือนให้หมู่บ้านในเขตพื้นที่ จ.ระนอง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่ม และน้ำป่าไหลหลาก เฝ้าระวังและพร้อมอพยพ และจากการที่ได้เกิดฝนตกหนักลงมาอย่างต่อเนื่องในเขตพื้นที่จังหวัดระนองในระยะนี้ ทำให้ดินอยู่ในสภาพที่อุ้มน้ำและมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดดินเลื่อนไหล หรือดินโคลนถล่ม ประกอบกับ จ.ระนอง มีลักษณะสภาพทางภูมิศาสตร์พื้นที่กว่า 65% เป็นเนินสูง ดังนั้นเพื่อความไม่ประมาทและเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ส่วนชาวเรือให้งดเดินเรือในระยะนี้

          สำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่มใน จ.ระนอง ใน 5 อำเภอ 27 ตำบล 84 หมู่บ้าน ประกอบด้วย

          อ.เมืองระนอง มี 25 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านราชกรูด , ห้วยน้ำใส , นกงาง , ห้วยปลิง , ท่าฉาง , บ้านล่าง , หาดทรายดำ , บ้านบางกลาง , บางริ้น , บ้านพรรั้ง , แพใหม่ , มิตรภาพ , หินช้าง , เขานางหงส์ , บางนอนใน , ระนองธานี , บางนอนนอก , ทุ่งคา , บ้างสังข์ตี , หาดส้มแป้น , ทรายแดง , หินดาด , น้ำตก , บางสีกิ้ม , เกาะพยาม

          อ.กะเปอร์ 8 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านกงษี , หินขาว , คอกช้าง , ทองหลาง , บ้านแพรกซ้าย , ทองหลางล่าง , ทรัพย์สมบูรณ์ , ตะเคียนงาม

          อ.ละอุ่น 18 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านแก่นจันทร์ , วัดควร , บางแกะ , นายาว , บางสังโต้ง , ปากแพรก , บ้านกลาง , บ้านบางนา , คอกช้าง , บางใหญ่ , ระวิ , บางแก้วน้อย , ทุ่งตาพล , พรุตาโรย , คอกช้าง (ในวงเหนือ) , หมอลำ , บุรีรัมย์ , ทับเหนือ

          อ.สุขสำราญ 6 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านนาพรุ , ฝ่ายท่า , ไร่ใน , ทะเลนอก , บ้านเหนือ , ภูเขาทอง

          อ.กระบุรี 27 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านปลายคลอง , บกกราย , หินใหญ่ , น้ำแดงใน , ปากคลองสวัสดิ์ , คลองวัน , นาน้อย , ปากจั่น , เกาะกลาง , คลองเงิน , หาดตุ่น , ปากคลองวัน , หลุดพอล่าง , ลำเลียง , ลำเลียงใน , สองแพรก , สองแพรกขวา , บางนา , ห้วยไทรงาม , หินซอง , นิคมผัง 3 , นิคมผัง 4 , รังแตน , คลองจั่นพัฒนา , ในกรัง , รังแตนใต้ , บางใหญ่ล่าง

 

ฝนตกหนักในพื้นที่แม่สอด จ.ตาก ทำดินริมฝั่งแม่น้ำเมยถูกกัดเซาะ

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ว่า ฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้ ส่งผลให้ผืนดินริมฝั่งแม่น้ำเมย บริเวณหน้าวัดห้วยมหาวงศ์ บ้านแม่โกนเกน เริ่มถูกน้ำกัดเซาะ ทำให้ริมฝั่งพังลงไป เป็นแนวยาว ซึ่งชาวบ้านแม่โกนเกน ต่างวิตกว่า หากทางการไม่รีบสร้างพนังกั้นดินพัง จะทำให้น้ำเมยกัดเซาะฝั่งและได้รับความเสียหายมากกว่านี้ และอาจจะทำให้มีปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่า เพราะก่อนหน้านี้ฝ่ายพม่าได้นำธงชาติไปปักไว้บริเวณหาดทรายบ้านแม่โกนเกน เนื่องจากแผ่นดินในฝั่งพม่าถูกน้ำกัดเซาะ จนทำให้ผืนดินที่ติดต่อกับฝั่งพม่าถูกตัดไปเป็นเกาะกลางแม่น้ำเมย ติดแนบกับฝั่งไทย ขณะที่ฝ่ายไทยได้ประท้วงฝ่ายพม่าไป เพื่อไม่ให้นำธงชาติไปปักแสดงความเป็นเจ้าของ

 

ชาวกรุงเก่าร้องตลิ่งทรุดบ้านพัง - สำนักพุทธฯเตือนวัดดีดหนีน้ำระวังผู้รับเหมาชุ่ย

 

          นายวินัย ยินดีวิทย์ ผู้ได้รับผลกระทบจากการทรุดตัวของตลิ่งริมแม่น้ำป่าสัก ม.11 ต.ศาลาลอย อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยชาวบ้านได้เดินทางไปดูสภาพของเขื่อนคอนกรีตป้องกันการทรุดตัวของตลิ่งริมแม่น้ำ ข้างวัดศาลาลอย ซึ่งก่อนหน้านี้มีการพังทลายของดินเป็นระยะทางยาว 300 เมตร และทางกระทรวงคมนาคมและเจ้าท่าได้ทำการสร้างขึ้น เพิ่งเสร็จได้ไม่นานเมื่อเดือน ก.พ.55 ที่ผ่านมา ปรากฏว่า ขณะนี้ได้เกิดการทรุดตัวของเขื่อน พบว่ามีรอยแตกร้าวบริเวณสันเขื่อนและโครงการเอียง โดยมีการสไลด์ตัวของดินด้านหน้าลงไปในแม่น้ำอีก

          นายวินัย กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นบ้านของตนได้รับผลกระทบ พังทลายลงไปในแม่น้ำ และยังมีบ้านข้างเคียงอีกกว่า 10 หลัง ได้รับความเดือดร้อน ทางกรมเจ้าท่าและกระทรวงคมนาคม ได้มาสำรวจและดำเนินการสร้างเขื่อนคอนกรีตให้ แต่ปรากฏว่า ได้เกิดรอยร้าวและทรุดตัวอย่างต่อเนื่อง เกรงว่าอีกไม่นานจะพังลงไปในแม่น้ำ จึงอยากที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำการตรวจสอบและหาทางป้องกัน หรือซ่อมแซมโดยเร็ว ก่อนที่จะเกิดการทรุดตัวมากกว่านี้

          ขณะที่ พระครูวัชราภรณ์ธรรมคุณ เจ้าอาวาสวัดบางกะจะ ม.4 ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายละเอียด เกศรินทร์ ผญบ. ม.4 ได้เผยภาพการพังทลายของปล่องและตัวฌาปนสถานหรือเมรุของวัดที่หักโค่นลงมาเมื่อเวลา 15.25 น. วันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา

          พระครูวัชราภรณ์ธรรมคุณ เปิดเผยว่า หลังจากที่ทางวัดประสบภัยน้ำท่วมอย่างหนักมาแทบทุกปี ทำให้เห็นว่าฌาปนสถานหรือเมรุของวัดที่สร้างมานานกว่า 30 ปี มีสภาพทรุดโทรม จึงได้จ้างผู้รับเหมามาทำการซ่อมแซมเป็นเงิน 5 แสนบาท โดยถือโอกาสให้เคลื่อนย้ายตัวอาคารทั้งหลังขยับจากที่เดิมถอยไปทางด้านหลังอีก 39 เมตร โดยเริ่มขยับมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา จนกระทั่งเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 10 ก.ค. ปรากฏว่า เมื่อถอยถึงจุดที่กำหนดสุดท้ายพอดี อาคารมีอาการเอียง จากนั้นภายใน 2 นาที ก็เกิดการทรุดตัว ปล่องเมรุโค่นลงมา โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บ ซึ่งทางผู้รับเหมายินดีที่จะช่วยเหลือซ่อมแซมให้บางส่วน เนื่องจากเป็นอุบัติเหตุ ทางวัดจึงต้องรับผิดชอบเอง

          นายปัทวี สากะโทก อายุ 23 ปี ผู้รับเหมาและควบคุมดูแล เปิดเผยว่า ได้รับงานจากทางวัดในการขยับตัวฌาปนสถาน ออกไปทางด้านหลัง โดยคาดว่าจะใช้เวลา 2 อาทิตย์ โดยใช้คนงานประมาณ 12 คน ทำการเคลื่อนย้ายด้วยการวางรางแล้วใช้ไฮโดรลิกดึงไปทางด้านหลัง ปรากฏว่าเมื่อถึงจุดสุดท้าย เกิดตกรางทำให้อาคารเอียงไปทางขวา แล้วเกิดทรุดตัวลง ทำให้ส่วนด้านหน้าเสียหายทั้งหมด ซึ่งตนจะช่วยเหลือซ่อมแซมให้ แต่ก็คงไม่ทั้งหมด 

          นายวรเดช ช่างบุ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนได้จ่ายเงินช่วยเหลือน้ำท่วมไปตามวัดต่าง ๆ นับร้อยแห่งเป็นที่เรียบร้อย และพบว่ามีหลายวัดที่ส่วนใหญ่ประสบภัยน้ำท่วม และอยากที่จะดีดอาคารให้สูง ซึ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุมาหลายแห่ง จึงอยากที่จะเตือน ให้ดูผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์และมืออาชีพ ซึ่งการต่อเติม หรือดีดอาคารต่าง ๆ เป็นอำนาจของทางวัด ตนจะดูแลในเรื่องที่ผู้รับเหมาไม่รับผิดชอบเท่านั้น