
โฆษกศาลรธน.ยันไม่มีตุลาการถอนตัว
โฆษกศาล รธน. เผย คำแถลงปิดคดีถึงมือตุลาการฯครบแล้ว ยันไม่มีตุลาการถอนตัว
12 ก.ค.55 นายสมฤทธิ์ ไชยวงศ์ โฆษกศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ขณะนี้สำนักคดีที่ 5 ได้จัดส่งถ้อยคำแถลงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษรของฝ่ายผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ให้กับคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 8 คน ครบถ้วนแล้ว โดยตุลาการมีทั้งรอรับเอกสารด้วยตนเองและให้จัดส่งไปที่บ้านพัก ซึ่งถ้อยคำแถลงปิดคดีทั้งหมดจะนำไปประกอบการเขียนคำวินิจฉัยคดีส่วนตน ของคณะตุลาการ โดยในวันพรุ่งนี้ 13 ก.ค. จะมีการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในช่วงเช้าก่อน เพื่อแถลงคำวินิจฉัยส่วนตัวและลงมติ จากนั้นจะทำคำวินิจฉัยกลางและนัดอ่านคำวินิจฉัยในเวลา 14.00 น. ทั้งนี้ยืนยันไม่มีตุลาการคนใดถอนตัว แม้มีแรงกดดันจากการพิจารณาก็ตาม เพราะเชื่อว่าจะยึดตามหลักกฎหมายและนิติธรรม
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้แม้ไม่มีการประชุม แต่ตุลาการยังเดินทางมาตามปกติเพื่อเขียนคำวินิจฉัย โดยนายชัช ชลวร ตุลาการคนหนึ่งที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าจะยกคำร้องในคดีนี้ เนื่องจากเป็นตุลาการ 1 ใน 7 เสียง ที่ไม่รับคำร้องพิจารณาแต่แรก ก็เดินทางมาด้วยแต่ปฏิเสธที่ให้ความเห็นกับผู้สื่อข่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศที่ศาลรัฐธรรมนูญก่อนจะมีการนัดอ่านคำวินิจฉัยกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 291 เข้าข่ายการล้มล้างการปกครองตามมาตรา68 หรือไม่ ซึ่งบรรยากาศโดยทั่วไปยังคงเป็นปกติ โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากในพื้นที่และชุดควบคุมฝูงชน ประมาณ 3 กองร้อยเข้าประจำการ เพื่อรักษาความปลอดภัยสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแล้ว โดยทยอยเดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้า และจะมีการสนธิกำลัง ก่อนที่จะมีการซักซ้อมตามแผนปฏิบัติการในช่วงบ่ายเวลาประมาณ 13.30 น. ซึ่งทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ประสานกับทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญไว้แล้วในก่อนหน้านี้ตามคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขณะที่บรรยากาศด้านหน้าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่ได้นำแผงรั้วเหล็กมากั้นบริเวณทางเข้าของศาลรัฐธรรมนูญ และไม่อนุญาตให้นำรถมาจอดภายในรั้วเหล็ก อีกทั้งไม่อนุญาตให้กลุ่มต่างๆ ชุมนุมในพื้นที่ดังกล่าว
"มาร์ค"เตือนสติทุกฝ่าย หยุดชี้นำศาล ให้ทำหน้าที่อิสระเที่ยงธรรม
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ระบุว่า อยากให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินโดยใช้หลักรัฐศาสตร์ กรณีคำร้องร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เข้าข่ายล้มล้างการปกครองว่า ศาลจะเป็นผู้ทราบดีที่สุด ว่าการทำหน้าที่ต้องเที่ยงธรรมตรงไปตรงมา ยึดหลักข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ตนจำได้ว่าคดีซุกหุ้นภาค 1 ก็เรียกร้องกันแบบนี้
“สุดท้ายกลายเป็นต้นเหตุ ซึ่งเป็นที่มาของวิกฤตตามที่ คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและ ค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) สรุป จะทำผิดซ้ำสองหรืออย่างไร อีกทั้งก่อนหน้านี้ก็มีการเรียกร้องให้ศาล ยึดหลักนิติศาสตร์อย่าใช้หลักรัฐศาสตร์ เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายในและนอกสภา ผมจึงคิดว่าดีที่สุดไม่ต้องวิจารณ์ในเรื่องเนื้อหาของคดี เพราะทั้งสองฝ่ายได้รับโอกาส ในการไต่สวนเต็มที่แล้ว วันนี้เป็นหน้าที่ของศาลและสังคม ที่จะต้องช่วยกันผดุงรักษาความยุติธรรมและระบบของศาล ให้ทุกฝ่ายรู้หน้าที่ของตัวเอง ไม่ใช่ว่าต่อไปนี้ประชาชนตัดสินข้อกฎหมายตามใจชอบ ถูกใจก็ยอมรับ ไม่ถูกใจก็ยกพวกสร้างความวุ่นวายถ้าเป็นอย่างนี้ก็เหมือนกับบ้านเมืองไม่มีกฎหมายอยู่” ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าว
ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวต่อว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลปรามคนของตัวเอง ที่ออกมาข่มขู่ศาล รวมถึงการระบุว่าจะมีการจับกุมตัวศาล เพราะเป็นสิ่งที่เกินขอบเขตของกฎหมาย ขอตั้งคำถามว่ารัฐบาลไปอยู่ที่ไหน รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงอยู่ที่ไหน ต้องมาดูแลไม่ให้เกิดสิ่งเหล่านี้
“การจะไปใช้สิทธิแจ้งความดำเนินคดีกับตุลาการ ทำได้ตามกฎหมาย แต่ไปจับตุลาการเองไม่ได้ วันนี้ต้องถามนายกรัฐมนตรี และรองนายกรับมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ว่าจะดำเนินการอย่างไรกับคนที่พูดอย่างนี้ การที่นายก่อแก้วระบุว่าจะนำไปสู่สงครามกลางเมือง ผมก็ไม่ทราบว่าฝ่ายพรรคเพื่อไทย ต้องการให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองทำไม นายกฯพูดเองว่าบ้านเมืองมีปัญหามากทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ และปัญหาอื่นแต่แทนที่จะแก้ไขกลับเป็นคนซ้ำเติมปัญหาให้รุนแรงขึ้น และรัฐบาลก็ยอมรับว่าเป็นเนื้อเดียวกับเสื้อแดง เพราะฉะนั้นต้องดูแลหยุดยั้งไม่ให้เกิดการกระทำ ที่จะเป็นปัญหาต่อสังคม การขู่ไปจับคนอื่นไม่ใช่การเคลื่อนไหวที่อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายแล้ว แต่ถ้าไม่มีการดำเนินการอะไร ฝ่ายอื่นทำบ้างจะเป็นอย่างไรก็วุ่นวายกันหมดทั้งเมือง การปลุกประชาชนให้ล่ำลาลูกเมีย ต้องถามนายกฯว่าสนับสนุนใช่ไหมวิธีการแบบนี้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่ออีกว่า อยากให้ประชาชนได้รับฟังข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย เพราะในวันที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน แล้วถูกใจแกนนำเสื้อแดงก็ไม่เห็นมีการวิจารณ์ แต่พอคิดว่าผลจะออกมาไม่เป็นที่พอใจก็กดดันศาล ต่อไปถ้าศาลต้องตัดสินคดีตามความถูกใจของคนเสื้อแดงและรัฐบาล ก็ไม่เรียกว่าระบบยุติธรรมแล้ว
"หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าเศรษฐกิจอาจได้รับผลกระทบ จากความวุ่นวาย รัฐบาลควรถอนทุกเรื่องที่เป็นปัญหาออกไป เพราะรัฐบาลเป็นต้นเรื่องที่นำปัญหาเข้ามาไม่ใช่ฝ่ายอื่น ไปทำในสิ่งที่หมิ่นเหม่ ต่อการทำผิดกฎหมายแล้วจะมาเรียกร้อง ไม่ให้คนอื่นคัดค้านเพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์คงไม่ได้ ทั้งนี้ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการแบ่งแยกอำนาจและเคารพซึ่งกันและกัน เพราะระบอบประชาธิปไตยมีศาลไว้ตัดสิน ถูก ผิด ตามกฎหมาย มีรัฐบาลผลักดันนโยบายโดยใช้เสียงข้างมากต้องเคารพซึ่งกันและกัน" นายอภิสิทธิ์ กล่าว



