ข่าว

 เตือน'ผักอาบสารพิษ'เกลื่อนห้าง..ไฮโซ

เตือน'ผักอาบสารพิษ'เกลื่อนห้าง..ไฮโซ

12 ก.ค. 2555

เตือน'ผักอาบสารพิษ'เกลื่อนห้าง..ไฮโซ : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

             ในช่วงปี 2553 "คม ชัด ลึก" นำเสนอรายงานเชิงลึกเกี่ยวกับกลุ่มธุรกิจค้ายาฆ่าแมลงข้ามชาติ ซึ่งพยายามยื่นเรื่องขอขึ้นทะเบียนนำเข้าสารเคมีฆ่าแมลงพิษร้ายแรงที่หลายประเทศทั่วโลกห้ามใช้ 4 ชนิด คือ คาร์โบฟูราน, เมโทมิล, ไดโครโตฟอส และ อีพีเอ็น แต่ประเทศไทยนำเข้าสารพิษเหล่านี้ประมาณปีละ 7 ล้านกิโลกรัม รวมมูลค่ากว่า 550 ล้านบาท
 
                ขณะที่เครือข่ายเกษตรกรและนักวิชาการพยายามเคลื่อนไหวกดดันไม่ให้กรมวิชาการเกษตรขึ้นทะเบียนสารเคมี 4 ชนิดข้างต้น เนื่องจากผลสำรวจผักหลายชนิดพบว่า มีสารพิษตกค้างถึง 20-45 เท่า ล่าสุดวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thailand Pesticide Alert Network: Thai-PAN) แถลงผลสุ่มสำรวจผัก 7 ชนิดที่วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตระดับไฮเอนด์และระดับกลาง เมื่อเดือนมีนาคม 2555 มาเปิดเผยและตีพิมพ์ในวารสารฉลาดซื้อ
 
                ผลสำรวจพบสารเคมีกำจัดศัตรูพืชหรือยาฆ่าแมลงตกค้างในผัก 4 ชนิด คือ ถั่วฝักยาว คะน้า ผักชี และพริกจินดา ส่วนที่เหลือ 3 ชนิด ไม่พบยาฆ่าแมลงตกค้าง คือ กะหล่ำปี ผักกาดขาว และ ผักบุ้งจีน โดยถั่วฝักยาวเป็นผักที่พบสารเคมีพิษร้ายแรงถึง 2 ชนิดด้วยกัน คือ คาร์โบฟูราน 0.07 มก./กก. และเมโทมิล 0.08 มก./กก. ซึ่งสารพิษทั้ง 2 ตัวนั้น แม้จะไม่เกินมาตรฐานที่ไทยกำหนดไว้ 0.1 มก./กก. และ 1 มก./กก. แต่หากเปรียบเทียบกับมาตรฐานสากลของสหภาพยุโรป ที่กำหนดให้ทั้ง 2 ตัวไม่เกิน 0.02 มก./กก.นั้น แสดงว่าผักที่วางขายในซูเปอร์ชื่อดังมีสารพิษตกค้างเกินถึง 3-4 เท่า
 
                ยิ่งไปกว่านั้น ผลสำรวจ “ผักชี” จากซูเปอร์มาร์เก็ตดังย่านสยาม พบสารเคมีปนเปื้อนอย่างน้อย 4 ชนิด คือ คลอร์ไพริฟอส 0.84 มก./กก. เมทิดาไทออน 0.06 มก./กก. อัลดิคาร์บ 0.01 มก./กก. และ คาร์โบฟูราน 0.75 มก./กก. ซึ่งปกติแล้วไม่ควรตรวจพบสารเหล่านี้ตกค้างอยู่ในผักที่จะมาขายให้ผู้บริโภค เนื่องจากเป็นสารที่มีพิษเฉียบพลันสูง แม้กินเข้าไปเล็กน้อยก็อาจมีอันตรายต่อร่างกายได้ หลายประเทศประกาศห้ามใช้ในแปลงผักเด็ดขาด เช่น ยุโรป อเมริกา สิงคโปร์ ฯลฯ
 
                “สารี อ๋องสมหวัง” เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ผัก 7 ชนิดที่นำไปตรวจนั้น เจ้าหน้าที่สุ่มเลือกซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ตในห้างดัง ผักบางชนิดถึงกับใส่ถุงมีตรารับรองความปลอดภัยว่าเป็นผักปลอดสารพิษ แต่เมื่อตรวจแล้วกลับพบสารพิษหลายชนิดตกค้างอยู่ หากเป็นผักขายตามตลาดสดอาจไม่น่าแปลกใจนัก เพราะมีราคาถูก แต่ผักที่วางขายในซูเปอร์ห้างไฮโซตั้งราคาแพงกว่าข้างนอกหลายเท่า ควรมีระบบควบคุมสารพิษตกค้างมากกว่านี้
 
                “ที่สำคัญคือ กรมวิชาการเกษตรควรปรับปรุงมาตรฐานสารตกค้างของยาฆ่าแมลงใหม่ เพราะตั้งไว้สูงเกินไปมากกว่าต่างประเทศถึง 5 เท่า เช่น เมโทมิล ไทยตั้งไว้ 1 มก./กก. แต่ยุโรปให้ไม่เกิน 0.02 มก./กก. แสดงว่าคนไทยร่างกายแข็งแรกกว่าใช่ไหม เลยคิดว่าจะกินสารพิษได้มากกว่า พิษร้ายที่เข้ามาในร่างกายมีทั้งเฉียบพลันและเรื้อรัง สิงคโปร์ มาเลเซีย เพื่อนบ้านหลายประเทศห้ามขายแล้ว แต่เรายังพบในผักที่วางขายซูเปอร์ไฮโซ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบจัดการ” สารีแนะนำ
 
                ด้าน "วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ" ผอ.มูลนิธิชีววิถี ผู้เกาะติดปัญหาสารเคมีตกค้างในพืชผักมากว่าสิบปี ให้ข้อมูลว่า ปี 2554 ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ มีข้อกำหนดใหม่ควบคุมการขึ้นทะเบียนของสารเคมีเกษตร โดยจุดประสงค์หลักเพื่อกำจัดไม่ให้มีการวางขายยาฆ่าแมลงที่มีพิษตกค้างร้ายแรงในร่างกายคนและสิ่งแวดล้อม แต่ปรากฏว่ากลุ่มบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ที่ขายสารเคมีเหล่านี้พยายามวิ่งเต้นขอขึ้นทะเบียน และอาศัยช่องโหว่กฎหมายขายสารพิษเหล่านี้ให้เกษตรกร โดยไม่สนใจว่าจะทำร้ายผู้บริโภคหรือทำให้ตลาดค้าพืชผักของประเทศไทยเสียหายมากเท่าไร ถึงเวลาแล้วที่คนไทยต้องออกมาช่วยกันคัดค้านไม่ให้มีการนำเข้าและขายสารพิษเหล่านี้อย่างจริงจัง
 
                “ยกตัวอย่าง สารเมโทมิล เป็นยาฆ่าแมลงนิยมใช้ในแปลงส้มเขียวหวาน องุ่น ลำไย กะหล่ำปลี หัวหอม มะเขือเทศ ถั่วฝักยาว ฯลฯ เมื่อสารเหล่านั้นสะสมเข้าไปในร่างกายคนจะส่งผลต่อระบบประสาทและระบบหายใจ ทำให้การสืบพันธุ์ผิดปกติ บางคนได้รับเพียงเล็กน้อยก็มีอาการตาพร่า วิงเวียนหัว ปวดเกร็งช่องท้อง แน่นหน้าอก ฯลฯ งานวิจัยหลายชิ้นของต่างประเทศพิสูจน์แน่ชัดแล้วว่า สารเคมีในผักนอกจากมีพิษสะสมในร่างกายมนุษย์แล้ว ยังส่งผลต่อสัตว์ปีกในแปลงเกษตรและสิ่งมีชีวิตในน้ำด้วย แต่ดูเหมือนว่า คนไทยยังไม่รับรู้พิษร้ายเหล่านี้ เพราะตัวเลขปี 2553 นำเข้าเมโทมิล 1.5 ล้านกิโลกรัม แต่พอปี 2554 พุ่งขึ้นเป็น 2.4 ล้านกิโลกรัม ยาฆ่าแมลงเป็นล้านกิโลกรัมเหล่านี้จะอยู่ที่ไหน ถ้าไม่ใช่ในร่างกายคนกับสิ่งแวดล้อม” ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสารพิษเกษตรตั้งคำถามทิ้งท้าย

.........

(หมายเหตุ :  เตือน'ผักอาบสารพิษ'เกลื่อนห้าง..ไฮโซ : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)