ข่าว

ฝ่าวิกฤตเอาตัวรอด

ฝ่าวิกฤตเอาตัวรอด

12 ก.ค. 2555

ฝ่าวิกฤตเอาตัวรอด : เลียบค่าย โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์ [email protected]

                สองสามวันก่อนผมมีโอกาสแวะร้านหนังสือ สังเกตเห็นหนังสือที่นำเสนอโดยรูปแบบการ์ตูนเล่มหนึ่งชื่อว่า "ฝ่าวิกฤตเอาตัวรอด" ซึ่งได้รวบรวมยุทธวิธีป้องกันตัวยามเผชิญเหตุการณ์ภาวะคับขัน เขียนโดย พ.ต.อ.หาญ เลิศทวีวิทย์ อาจารย์ด้านวิชาป้องกันตัวโรงเรียนนายร้อยตำรวจฯ ปัจจุบันดำรงค์ตำแหน่ง ผกก.สน.สายไหม
 
                ผมลองหยิบหนังสือมาเปิดดูเนื้อหาภายใน เห็นแล้วน่าสนใจ เริ่มจากการบอกวิธีการระมัดระวังตัวเมื่อต้องเดินทางไปในที่เปลี่ยวหรือพื้นที่เสี่ยงภัย เทคนิคการจดจำรูปพรรณคนร้าย และศิลปะการต่อสู้และวิธีเอาตัวรอดจากภาวะวิกฤติ หากเคราะห์หามยามร้ายมิจฉาชีพบุกประชิดตัว
 
                การต่อสู้และการเอาตัวรอดจากคนร้ายมีหลากหลายสถานการณ์ทั้งกรณีคนร้ายก่อเหตุด้วยมือเปล่าและใช้อาวุธ ผมอ่านแล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์จึงนำมาเขียนถึงในเลียบค่ายครั้งนี้
 
                สถานการณ์บ้านเมืองเราชั่วโมงนี้ น่าวิตกครับ เพราะโจรผู้ร้ายชุกชุมราวกับเหลือบ-ไร ก่อเหตุร้ายได้ไม่เว้นแต่ละวัน โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับทรัพย์ ทั้ง ลัก...วิ่ง...ชิง...ปล้น!
 
                หากเป็นผู้หญิงแล้วยิ่งน่ากลัวครับ...ยิ่งเป็นนักเรียนนักศึกษาด้วยแล้วน่าเป็นห่วงใหญ่...นอกจากเสี่ยงต่อการเป็นเป้าหมายการก่อคดีที่เกี่ยวกับทรัพย์แล้ว ยังเสี่ยงตกเป็นเป้าคดีที่เกี่ยวกับเพศด้วย
 
                โจรผู้ร้ายเปรียบได้กับเชื้อโรคครับ กระจายกันอยู่ทั่วทุกหัวระแหง พวกมันพร้อมที่จะจู่โจมเล่นงานเราทันที ที่เผลอหรืออ่อนแอ วิธีการที่จะเอาตัวรอดจากโจรผู้ร้ายที่เปรียบเสมือนเชื้อโรคร้ายในสังคมเหล่านี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องมีภูมิคุ้มกัน คือต้องฝึกฝนให้ตัวเองมีความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับโจรผู้ร้าย หรืออย่างน้อยต้องรู้วิธีการหลบหลีก
 
                ซึ่งหนังสือที่ผมเปิดอ่านนี้บอกวิธีเอาตัวรอดในภาวะวิกฤติไว้ทั้งหมด อ่านจบแล้วพอจะเอาตัวรอดได้ หญิงหรือชาย โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษา ซึ่งจัดว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงน่าจะได้อ่านประดับความรู้ หรือนำไปฝึกฝน เผื่อตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤติจะได้ช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง
 
                ยุคนี้สมัยนี้ จะหวังพึ่งตำรวจ หรือพึ่งคนอื่นนั้นเป็นเรื่องยากครับ เพราะโจรผู้ร้ายและมารสังคมมันมีมากเหลือเกิน
 
                ยึดถือคำสอนพระพุทธองค์ ที่ว่า "อัตตาหิ อัตตโน นาโถ" แปลว่า "ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน" น่าจะดีที่สุดครับ!