
รวบแล้วพ่อข่มขืนใจ'ลูกสาววัย15'
ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี สั่งสอบสวน ตร.พันข่มขืนเด็กสาว 15 ปี ลั่นให้ความเป็นธรรมสองฝ่าย รวบแล้วพ่อขืนใจลูกสาวแต่ยังให้การปฏิเสธ ขณะที่แท็กซี่วนเวียนไปพบอ้างเป็นแฟนกัน จนท.นำเด็กสาวแจ้งความเอาผิดโชเฟอร์ ที่อุดรธานีข่มขืนฆ่าโหดแม่เฒ่าวัย70ปี
จากกรณีเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ใน จ.ปทุมธานี พา น.ส.มุก (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัด เข้าพบ พ.ต.ท.วิญญู เทียมราช สารวัตรเวรสอบสวน สภ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงที่อายุต่ำกว่า 15 ปี กับนายสมนึก (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ภูมิลำเนา จ.ระยอง ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ และยังให้การว่า ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร 3 นาย ของโรงพักแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี ข่มขืนภายในโรงแรม จากนั้นยังถูกคนขับรถแท็กซี่ข่มขืนอีก ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี (ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก ผกก.สภ.หนองเสือ ว่า ได้จับกุมนายสมนึก บิดาของ น.ส.มุก ได้แล้ว ส่วนผู้เสียหายให้การซัดทอดตำรวจจราจร สภ.ประตูจุฬาลงกรณ์ และคนขับแท็กซี่ ได้ล่อลวงข่มขืนกระทำชำเราในเวลาใกล้เคียงกัน แต่ต่างกรรมต่างวาระ จึงตรวจสอบไปเบื้องต้น ประเด็นแรกคือ เด็กคนนี้ตำรวจให้มาช่วยการจราจรในจุดที่ไม่ยาก แต่ไม่ใช่อาสาจราจร เป็นแค่จิตอาสาจราจรเท่านั้น เพราะอาสาจราจรจะต้องผ่านการอบรมและต้องมีอายุมากกว่านี้ โดยผู้เสียหายมาช่วยบางครั้งคราว ไม่ได้มาช่วยประจำทุกวัน
ทั้งนี้ ได้สั่งให้ตำรวจพื้นที่ที่เกี่ยวข้องคือ สภ.หนองเสือ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ และ สภ.ปากคลองรังสิต รับเรื่องไว้ เมื่อผู้เสียหายมาแจ้งความก็ให้รับคำร้องทุกข์ไว้ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและหลักฐานต่อไป เรื่องการสอบสวนขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ได้สั่งตั้งชุดหาข่าวในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อนำพยานหลักฐานรวบรวมคู่ไปกับตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุ เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
"ในรูปคดีของผู้เป็นพ่อ ขณะนี้ยังให้การปฏิเสธ แต่ก็ขึ้นอยู่กับพยานและหลักฐาน ส่วนที่มีการพาดพิงมาถึงตำรวจด้วย หากการรวบรวมพยานหลักฐานและพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงก็จะให้ออกจากราชการ แต่ชั้นนี้ต้องขอความเห็นใจจากประชาชนและสังคมด้วยว่า อาจจะมีคนแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดก็เป็นไปได้ ขอให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน อย่าเพิ่งตัดสินใจว่าตำรวจเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ" ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ในส่วนของผู้เสียหายที่อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่มารับตัวเด็กไปดูแลเองภายในบ้านพักฉุกเฉิน เนื่องจากหลังมีข่าวออกไปมีผู้ติดต่อทางโทรศัพท์เข้ามาข่มขู่และขอให้ยุติคดี
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นสถานที่พักพิงชั่วคราวของ น.ส.มุก ผู้เสียหาย พบ น.ส.ภัทรพร อุปิรัตน์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว เปิดเผยว่า เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา นายบุญเรือง (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110 ต.หินโงม อ.เมือง จ.หนองคาย ได้ขับรถแท็กซี่เข้ามาในบ้านพัก โดยมี น.ส.มุก นั่งมาในรถด้วย นายบุญเรืองบอกว่า น.ส.มุกมีปัญหาทางครอบครัวและถูกลวนลามทางเพศ ซึ่งเราได้รับตัวไว้ในความดูแลเพื่อเยียวยาและหาทางช่วยเหลือต่อไป
หลังจากรับตัว น.ส.มุก ไว้ในความดูแลแล้ว ปรากฏว่า นายบุญเรือง คนขับแท็กซี่ ยังคงวนเวียนมาเยี่ยมเยียนอยู่บ่อยครั้ง จนเจ้าหน้าที่เฝ้าดูแลสังเกตเห็นถึงความไม่เหมาะสม จึงเรียกนายบุญเรืองมาพูดคุย ก็ยอมรับว่าคบหาเป็นแฟนอยู่กับ น.ส.มุก เมื่อพูดคุยกับ น.ส.มุกจนทราบเรื่องทั้งหมด โดยผู้เสียหายได้เขียนหนังสือเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตั้งแต่ถูกพ่อแท้ๆ ที่เลิกกับแม่และมีภรรยาใหม่ข่มขืนตั้งแต่อายุ 7 ขวบ จนถึงเรียน ป.3 และย้ายไปอยู่กับย่าที่ จ.ระยอง และไม่ได้เรียนต่ออีกแต่อย่างใด จนถึงการมาตามหาแม่แท้ๆ ที่พักอยู่ย่านคลองหลวง และพี่สาวที่พักอยู่ย่านคลอง 14 และถูกตำรวจจราจรลวงไปข่มขืน รวมทั้งถูกนายบุญเรือง คนขับรถแท็กซี่ข่มขืนในครั้งแรก
เมื่อทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว วันที่ 26 มิถุนายน เจ้าหน้าที่จึงพา น.ส.มุก ไปแจ้งความดำเนินคดีกับพ่อแท้ๆ ในพื้นที่เกิดเหตุ คือ สภ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี และจะเข้าแจ้งความที่ สภ.ปากคลองรังสิต กรณีถูกแท็กซี่ลวงข่มขืน และ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ กรณีถูกตำรวจจราจร 3 นาย ลวงข่มขืน ส่วนน.ส.มุก ยังคงพักอยู่ในบ้านพักเด็กและครอบครัวต่อไปเป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งได้แจ้งให้ครอบครัวหรือญาติๆ ของเด็กรับทราบ รวมทั้งนำเด็กเข้ารับการตรวจเลือดและตรวจการตั้งครรภ์ และประเมินระดับสติปัญญาและสภาพจิตเบื้องต้น โดยนักจิตวิทยาของบ้านพักเด็กและครอบครัว เพื่อให้ทราบผลกระทบจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ทั้งนี้ทางบ้านพักได้รับการติดต่อจากญาติของเด็กแล้ว โดยทางญาติยอมรับว่าไม่สามารถดูแลเด็กได้ จึงให้อยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กต่อไปก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เวลา 15.00 น. นายบุญเรือง คนขับรถแท็กซี่ ได้เข้ามาที่บ้านพักเด็กและครอบครัว เพื่อเข้าพบ น.ส.มุก แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต พร้อมชี้แจงเหตุผล นายบุญเรืองยอมรับและพร้อมจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหากถูกดำเนินคดี ก่อนเดินทางกลับไป ทั้งนี้การที่เจ้าหน้าที่บ้านพักไม่สามารถควบคุมตัวคนขับแท็กซี่ดำเนินคดีตามกฎหมายฐานข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปีได้ เนื่องจากยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีในเรื่องนี้แต่อย่างใด
ต่อมาเวลา 16.30 น. นายศิลปะชัย เคนพา เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ของบ้านพักเด็กและครอบครัว ได้พา น.ส.มุก เข้าแจ้งความที่ สภ.ปากคลองรังสิต ดำเนินคดีนายบุญเรือง ข้อหาพรากผู้เยาว์ และข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยมี พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.กิตติ สกุณี ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต เข้าร่วมรับฟัง และมอบหมายให้ พ.ต.ต.กวี ช่วยสร้าง สารวัตรสอบสวน ลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน จากนั้นจะนัดหมายผู้เกี่ยวข้อง ทั้งอัยการ นักสังคมสงเคราะห์ หรือกลุ่มสหวิชาชีพ ในการสอบปากคำ น.ส.มุก ตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการพูดคุยกับ น.ส.มุก ได้เล่าว่า ก่อนหน้านี้พักอาศัยอยู่กับพ่อและแม่เลี้ยงที่ย่าน อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี และถูกพ่อข่มขืนตั้งแต่อายุ 7 ขวบ จนอยู่ชั้น ป.3 ก็ย้ายไปอยู่กับย่าที่ จ.ระยอง ต่อมาย่าตายไปก็อยู่กับญาติๆ และเดินทางมาหาพี่สาวและพี่เขยที่อยู่คลอง 14 ธัญบุรี แต่ไม่พบ ทราบว่าย้ายบ้านไปแล้ว จากนั้นไปตลาดรังสิตเพื่อจะไปหาแม่ที่ อ.คลองหลวง แต่ไม่มีเงินและไม่ทราบว่าแม่อยู่บริเวณไหน
ระหว่างเดินอยู่หน้าเมเจอร์ รังสิต พบตำรวจจราจร และขอความช่วยเหลือในการติดตามหาแม่และพี่สาว ซึ่งตำรวจคนดังกล่าวบอกว่าจะช่วย แต่กลับพาไปโรงแรมและข่มขืน จากนั้นก็นำมาปล่อยไว้ที่หน้าห้างเมเจอร์อีกครั้ง โดยที่ตนก็ไม่รู้จะไปทางไหน จึงอาศัยหลับนอนอยู่แถวป้ายรถประจำทางและใต้สะพานลอยในบริเวณนั้น และหาเงินโดยช่วยพวกคิวรถตู้โดยสารหน้าห้างเมเจอร์เรียกผู้โดยสารขึ้นรถและคอยโบกรถเข้าออก
ที่อุดรธานีข่มขืนฆ่าโหดแม่เฒ่าวัย70ปี
เมื่อเวลา 08.00 น. พ.ต.ท.สุพรรณ ระภากุล สว.เวร สภ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งเดินทางออกสอบสวนเหตุฆ่ากันตาย ที่บ้านเลขที่ 304 ม.11 บ้านสันติสุข ต.นางัว อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ดนัย สารีบุตร ผกก. , พ.ต.ท.วิทยากรณ์ ษมากรวิชิต รอง ผกก.ป. , พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทองเนียม รอง ผกก.สส.แพทย์เวร ร.พ.น้ำโสม และหน่วยกู้ภัยเมธาธรรมน้ำโสม ที่เกิดเหตุพบว่าเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น หน้าต่างและประตูห้องครัวหลังบ้านเปิดอยู่ ในห้องครัวข้างห้องน้ำหลังบ้าน พบศพของหญิงอายุ 70 ปี เจ้าของบ้าน ท่อนล่างเปลือยเปล่า ท่อนบนสวมเสื้อยืดลายดอกไม้ ที่ถูกถลกขึ้นไปเหนือราวนม นอนหงายเสียชีวิตอยู่ สภาพศพถูกฟันด้วยของมีคม เข้าที่บริเวณศีรษะจนสมองไหลออกมา ใบหูฉีกขาด ที่ท้องถูกฟันจนไส้ไหลออกมา ห่างออกมาที่หน้าบ้านพบผ้าถุงของผู้ตายถูกถอดกองไว้อยู่ แพทย์จึงชันสูตรพลิกศพ และได้ตรวจร่องรอยการข่มขืนทั้งทางอวัยวะเพศ และทวารหนัก
จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าผู้ตายอยู่บ้านคนเดียวมีลูกสาว 2 คน คนแรกทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ส่วนลูกสาวอีกคนอาศัยอยู่กับสามีที่ต่างประเทศ ส่งเงินมาให้ผู้ตายใช้จ่าย มีฐานะดี คาดคนร้ายงัดกระจกหน้าต่างเข้ามาในบ้าน ในขณะที่ผู้ตายนอนหลับอยู่หน้าทีวีด้านล่าง เข้ามาเพื่อข่มขืนผู้ตาย เนื่องจากผ้าถุงของผู้ตายถูกถอดไว้และเสื้อโดนถลกขึ้นมาถึงราวนม แต่ผู้ตายคงจะขัดขืน คนร้ายจึงทำร้ายแล้วฆ่า แล้วหลบหนีไป โดยไม่ได้ประสงค์ต่อทรัพย์สินใดๆ เนื่องจากไม่พบร่องรอยการรื้อค้นแต่อย่างใด แม้แต่สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท คนร้ายไม่ได้ขโมยไปด้วย
ฆ่าครูชำนาญการร้อยเอ็ดพาสาวท่องราตรี
อีกเหตุการณ์หนึ่ง เกิดเมื่อเวลา 07.00 น. พ.ต.อ.สมบัติ ผิวผ่อง พงส.สบ.1 สภ.สุวรรณภูมิ รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิตที่สนามหญ้าหน้าบ้านเลขที่ 309หมู่1 ต.สระคู อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด หลังรับแจ้งจึงนำกำลังไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.โสภิต ลุนสำโรง สวป.พ.ต.ท.ศุภชัย ทีโย สว.สส.และแพทย์เวรจาก รพ.สุวรรณภูมิ บริเวณสนามหญ้าพบศพนายวีระพงษ์ ทาสระคู อายุ 55 ปี เจ้าของบ้าน รับราชการครูชำนาญการพิเศษ นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตสภาพ ถูกยิงเข้าที่ด้านหลังทะลุหน้าอก 2 นัด ศีรษะ ทะลุท้ายทอย 1 นัด เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 ชั่วโมง ในที่เกิดเหตุไม่พบหลักฐานอื่นใด
ทราบจากชาวบ้านที่อยู่ใกล้ว่าวันเดียวกันเวลาประมาณ 04.00 น.ได้ยินเสียคล้ายมีการจุดประทัด แต่ไม่ได้เอะใจคิดว่าเป็นการจุดบวงสรวงของชาวบ้านเนื่องในวันพระ ที่มักมีอยู่เป็นประจำ จนรุ่งเช้ามีคนมาพบ ก่อนเกิดเหตุมีเพื่อนบ้านเห็นผู้ตาย ซึ่งแยกกันอยู่กับภรรยา ได้ขับรถเก๋ง ไปรับหญิงสาวอายุ 35 ปี ซึ่งบ้านอยู่ในเขตเทศบาลสุวรรณภูมิ ไปเที่ยวในตัวเมืองร้อยเอ็ดแล้วกลับมาส่งเข้าบ้านในตอนดึก
ชุดสืบสวนจึงได้เชิญตัวมาสอบทราบว่าอาจจะเป็นนายจาตุพัฒน์ แก้วงอก อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 960 หมู่ 1 ตำบลเดียวกัน อดีดทหารเกณฑ์ มีอาชีพขายของเล่นเด็กๆ อยู่ในตลาดสุวรรณภูมิที่แอบหลงรักและไปมาด้วยกันบ่อยครั้ง บ่ายวันเดียวกันจึงได้ไปควบคุมตัวนายจาตุพัฒน์ มาทำการสอบสวนนานหลายชั่วโมง ในที่สุดก็ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือยิงเพราะมีความหึงหวง ก่อนเกิดเหตุตนขายของทำกิจธุรเสร็จ ได้ขี่ จยย.ไปหาแฟนสาวที่บ้าน แต่ไม่พบ และไม่ทราบว่าไปไหน จึงเฝ้ารอจนดึก เห็นผู้ตายขับรถมาส่งแฟนสาวที่หน้าบ้าน หลังจากนั้นจึงเข้าไปต่อว่าจนมีปากเสียงกับแฟนสาวอย่างรุนแรง ก่อนที่จะขี่รถ จยย.ตามไปยังบ้านผู้ตายและเข้าไปพูดคุยกันพักใหญ่ก็เกิดมีปากเสียงกันขึ้น ผู้ตายเห็นท่าไม่ดีพยายามจะวิ่งเข้าบ้าน ตนคิดว่าจะวิ่งไปเอาปืนมายิงตน จึงตัดสินใจชักปืน.38 ของตนยิงไล่หลังจำนวน 2นัด กระสุนเจาะร่างครูจนล้มคว่ำ ก่อนที่จะวิ่งเข้าไปจ่อยิงซ้ำที่ศีรษะอีก 1 นัด จนแน่นิ่งก่อนหลบหนีไปดังกล่าว



