ข่าว

ระวัง!เมาขับไม่เป่าคุก1ปีปรับ2หมื่น

ระวัง!เมาขับไม่เป่าคุก1ปีปรับ2หมื่น

11 ก.ค. 2555

ยธ.เตือนพวกหัวหมอ เมาแล้วขับ ถูกเรียกจับ แต่เลี่ยงเป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์ ระวังกฎหมายจราจรฉบับใหม่ เจอโทษหนัก คุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาท

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 55  น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล โฆษกกระทรวงยุติธรรม และนายวัลลภ นาคบัว รองผอ.สำนักกิจการยุติธรรม แถลงภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่...) พ.ศ....แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.จราจรทางบก 2522 ใน 2 ประเด็น คือ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 142 ให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ขับขี่หยุดรถ เมื่อเห็นว่ารถนั้นมีสภาพไม่ถูกต้องตามที่บัญญัติไว้ และในกรณีที่ผู้ขับขี่มีพฤติการณ์อันควรเชื่อว่าเสี่ยงเมาสุรา หรือขับรถในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับหรือขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นหรือไม่ ดังนั้นกฎหมายใหม่ จึงระบุอำนาจเจ้าพนักงานจราจรปฏิบัติตามลำดับขั้นเพื่อพิสูจน์ตามลำดับขั้น ดังนี้ 1. สั่งให้ผู้ขับขี่ขับรถเข้าช่องทางที่มีกรวยยางวางตั้งไว้ 2. สั่งให้ลดกระจกลงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ยื่นอุปกรณ์เข้าไปตรวจวัดแอลกอฮอล์ภายในห้องโดยสารรถ 3. เรียกให้ผู้ขับขี่ลงจากรถยนต์แล้วสั่งให้เดิน เพื่อพิเคราะห์ว่าสามารถรักษาสมดุลของการเดินได้หรือไม่ และ 4. สั่งให้เป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์ หากผู้ขับขี่ไม่ยอมให้ทดสอบ ให้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้นั้นเมาสุรา

          โฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวอีกว่า ร่างกฎหมายจราจรฉบับใหม่ยังกำหนดกฎหมายให้มีการใช้สัญญานไฟฉายเรืองแสง ซึ่งเป็นอุปกรณ์เพิ่มเติม เพื่อแสดงสัญญาณจราจรของพนักงานเจ้าหน้าที่ เนื่องจากบางพื้นที่มีทัศนะวิสัยบนท้องถนนไม่ปลอดโปร่ง ทำให้ผู้ขับขี่ไม่สามารถสังเกตเห็นการแสดงสัญญาณจราจรของเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นการช่วยป้องกันอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน

          ด้านนายวัลลภ กล่าวว่า ในกรณีที่ผู้ขับขี่ปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือกับพนักงานเจ้าหน้าที่ และถูกเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่าเมาไว้ก่อน ก็จะมีโทษสูงขึ้นจากเดิมมีโทษปรับจากการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน ปรับ 1,000 บาท จะเปลี่ยนเป็น จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 10,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พักใช้ใบอนุญาตขับขี่หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาสามารถไปสืบพยานหักล้างในศาลได้ อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่ต้องเพิ่มบทลงโทษ เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้ขับขี่มักปฏิเสธให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ อีกทั้งการขับรถขณะเมาสุรามีโทษน้อยมาก จึงทำให้เกิดปัญหาขับรถโดยประมาทและเกิดอุบัติเหตุสูง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตและบาดจำเจ็บเป็นจำนวนมาก การแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมจึงถือเป็นมาตรการป้องปรามและขอความร่วมมือจากประชาชนเพื่อช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ดังนั้นจึงขอชี้แจงว่าหากผู้ขับขี่ยานพาหนะบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้เมาสุราขณะขับขี่รถยนต์ ขอให้ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน เพราะผู้ฝ่าฝืนจะถูกสันนิษฐานไว้ก่อนว่ากระทำความผิด