ข่าว

'ถวิล'จวก'ปู'เละเเทรกเเซงสมช.

'ถวิล'จวก'ปู'เละเเทรกเเซงสมช.

11 ก.ค. 2555

"ถวิล"จวก"ยิ่งลักษณ์"เละเเทรกเเซงสมช.ปลุกกระเเสขรก.อย่ายอมนักการเมือง ย้ำชัดหลังเป็นที่ปรึกษานายกฯ "ปู" ไม่เคยปรึกษา ตอกกลับ “ธาริต” ยันมี “มือเผาเซ็นทรัลเวิลด์” จริง

            เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่  11 ก.ค.2555 นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสมช.กล่าวหลังการรับประกาศเกียรติคุณและรางวัลครุฑทองคำแก่ผู้บริหารราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี2553-54 กรณีที่อดีตเลขาธิการสมช.ทั้ง 3 คนคือตัวเอง นายขจัดภัย บุรุษพัฒน์ เเละนายสุวิทย์ สุทธานุกูล ส่งหนังสือเปิดผนึกถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กรณีไม่เห็นด้วยที่มติครม.แต่งตั้งพลโทภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษานายกฯมาเป็นรองเลขาธิการสมช.ว่า หากถามว่าเรื่องนี้นั้นมีการหารือกันหรือไม่ ขอเรียนว่าอดีตเลขาธิการสมช. 2 คนและตนเป็นห่วงสมช.และเจ้าหน้าที่สมช.เพราะธรรมชาติของอดีตเลขาธิการสมช.ที่ลงรายชื่อในหนังสือถึงนายกฯนั้นเป็นข้าราชการลูกหม้อที่สมช.ทำงานตั้งแต่ระดับล่างมาจนถึงเลขาธิการสมช.และเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจึงไม่สบายใจ จึงริเริ่มทำหนังสือเปิดผนึกและตั้งใจให้สาธารณชนรับรู้และนายกฯได้รับทราบด้วย

                นายถวิล กล่าวต่อว่า ขอเรียนว่าระบบราชการและข้าราชการเป็นกลไกลสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินและพัฒนาประเทศรวมทั้งช่วยเหลือประชาชน ฉะนั้นกลไกตัวนี้มีประสิทธิภาพและทุ่มเทการทำงานได้จะเป็นประโยชน์กับประเทศโดยเฉพาะภาวะที่กลไกการเมืองมีความแตกแยกขัดแย้งสูง กลไกข้าราชการต้องแสดงความเป็นมืออาชีพให้มากขึ้นในการเป็นหลักของบ้านเมืองในการทำงาน แต่อย่างที่เห็นกันอยู่ตอนนี้น่าเสียดายที่ระบบราชการไม่เป็นไปอย่างที่ทุกฝ่ายตั้งใจอยากเห็นเพราะข้าราชการเสื่อมลงจากปัจจัยภายนอก คือฝ่ายการเมืองที่เข้ามาแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายตามที่ปรากฏเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา และไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นอีกครั้งหลังจากการโยกย้ายตน ฉะนั้นเมื่อเป็นแบบนี้จะมีผลกระทบมากกับขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่สมช. และในระบบราชการยังมีบ่อนแซะภายในคือข้าราชการด้วยกันเองเพราะบางคนเห็นแต่ประโยชน์เฉพาะหน้าและการเติบโตที่ไม่เป็นไปตามระบบเพราะวิ่งเต้นใช้เส้นสาย

                "สองทางที่ผมพูดไปนั้นทำให้เกิดความเสื่อมกับระบบราชการทั้งสิ้น ผมขอฝากไปยังนายกฯที่วันนี้ยังไม่มามอบรางวัลให้พวกตนทั้ง 9 คนในฐานะที่นายกฯเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของข้าราชการพลเรือนทุกคนว่าพวกผมรับราชการเป็นอาชีพ เพราะผมกับนายสมเกียรติ บุญชู รองเลขาธิการสมช.รับราชการที่สมช.มากว่า 30 สิบปี ขอให้นายกฯกรุณาให้ความเป็นธรรม ยึดมั่นหลักการ ยึดมั่นระบบคุณธรรม หากนายกฯทำแบบนี้ได้ระบบราชการจะเป็นเครื่องมือกลไกลสำคัญที่จะช่วยนายกฯทำงานได้ดีพวกตนเป็นข้าราชการอาชีพ มีความเป็นกลางทางการเมืองและทำตามหน้าที่ในขอบเขตกฎหมายที่มีอยู่และฝากไปยังข้าราชการทุกคนว่าวันนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด" นายถวิล กล่าวและว่า

                ตนดีใจมาก รางวัลครูฑทองคำก็ไม่มีอะไรมาก และไม่มีอะไรที่แปลกพิศดารหรือมีค่าทางวัตถุมากมายแต่ในแง่จิตใจนั้นรางวัลนี้มีค่ากับตนมากมายเป็นเครื่องตอบแทนการเสียสละทำงานให้บ้านเมืองมาตลอดเวลา ฉะนั้นข้าราชการที่ทำงานอยู่ก็ขอให้ทุ่มเท และทำดีอยู่แล้วนั้นก็ขอให้มุ่งมั่นทุ่มเทเสียสละเพื่อประโยชน์ให้บ้านเมืองด้วยความอดทนและเสียสละ และขอให้มั่นใจในกฎของการทำดีว่าทำดีแล้วต้องได้รับผลดีตอบแทนและข้าราชการที่ยังหลงทางที่เห็นแก่ลาภยศ สรรเสริญ เฉพาะหน้า ตนขอฝากว่า กฎแห่งความแน่แท้ของกฎแห่งกรรมยังมีอยู่แน่นอนไม่วันใดก็วันหนึ่ง ไม่ที่ใดก็ที่หนึ่ง ฉะนั้นขอให้ตระหนักความจริงข้อนี้และปฏิบัติตัวเป็นข้ราชการที่ดี

                เมื่อถามว่าผู้ใหญ่ในรัฐบาลได้หารือบ้างหรือไม่ในเรื่องนี้ นายถวิล กล่าวว่า ยังไม่มี ตนยื่นหนังสือไปพร้อมจดหมายด่วนมาก จึงไม่แน่ใจว่านายกฯได้อ่านแล้วหรือไม่ และขอให้ทบทวนการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งล่าสุดที่โยกรองเลขาธิการสมช.ไปเป็นที่ปรึกษานายกฯ และสลับบุคคลในตำแหน่งนั้นลงมาเเทนนั้น ประชาชนและประเทศเสียประโยชน์ในเรื่องนี้มากที่สุด เพราะนายสมเกียรติรับราชการที่สมช.พร้อมกับตน จึงมีการฝึกปรือและประสบการณ์ทางนี้โดยตรงแล้วย้ายไปอีกแห่งหนึ่ง และยังเสียหลักคุณธรรม เพราะนายสมเกียรติต้องรู้สึกเป็นธรรมดาว่ารับราชการมาตามลำดับชั้นแต่สุดท้ายโดนย้ายออกนอกองค์กร ส่วนคนที่เข้ามาแทนนั้นตนไม่รู้ว่ามีความรู้ความสามารถเพียงใด และอาจบอกว่าครั้งหนึ่งเคยอยู่ที่สมช.แล้วโดนย้ายออกไป ครั้งนี้อาจดูว่าคืนความเป็นธรรมไปให้แต่การมองแค่นี้ไม่เพียงพอเพราะต้องดูก่อนหน้านี้ด้วยว่าคนๆนั้นมาจากไหนจึงจะเป็นธรรมกับคนที่อยู่ หากทำแบบนี้จะเป็นโทษกับข้าราชการสมช.และข้าราชการโดยรวมเพราะจะเสียขวัญกำลังใจแน่นอน

                เมื่อถามว่าบางคนมองว่าการโยกย้ายครั้งนี้เป็นการตอบแทนทางการเมือง เนื่องจากพลโทภราดรเป็นหลานของนายปรีดา พัฒนาถาบุตร อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯและเป็นครูทางการเมืองให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายถวิล กล่าวว่า อันนี้ทราบว่าพลโทภราดรเป็นหลานนายปรีดา ส่วนแนวทางที่จะใช้ต่อสู้ในเรื่องนี้นั้น ตนขอเรียนว่าคงทำอะไรไม่ได้ เพราะกรณีของตนนั้นเห็นกันแล้วว่าเมื่อตนร้องเรียนไปยังกพค. อนุกพค.ตัดสินให้ตนชนะ แต่เมื่อเข้าสู่ที่ประชุมกพค.ปรากฏว่าตนแพ้ เรื่องแบบนี้นั้นกฎหมายหาคำตอบยาก เพราะมันอยู่ที่คุณธรรมกับความเป็นธรรม ตนย้ำแล้วว่านายกฯควรให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการอย่าฟังแต่ฝ่ายการเมืองที่มาเสนอให้ นายกฯต้องไตร่ตรอง พิจารณาให้รัดกุมรอบครอบ ตนเป็นข้าราชการอาชีพการเติบโตมาถึงตรงนี้ใช้เวลากว่าสามสิบปี สิ่งสำคัญอีกอย่างคือประโยชน์ที่เกิดกับประชาชนกับสังคมจากระบบราชการโดยรวม

                เมื่อถามว่ากรณีนี้จะส่งผลกับการทำงานด้านความมั่นคงของสมช.หรือไม่ นายถวิล กล่าวว่า ตนคิดว่าคนเรานั้นขวัญกำลังใจหากเสียไปนั้น อย่างอื่นจะตามมาโดยประสิทธิภาพและประสิทธิผลจะเสียหายตามมา ลองนึกดูว่าข้าราชการจะเติบโตได้อย่างไรเมื่ออนาคตโดนปิดกั้น วันหนึ่งเมื่อมาเป็นรองเลขาธิการได้เเต่ต้องโดนออกนอกระบบไป เจ้าหน้าที่สมช.ระดับล่างอาจเสียขวัญกำลังใจจากกรณีนี้ และขอเรียนว่างานความมั่นคงในวันนี้นั้นเปลี่ยนไปเยอะ และไม่ใช่เพียงแค่งานการทหารและป้องกันประเทศ เรื่องเหล่านี้นั้นเพื่อนของตนในสามเหล่าทัพ และกองบัญชาการกองทัพไทยทราบดีว่าเรื่องความมั่นคงเหล่านี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งและไม่ปราถนาเข้ามาแทรกแซงด้านนี้ และมีแค่บางคนบางกลุ่มนั้นที่ยังหาทางลัดมาเติบโตในสายงานอื่น เมื่อถามว่าในฐานะเคยทำงานที่สมช.มองว่าสมช.ทำงานในวันนี้เป็นเช่นใด นายถวิลกล่าวว่าไม่อาจก้าวล่วงแต่มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่สมช.สามารถทำงานได้ และช่วงที่ตนออกมาจากสมช.เจ้าหน้าที่สมช.รับรองกับตนว่าจะดำรงความเป็นมืออาชีพในการทำงาน ตนจึงหวังว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนจะไม่เกิดขึ้นอีก แต่มันกลับเกิดขึ้นกับบุคคลระดับรองลงมาจากตน คือคนในออก คนนอกเข้ามาแทน ขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่สมช.จะกระเทือนแน่นอนและตนไม่กล้ารับประกันแล้วว่าเจ้าหน้าที่สมช.จะมีขวัญกำลังใจหรือไม่

                เมื่อถามว่าการรับรางวัลในวันนี้เป็นเสมือนการตบหัวแล้วลูบหลังหรือไม่ นายถวิล กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่แต่รางวัลในวันนี้ขอเรียนว่าเกิดขี้นจากสมาคมข้าราชการพลเรือน เพราะพิจารณาผลงาน การปฏิบัติงาน ข้อเท็จจริงของข้าราชการของพวกตนในช่วงที่ผ่านมา และหลายคนที่มารับรางวัลวันนี้ก็โดนโยกย้าย และรางวัลนี้ไม่เกี่ยวกับฝ่ายการเมือง

                เมื่อถามว่าวันนี้นายกฯไม่มามอบรางวัลตามวาระงาน ติดใจหรือไม่ นายถวิล กล่าวว่า ตนไม่กล้าไปติดใจแต่เสียดายที่ตนน่าจะได้รับมอบรางวัลนี้จากนายกฯเพราะเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของข้าราชการโดยตรง ตนไม่มีอะไรส่วนตัวกับนายกฯ เมื่อถามว่าหลังรับหน้าที่ที่ปรึกษานายกฯนั้น นายกฯมาขอคำปรึกษาบ้างหรือไม่ นายถวิลกล่าวว่าเท่าที่ตนจำได้นั้นน่าจะไม่มีเลย ตรงนึ้คือความสูญเสียอย่างหนึ่ง

                เมื่อถามว่าคดีที่ไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองหลังโดนโยกย้ายแบบไม่เป็นธรรมนั้นเป็นเช่นใดแล้ว นายถวิล กล่าวว่า หลังจากกพค.พิจารณาคำร้องของตนว่าฟังไม่ขึ้นตนจึงไปยื่นคำร้องต่อศาลปกครองว่านายกฯโยกย้ายตนแบบไม่เป็นธรรมและยื่นคำร้องเพิ่มว่ากพค.ตัดสินแบบไม่เป็นธรรมด้วย ตนยังขอคำคุ้มครองชั่วคราวคือคืนสถานะให้ตนแต่ศาลปกครองเห็นว่าการคืนฐานะเดิมให้ตนนั้นเป็นสระสำคัญในคดีที่ตนฟ้อง หากคุ้มครองชั่วคราวให้กับตน เท่ากับว่าตัดสินตั้งแต่ต้นว่าตนถูก นายกฯผิด ฉะนั้นจึงไม่คุ้มครอง ตอนนี้จึงอยู่ในขั้นตอนของศาลปกครองโดยตนรอว่าศาลจะให้ตนไปชี้แจงเมื่อใด

                “ยืนยันสมช.ไม่ย่อยยับ เดิมนั้นย้ายตนคนเดียวไม่มีปัญหา คนอื่นๆยังอยู่ แต่เมื่อลงดาบอีกหนึ่งดาบมันยิ่งไม่ปกติ และกระทบมากขึ้น ผมไม่กล้ารับรองว่าขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่สมช.จะกระเจิดกระเจืองเพียงใด ส่วนจะตรงกับสิ่งที่ผมเคยพูดว่าจะมีการย้ายล้างบาง และนำคนนอกเข้ามาที่สมช.หรือไม่นั้น ขอให้นักข่าวเขียนเรื่องนี้แล้วใส่ซองไว้ จากนั้นรอเปิดดูหลังจากนี้จะเห็นว่าจริงหรือไม่ ความพยายามเปิดตำแหน่งรองเลขาธิการสมช.ลำดับที่สี่นั้นมีมาตลอดตอนนี้ยังมีและค้างคา มันไม่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินเลย ผมอยู่ที่นี่รู้ดีว่ามีแค่สามคนพอ หรือจะมีสองคน หรือยี่สิบคนก็ได้หากมันเกี่ยวกับงานราชการ แต่ทำไมต้องเปิดตำแหน่งที่สี่ด้วยที่ทำไว้เพื่อรองรับบุคคล แค่นี้ผิดแล้วเพราะไม่มีประโยชน์และจัดลำดับงานผิด และอาจรอไม่ได้จึงต้องนำคนในออกไปมันก็กระเทือนไปใหญ่ ” นายถวิลกล่าว

                เมื่อถามว่านักการเมืองนำคนใกล้ชิดเข้ามาทำงานแบบนี้จะเป็นอย่างไร นายถวิล กล่าวว่า ตนเรียนแล้วว่างานความมั่นคงเปลี่ยนไปแล้วและคนที่ไม่ได้ฝึกมาอย่าคิดว่ารู้ทั้งหมด คนใดที่รู้งานความมั่นคงทั้งหมดนั้นแสดงว่าไม่รู้อะไรเลย วันนี้ตนยังเรียนรู้อยู่ แม้ตนออกจากสมช.มาแล้วแต่ยังไม่วางมือและยังรับใช้ประชาชนและระบบราชการอยู่ด้วยการเรียนรู้


ตอกกลับ"ธาริต"ยันมีมือเผาเซ็นทรัลเวิลด์จริง

                นายถวิล กล่าวถึงกรณีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ระบุการสอบสวนของดีเอสไอ ไม่พบมีคนชุดดำเกี่ยวข้องกับคดีวางเพลิงห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553ว่า คนชุดดำไม่ใช่ประเด็นการเผาเซ็นทรัลเวิลด์ และไม่มีใครสงสัยว่าคนชุดดำเป็นคนเผา เพราะใส่ชุดอะไรก็เผาได้ทั้งนั้น แต่ประเด็นอยู่ที่ว่ามีคนชุดดำหรือไม่ 

                “เรายืนยันว่ามีอย่างแน่นอน มีชีวิตอยู่ มีการยิงต่อสู้และมีการใช้อาวุธ โดยเป็นพวกตรงข้ามกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ออกปฏิบัติงานก็ต้องใส่ชุดทหารไม่ใช่ใส่ชุดดำ ผมรับรองว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ เพราะต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ และที่ผ่านมาก็มีการจับกุมได้  การที่คุณธาริต ระบุไม่มีคนชุดดำเกี่ยวข้อง  ผมก็สงสัยว่าจะไม่เกี่ยวข้องได้อย่างไร เพราะมีการยิงเจ้าหน้าที่ทั้งที่ย่านสีลมกับแยกคอกวัว และจับกุมได้หลายคนตามที่มีหมายจับ รวมทั้งยังมีคนที่ยังจับไม่ได้ ส่วนจะมีการขยายผลสืบสวนตัวบงการคนชุดดำหรือไม่ ผมไม่ทราบรายละเอียด แต่ที่จับกุมได้ก่อนหน้านี้ได้จับตามพยานหลักฐาน

                ผู้สื่อข่าวถามว่า การออกมาแถลงเรื่องนี้ของนายธาริตเป็นการเร่งสรุปเกินไปหรือไม่ นายถวิล กล่าวว่า นายธาริต คงพูดตามสำนวนคดีว่า ที่เผาเซ็นทรัลเวิลด์ไม่มีคนชุดดำเพราะไม่มีคนชุดดำ แต่ว่ามีผู้ตกเป็นผู้ต้องหาในการเผา และคิดว่าเป็นการพูดตามข้อเท็จจริง ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเป็นการพูดตามใบสั่งทางการเมืองหรือไม่


"ขจัดภัย"แนะ"ปู"ยึดระบบคุณธรรมทบทวนการโยกย้ายขรก.สมช.

                ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า กรณีที่  3 อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ  (สมช.) ประกอบด้วย นายสุวิทย์ สุทธานุกูล นายขจัดภัย บุรุษพัฒน์ และนายถวิล เปลี่ยนศรี ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงความเห็นคัดค้านมติ ครม.เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2555 ที่มีมติอนุมัติรับโอน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ ให้มาดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และโอนย้ายนายสมเกียรติ บุญชู รองเลขาธิการ สมช. ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำแทน และขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาทบทวนใหม่

                นายขจัดภัย กล่าวว่าเรื่องดังกล่าวจะชี้ให้รัฐบาลเห็นว่า กิจการ สมช.กว่าจะเติบโตขึ้นมา ทุกคนต้องทำงานด้วยความมุ่งมั่น เสียสละ เพื่อผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง อยากผู้ที่ทำงานมาด้วยความเป็นมืออาชีพได้รับความเป็นธรรม การโยกย้ายข้าราชการที่เป็นมืออาชีพ เป็นคนมีความรู้ มีความสามารถ เป็นคนดี มีคุณธรรม ด้วยความทุ่มเท เสียสละ แต่ถูกย้ายไปในที่ไม่ได้ทำอะไรเลย มันเป็นการทำร้ายจิตใจข้าราชการอย่างที่สุดแล้ว ในตอนท้ายจึงขอความเมตตาจากนายกรัฐมนตรี ถ้าจะมีลู่ทาง เติบโตจากที่นี้ได้ก็จะมีพระคุณอย่างยิ่ง

                 “อดีตเลขาฯสมช.เอง ก็เป็นหนึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลครุฑทองคำแก่ผู้บริหารข้าราชการพลเรือนดีเด่นประจำปี 2553-2554 ก็เป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การคัดของสมาคมข้าราชการนั้นคัดเลือกคนที่ทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองจริงๆ ก็คิดว่า นายกรัฐมนตรีคงเข้าใจ สมาคมฯยึดมั่นในระบบคุณธรรมมาโดยตลอด และมีถึง 3 คนที่ถูกย้ายทางการเมืองได้รับรางวัล และทางสมาคมฯกำลังเร่งรัดให้ทางก.พ.ออกระเบียบว่าด้วยการจัดตั้งสหภาพข้าราชการพลเรือน ออกมา ข้าราชการที่ทำงานให้ชาติบ้านเมืองจะได้มารวมกันเป็นปึกแผ่น ปกป้องผลประโยชน์อันชอบธรรมของข้าราชการ ซึ่งเป็นสิทธิที่มีความสำคัญกับบ้านเมืองในขณะนี้”

                ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเรียกร้องหรือไม่ว่าจะไม่ให้การเมืองเข้ามาล้วงลูกข้าราชการมากเกินไป นายขจัยภัย กล่าวว่า จริงๆ แล้วมีประมวลจริยธรรมของข้าราชการเมือง ที่เรียกว่า ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ปี  2551ชัดเจน ว่า ข้าราชการการเมืองต้องยึดมั่นในระบบคุณธรรม จะต้องให้การสนับสนุนข้าราชการที่ทุ่มเทเสียสละเพราะฉะนั้นอยู่ที่จิตสำนึกของข้าราชการการเมืองว่า การที่ท่านจะแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการคนใดก็ตาม ขอให้เอาคุณธรรมมาเป็นที่ตั้ง อย่าได้เอาความชอบความชั่ง มาบดบังความถูกต้องชอบธรรม จะทำให้ข้าราชการที่ทำดีๆ ท้อใจ อย่าคิดว่า คนนั้น คนนี้ เป็นคนของใคร เพราะจะทำให้หาคนที่มารักษาผลประโยชน์ของชาติบ้านเมืองได้ยาก เรื่องของการเมืองเป็นเรื่องผลประโยชน์ และพรรคพวก จึงเป็นเรื่องที่ยากที่จะเกิดความเป็นธรรมที่แท้จริงยาก และไม่ใช่ว่า ข้าราชการไม่กล้าให้ความร่วมมือ แต่ทำอะไรที่ทำไปเต็มที่เกิดถูกกล่าวหาได้ว่า เป็นคนของพรรคนั้น พรรคนี้  ทำให้รู้สึกว่า เกียร์ว่าง เป็นธรรมชาติ ต้องดูทิศทางลม ถ้าทำงานอย่างนี้ไม่มีความสุข ไม่เกิดผลประโยชน์ที่แท้จริงต่อชาติบ้านเมือง