
บอกความเป็นไทยผ่านลวดลายภาพปัก
บอกความเป็นไทยผ่านลวดลายบนภาพปัก
ทุกครั้งที่ได้มีโอกาสเห็นหัตถกรรมของคนไทย ที่แสดงออกถึงความประณีตอ่อนช้อย ไม่ว่าจะถ่ายทอดออกมาในรูปแบบไหน ย่อมสร้างความภาคภูมิใจให้แก่เราชาวไทยได้ไม่น้อย โดยเฉพาะงานภาพปักของลูกหลานชาวนาคนไทยที่ใช้เวลาว่างฝึกปรือฝีมือการจับเข็มด้ายภายในมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จนสามารถสร้างสรรค์ผลงานศิลปะชิ้นงามออกสู่สายตาประชาชนชาวไทยและต่างชาติ ทั้งยังเป็นการสร้างรายได้เสริมให้แก่ประชาชนชาวไทย ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามไปด้วย
เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษ 85 พรรษา เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา และ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ ทั้งยังเป็นการสร้างกำลังใจให้แก่สมาชิกปักผ้าทั่วประเทศได้ภาคภูมิใจในอาชีพเสริมมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จึงจัดงานนิทรรศการงานปักศิลปาชีพขึ้นระหว่างวันที่ 2 สิงหาคม-13 พฤศจิกายน ที่หอศิลป์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ กล่าวว่า งานปักผ้าเป็นงานที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานให้ชาวใต้ทำจากเมื่อครั้งเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรภาคใต้ ซึ่งแต่ละคนแต่งตัวสวย มีผ้าคลุมผมปักลวดลายสวยงาม จึงมีพระราชดำริว่า พวกเขาน่าจะมีความรู้ ความสามารถในการปักผ้า และจะได้ทำเป็นอาชีพเสริม ในครอบครัวที่ยากจนมีลูกมากจึงนำมาฝึกปักผ้าในมูลนิธิ จากใต้จึงขยายไปในภาคอื่นๆ
"คนปักผ้าเขาปักกันสุดฝีมือ มีพัฒนาการ คนไหนเก่งหน่อยจะปักผ้าเหมือนภาพเขียนต้นแบบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ จะทรงยกย่องชื่นชมให้ทำงานปักต่อไป มีเงินรางวัลให้มากน้อยตามแต่ฝีมือและสภาพครอบครัว เนื่องจากจะมีประวัติครอบครัวแนบไปกับชิ้นงานด้วยทุกครั้ง คนปักครั้งแรกจะให้เริ่มจากการปักแบบง่ายๆ ก่อน เช่น ปักกลีบดอกไม้เล็ก 1 กลีบเพื่อให้รู้จักวิธีการไล่สี เมื่อเห็นว่าฝีมือดีขึ้นจะค่อยๆ เพิ่มความยากในการปักไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นภาพธรรมชาติ ภาพสัตว์ ภาพวรรณคดี แต่ก่อนจะพระราชทานภาพให้ปักนั้น จะทรงอธิบายถึงภาพต้นแบบ อย่างเช่น ภาพธรรมชาติจะทรงสอนว่า ป่าที่อุดมสมบูรณ์ด้วยต้นไม่จะช่วยดูดซับน้ำยามน้ำหลาก ต้นไม้จะทุเลาความแรงของน้ำลง เพื่อให้ผู้ปักได้เกิดความรู้สึกรักษาและหวงแหนป่าไม้โดยไม่ทำลาย แม้กระทั่งภาพวรรณคดีไทยจะทรงเล่าพระราชทานให้ฟังเพื่อให้ผู้ปักได้เกิดความสนุก มีความสุขกับงานที่จะได้ทำ โดยงานแสดงครั้งนี้จะเป็นการนำภาพวาดและภาพปัก วางคู่กัน ซึ่งนำเป็นการท้าทายให้ผู้ชมได้เห็นถึงฝีมือและความละเอียด ที่เหมือนจริง" ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ให้รายละเอียด
ด้าน อรวรรณ ไชโย ครูสอนปักผ้าประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศูนย์ศิลปาชีพฯ วัย 48 ปี ผู้มีฝีมือการปักผ้ามาอย่างยาวนานถึง 24 ปี กล่าวว่า เดิมมีอาชีพทำนาที่จ.สกลนคร และเริ่มเข้ามาเรียนปักผ้าในสวนจิตรลดา เมื่อปี 2532 และยึดมาเป็นอาชีพเสริมมาโดยตลอด งานปักผ้า เป็นงานที่เรียนไม่จบต้องเรียนและพัฒนาไปเรื่อยๆ โดยส่วนตัวถนัดปักภาพวรรณคดี ซึ่งภาพที่ภูมิใจมากที่สุดคือภาพนางนั่งปักผ้า ที่ถือเป็นงานปักไฮไลท์ของงานครั้งนี้ด้วย
"ลวดลายต่างๆ เหล่านี้ มาจากสวนจิตรลดา โดยถ่ายเอกสารออกมา และนำภาพต้นแบบที่เป็นสีมาเป็นต้นฉบับ การปักผ้าแรกๆ จะปักบนผ้าฝ้ายสีพื้น ถ้ายากขึ้นมาหน่อยจะปักบนผ้าไหมโดยการใช้เส่นไหมน้อย ซึ่งเส้นจะเล็กกว่าและเงากว่าเส้นไหมทอผ้าทั่วไป เมื่อเราได้ภาพมาแล้วจะต้องนำไหมมาย้อมสีเอง ให้เหมือนกับภาพจริงมากที่สุด งานปักต้องใช้สมาธิและต้องใจรักถึงจะทำได้ 1 รูปใช้เวลานานมาก เนื่องจากเป็นอาชีพเสริม เวลาในการปัก 2 เดือนขึ้นไป แต่ถ้าปักทุกวันไม่เกิน 3 เดือนก็เสร็จ รายได้ในการปัก 1 แผ่น (ประมาณ 30 X 30 ซม.) ได้ประมาฯ 3,500 บาทแล้วแต่ฝีมือและความยากง่ายของลาย ภาพไหนยากราคาประมาณ 5-6 พันบาท แต่ถ้าภาพไหนใช้ไหมน้อยปักทั้งหมดราคาจะอยู่ที่หมื่นขึ้นไป" ครูสอนปักผ้า เล่าเป็นการปิดท้าย



