
'เหวง'วอน'วิทยุแดง'ยุติชุมนุมลานพระรูป
'หมอเหวง' วอน 'วิทยุชุมชน' ยุติชุมนุมที่ลานพระรูป หวั่นถูกฉวยโอกาสสร้างความวุ่นวาย เล็งเอาผิด 'จำลอง-ตลก.ศาล รธน.' ฐานกบฎ ด้าน 'วรชัย' ขู่ศาลตัดสินมิชอบคนออกมาล้มล้างเป็นล้าน
11 ก.ค.55 น.พ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ฐานะแกนนำคนเสื้อแดง แถลงที่รัฐสภาว่า ขอให้เครือข่ายวิทยุชุมชนปกป้องประชาธิปไตยและความเป็นธรรม (ควปค.) ยุติความเคลื่อนไหว ที่จะมีการชุมนุมที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ในวันที่ 12 ก.ค. เนื่องจากกังวลว่าจะมีผู้ที่ไม่ประสงค์ดีต่อบ้านเมือง ฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย
ด้านนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ฐานะคนเสื้อแดง กล่าวว่าในวันที่ 13 ก.ค. ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยในคำร้องในการพิจารณาว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หรือไม่ หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินออกมาในทางที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เชื่อว่าจะมีประชาชนเป็นล้านคนออกมาล้มล้างตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่แถลงในประเด็นดังกล่าวได้สอบถามในรายละเอียดต่อประเด็นที่แกนนำคนเสื้อแดงระบุว่าจะมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองหลังศาลมีคำวินิจฉัยถือเป็นการกดดันศาลรัฐะรรมนูญหรือไม่ น.พ.เหวงกล่าวว่า ไม่ได้กดดัน แต่เป็นการแสดงสิทธิทางประชาธิปไตยตามกรอบที่กฎหมายกำหนด ซึ่งประชาชนสามารถที่จะออกมาชุมนุมได้หากเห็นว่าองค์กรใดองค์กรหนึ่งดำเนินการกระทำที่ไม่ชอบ
เมื่อถามย้ำว่าจะใช้สิ่งใดเป็นตัววัดความชอบหรือไม่ชอบ ต้องให้ศาลตัดสินให้ถูกใจตนเองใช่หรือไม่ น.พ.เหวงกล่าวว่า ต้องเป็นการตัดสินที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญไม่ใช่ตัดสินให้ถูกใจใคร ศาลต้องพิจารณาว่าตนเองมีอำนาจดำเนินการตามที่ รัฐธรรมนูญกำหนดหรือไม่ ส่วนเรื่องความชอบนั้นตามหลักการประชาธิปไตย แบ่งแยกอำนาจเป็นสามฝ่ายคือตุลากร นิติบัญญัติ บริหาร ซึ่งทั้งสามฝ่ายต้องอิสระต่อกันไม่แทรกแซงกัน หากดำเนินการตามที่กล่าวก็ถือว่าเป็นความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า การที่ประชาชนจะออกมาประท้วงถือว่าเข้ามาแทรกแซงอำนาจทั้งสามฝ่ายตามที่กำหนดหรือไม่ น.พ.เหวงกล่าวว่าเป็นสิทธิที่ประชาชนจะทำได้ซึ่ง รัฐธรรมนูญมาตรา 3 ระบุชัดเจนว่าอำนาจสูงสุดของประเทศเป็นของปวงชนชาวไทย ดังนั้นอำนาจสูงสุดของประเทศนี้อยู่ที่ประชาชน
เล็งเอาผิด 'จำลอง - ตุลาการศาล รธน.' ฐานกบฎ
น.พ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยและแกนนำนปช. กล่าวถึงกรณีการใช้อำนาจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ต่อการออกคำสั่งให้ ส.ส.-ส.ว.รวม 416 คน ทำคำชี้แจงกรณีถูก พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และพวก ยื่นถอดถอนออกจากตำแหน่ง จากกรณีร่วมสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ว่า ถือว่าใช้อำนาจที่ไม่ชอบ และนอกเหนือจากที่รัฐธรรมนูญกำหนดในหลายมาตรา อาทิ มาตรา 68 ที่กำหนดให้ต้องยื่นผ่านอัยการสูงสุดก่อน ไม่สามารถยื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ นอกจากนี้ ส.ส. และส.ว. ไม่ถือว่าเป็นบุคคลตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 213 กำหนด เพราะเป็นการใช้อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้นศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่มีอำนาจเรียกเอกสาร หลักฐาน หรือคำชี้แจงจาก ส.ส.-ส.ว.
นพ.เหวง กล่าวว่า ส่วนการเรียกประชุมร่วมกันอย่างไม่เป็นทางการของ ส.ส.-ส.ว. 416 คน ในช่วงเช้าวันนี้ เบื้องต้นจะหารือถึงท่าทีของผู้ที่ถูกร้อง กับคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงมาตรการทางกฎหมาย เพื่อเอาผิดกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และพล.ต.จำลองฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 ซึ่งระบุว่า "ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญเพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ หรือให้ใช้อำนาจดังกล่าวไม่ได้ หรือแบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครอง ผู้นั้นถือเป็นการกระทำความผิดฐานกบฏ" หรือไม่ ทั้งนี้ตนเชื่อว่าหากจะเอาผิดกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีความเป็นไปได้ว่าจะให้ ส.ส. และส.ว.ที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดต่างๆ ยื่นเรื่องเอาผิดตามจังหวัดต่างๆ ด้วย ซึ่งมติในที่ประชุมไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร จะไม่มีผลผูกพันกับรัฐสภา จะเกี่ยวเฉพาะส.ส.-ส.ว. 416 คนเท่านั้น
'ก่อแก้ว' ขู่หากศาลตัดสิน แก้รธน.ล้มล้างปกครอง เกิดสงครามแน่
นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยและแกนนำนปช. แถลงถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ในวันศุกร์ที่ 13 ก.ค.นี้ ว่า จากข้อมูลของตน เชื่อว่า คำวินิจฉัย จะไม่เลวร้ายเกินไป แต่ก็ได้เตรียมความพร้อมกรณีคำวินิจฉัยออกมาเลวร้ายที่สุดว่า เป็นการล้มล้างการปกครอง โดยจะแนะนำให้คนที่ตนรู้จัก เบิกเงินสด ตุนน้ำ ตุนยา หยุดการลงทุน หยุดงาน บอกครอบครัวให้เตรียมรองรับสถานการณ์เพราะอาจจะเลวร้ายอย่างที่สุด ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งจากข้อมูลของตน คำวินิจฉัย น่าจะออกใน 2 แนวทาง 1.ศาลวินิจฉัยว่า ศาลมีสิทธิ์รับคำร้อง มาตรา 68 และแก้ไขทั้งฉบับไม่ได้ต้องแก้รายมาตรา 2.แก้ไขได้แต่ศาลต้องเป็นผู้ชี้ขาดว่า ล้มล้างการปกครองหรือไม่
นายก่อแก้ว กล่าวต่อว่า หากศาลมีคำวินิจฉัยที่เลวร้ายที่สุด เหตุการณ์ที่ตามมาคือ ฝ่ายบริหารจะไม่ยอมรับคำสั่งศาล ประชาชนที่เป็นกองเชียร์รัฐบาลก็จะไม่ยอมรับ และโต้ตอบอย่างรุนแรง คือแจ้งความดำเนินคดีศาลข้อหากบฎ และขอให้ตำรวจจับกุม ถ้าตำรวจไม่จับกุม ประชาชนก็จะจับเอง ซึ่งฝ่ายอำมาตย์ก็จะจัดมวลชนมาปกป้องศาล ทำให้ประชาชนปะทะกัน และตำรวจเอาไม่อยู่ ทำให้ทหารต้องออกมาควบคุม ด้วยการยึดอำนาจ จากนั้นมวลชนก็จะต่อสู้กับทหาร ทุกรูปแบบ จนกลายเป็น สงครามกลางเมือง ซึ่งตนไม่ได้ขู่แต่เป็นการประเมินจากข้อมูลหลายส่วน หวังว่าศุกร์ 13 คงไม่เกิดเหตุสยองขวัญ
นายก่อแก้วกล่าวต่อว่าทั้งนี้อยากขอร้องเสื้อแดงทุกคน อย่าไปอยู่ใกล้ศูนย์ราชการ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ เพียงสวมเสื้อแดงอยู่บ้าน ไปทำงาน เชิงสัญลักษณ์เท่านั้น ส่วนกลุ่มที่จะมาชุมนุม บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ก็ไม่มีปัญหา แต่คนที่อยู่ต่างจังหวัดตนก็ไม่อยากให้มา อยากให้รอหากพวกตนเป่านกหวีด ก็เตรียมเก็บกระเป๋า ร่ำลาครอบครัว เพราะถ้าคำวินิจออกมาเลวร้ายที่สุด ก็ต้องต่อสู้แตกหักอย่างเดียว แต่ตนเชื่อว่าจะไม่เกิดขึ้นแบบนั้น อย่าได้วิตก แต่ก็ให้เตรียมตัว
นอกจากนี้ลูกน้องตนได้ยินส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 2-3 คน คุยกันว่า ให้เตรียมตัดสูทใหม่ เพราะอาจจะได้ส้มหล่นมาเป็นรัฐบาลเทพประทาน 2 ซึ่งตนขอเตือนว่า ระวังจะไม่ใช่ส้มหล่นแต่อาจจะเป็นทุเรียนหล่น อย่างไรก็ตามตนห่วงเรื่องตุลาการภิวัฒน์ เพราะก่อนหน้านี้ตุลาการภิวัฒน์เคยสร้างผลงานมาแล้วเมื่อปี 52-54 ตนจึงนำผลงานของรัฐบาลอภิสิทธิ์และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มาเปรียบกัน ใน 2 ยุค ทำเท่าที่ตนจำได้ รัฐบาลอภิสิทธิ์ มีผลงาน อาทิ กู้มาโกง ดีแต่พูด 2 มาตรฐาน ยาเสพติดเต็มเมือง สลายการชุมนุมคนตาย 91 ศพ เรียนฟรีไม่จริง ส่วนรัฐบาลยิ่งลักษณ์มีผลงาน อาทิ แก้ไขไม่แก้แค้น ลงมือทำอย่างเดียว ยาเสพติดหายไป บ้านหลังแรก รถคันแรก ถึงอยากให้เห็นว่า ถ้ารัฐบาลตุลาการภิวัฒน์ กลับมาอีกครั้ง ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร
บช.น.ปรับกำลังคุมเข้ม 'ศาลรธน.-ลานพระรูปทรงม้า'
พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รองผบช.น.) กล่าวว่า ตำรวจนครบาลใช้กำลังหลักในการดูแลความปลอดภัยพื้นที่โดยรอบบริเวณศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 13 ก.ค.ทั้งด้านนอกและด้านในจำนวน 4 กองร้อยและใช้กำลังเสริมทหน้าที่สนับสนุนในการดูแลผู้ชุมนุมไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกันอีก 9 กองร้อยโดยมีการแจ้งประชาสัมพันธ์ผู้ชุมนุมให้อยู่ในกรอบกฎหมายและไม่ให้รุกล้ำเข้าไปในสถานที่ราชการ
รอง ผบช.น. กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่จะปล่อยให้ผู้มาชุมนุมอยู่บริเวณพื้นที่ด้านหน้าศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น โดยจัดพื้นที่ให้ผู้ชุมนุมดูการถ่ายทอดบรรยากาศในศาลรัฐธรรมนูญ คาดว่า จะมีผู้เดินทางมาชุมนุมไม่มากนักเพราะมีการถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์ด้วย
พล.ต.ต.ปริญญา กล่าวถึงกรณีการรวมตัวชุมนุมบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าว่า ด้านการข่าวรายงานว่า วันที่ 12 ก.ค.กลุ่มรถแท็กซี่สาธารณะจะรวมตัวกันเวลา 15.00 น.-24.00 น. จนถึงวันที่ 13 ก.ค. ฟังการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หากผลการวินิจฉัยออกมาในทางลบก็จะมีการชุมนุมต่อไปจนถึงวันเสาร์และวันอาทิตย์ ซึ่งตำรวจได้จัดเตรียมพร้อมกำลังไว้คอยดูแลความสงบเรียบร้อยตามแผนรักษาความปลอดภัยแล้ว



