
พท.ปัด'ยิ่งลักษณ์'ลอยตัวเหนือปัญหา
พท. ยัน 'ยิ่งลักษณ์' เยือนกัมพูชาไม่ได้ลอยตัวอยู่เหนือปัญหา มั่นใจชี้แจงข้อเท็จจริง-กม.ต่อศาลได้ ยันแก้รธน.ไม่เข้า ม.68
11 ก.ค.55 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า การที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางไปประเทศกัมพูชาอาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนเรื่องพลังงานให้บริษัทเชฟรอน และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เป็นแค่เกมการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ที่มองโลกในแง่ร้าย ที่ผ่านมารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เปลี่ยนสนามการค้าเป็นสนามรบ แต่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์กำลังแก้ไขให้ดีขึ้น ดังนั้นเมื่อมือไม่พายก็อย่าเอาเท้าราน้ำ การที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปประเทศกัมพูชาในช่วงที่จะมีการตัดสินคดีของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ก็ไม่ใช่ลอยตัวเหนือปัญหา หรือเพื่อหนีความรับผิดชอบหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น ดังนั้นขอให้พรรคประชาธิปัตย์เลิกปล่อยข่าวได้แล้ว
'เพื่อไทย'มั่นใจชี้แจงข้อเท็จจริง-ข้อกม.ต่อศาลได้
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากพรรคเพื่อไทยจะไปยื่นคำแถลงปิดคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญ มั่นใจว่าจะชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายได้ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่เข้าข่ายการล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ทั้งนี้ส่วนตัวมองว่า ผู้ร้องทั้ง 5 คำร้องไม่มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะการกล่าวหาตามมาตรา 68 ต้องยื่นผ่านอัยการสูงสุดเท่านั้น อีกทั้ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เพื่อตั้งสสร.มายกร่างรัฐธรรมนูญนั้น เคยทำมาแล้วในการร่างรัฐธรรมนูญปี 40 นอกจากนี้ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของรัฐสภา ไม่มีบทบัญญัติใดให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบเรื่องนี้ได้ รวมทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นทำตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ เปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาอภิปรายถึง 15 วัน ไม่ใช่พวกมากลากไป รัฐธรรมนูญมาตรา 291/ 11 ก็ระบุชัดเจนว่า เนื้อหาที่แก้ไขจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบรัฐและแก้ไขหมวดสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ได้ และข้ออ้างของผู้ร้องเป็นการจินตนาการล่วงหน้า ไม่มีเหตุผลรองรับ
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 13 ก.ค.นั้นจะเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศไทย วันนี้นักลงทุนต่างชาติกังวลผลคำตัดสิน ซึ่งอาจทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองเพิ่มเติมหรืออาจชะลอการลงทุนได้ อยากให้มวลชนไม่ว่าเสื้อสีใดก็ตาม ไม่ควรเดินทางไปที่ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวายตามมา ทั้งนี้ เชื่อว่าหากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายก็จะได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย แต่หากพิจารณาตรงข้ามความรู้สึกประชาชนก็เป็นห่วงในเรื่องความขัดแย้งว่าอาจจะบานปลายขึ้นมาอีก อย่างไรก็ตาม ตนไม่เชื่อว่าจะมีใครไปกดดันศาลรัฐธรรมนูญได้ และการที่พรรคเพื่อไทยออกมาแถลงทุกวันนั้น ก็ไม่ใช่การกดดันศาล แต่เป็นการแก้ข้อกล่าวหาจากฝ่ายตรงข้ามที่โจมตีการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ทุกวัน
'เด็จพี่'ปูด 'แทน เทือกสุบรรณ'ใช้งบรัฐทำถนนเข้าที่ดิน
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ แถลงถึงกรณีที่นายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า การที่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ออกหมายเรียกมาชี้แจงกรณีที่ดินเขาแพงเป็นเรื่องเกมการเมืองเพื่อเล่นงานนายสุเทพว่า ยืนยันว่าไม่มีการรังแกกลั่นแกล้งนายแทนและนายสุเทพ ดังนั้นนายแทนไม่ต้องร้อนตัว เพราะสุดท้ายข้อเท็จจริงทุกอย่างต้องไปจบในชั้นศาล ขอให้กำลังใจดีเอสไอในการทำงาน
ทั้งนี้ตนได้ข้อมูลค่อนข้างตรงกับดีเอสไอว่า มีการสร้างถนนขึ้นไปบนเขาซึ่งเป็นที่ดินของนายแทน และเป็นที่ดินที่เชื่อมต่อกับที่ดินของนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ และนางศรีสกุล พร้อมพันธุ์ ซึ่งเป็นเครือญาติกับนายสุเทพอีกด้วย ดังนั้นเรื่องนี้น่าจะมีการออกเอกสารสิทธิโดยไม่ชอบ รวมถึงการทำถนนโดยใช้งบประมาณของรัฐเพื่อเอื้อประโยชน์กันหรือไม่ ขอให้สำนักงานการปราบปรามการทุจริตภาครัฐ(ปปท.) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวด้วย



