
เปิดเอกชนไปเขมรกับ'ยิ่งลักษณ์'
เปิดบริษัทร่วมคณะ "ยิ่งลักษณ์" ไปเขมร ทีมโฆษกรบ.ยันอีกไม่มีวาระแอบแฝง อ้างเหตุที่"ยิ่งลักษณ์"ถูกเชิญร่วมงานเพราะไทยถือเป็นพี่ใหญ่ในภูมิภาค เผย"ปู"ยกเลิกไปร่วมพิธีเปิดโอลิมปิกที่ลอนดอนปลายก.คนี้ อยู่ในไทยจัดประชุมเวิร์คช็อปอาเซียนแทน
10ก.ค.2555 นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างการแถลงมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ขณะกำลังมีการถ่ายทอดเสียงผ่านวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ว่า ในวันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคมที่จะถึงนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีกำหนดที่จะเดินทางไปยังประเทศกัมพูชาตามคำเชิญของหอการค้าอเมริกัน (U.S. Chamber of commerce) โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นองค์ปาฐกตามคำเชิญของผู้จัดงาน โดยไม่ได้มีวาระในการหารือกับนักธุรกิจประเทศใดๆเป็นพิเศษแต่อย่างไร
อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีมีกำหนดการจะเดินทางไปเยี่ยมคาราวะสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชา ส่วนสาเหตุที่นายกรัฐมนตรีของไทยถูกเชิญไปร่วมงานนั้นเนื่องจากเป็นผู้นำของประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ว่าได้ ดังนั้นผู้จัดงานก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีหากนักธุรกิจอเมริกันที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในภูมิภาคนี้ จะได้ฟังแนวคิดและวิสัยทัศน์ของผู้นำของประเทศไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ตอบคำเชิญไปเพราะเห็นว่าเป็นเวทีที่มีประโยชน์ในการแสดงจุดยืนของอาเซียนก่อนเปิดประชาคมอาเซียน
ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันศุกร์ 13 ก.ค. จะเป็นศุกร์ 13 ฝันหวานของรัฐบาล ซึ่งการที่ผู้จัดงานเชิญให้นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยไปเป็นองค์ปาฐกถือว่าเป็นการให้เกียรติกับประเทศไทย โดยไม่ได้มีวาระซ่อนเร้นอะไรแบบที่ฝ่ายค้านกล่าวหาโดยเฉพาะในเรื่องของการมีผลประโยชน์ทับซ้อนทางทะเลกับบริษัทเชฟรอน ตนยืนยันได้ว่าเชฟรอนไม่จำเป็นต้องเจรจาอะไรกับประเทศไทยอีกแล้วเนื่องจากบริษัทเชฟรอน ได้ดำเนินการซื้อกิจการของบริษัทยูโนแคล ซึ่งได้รับสัมปทานในการสำรวจพลังงานในประเทศกัมพูชาอยู่แล้ว ส่วนในเรื่องการยกเลิกเอ็มโอยูพื้นที่ทับซ้อนในปี 44 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านบอกว่ายกเลิกไปแล้ว ตนก็ได้สอบถามไปยังรัฐบาลกัมพูชา ซึ่งได้คำตอบว่าไม่มีเอกสารยืนยันการยกเลิก ดังนั้นนายอภิสิทธิ์พูดเท็จในประเด็นนี้
“ผมอยากท้าให้นายอภิสิทธิ์และนายชวนนท์ ที่มีจินตนาการสูงทั้งเรื่องนาซา และพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล มีส่วนร่วมกับการเดินทางครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรี โดยมีส่วนร่วมได้ 2 ทางคืออาจจะเดินทางไปด้วยจะได้รู้ว่าไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนอะไร หรือถ้าไม่ก็ส่งจดหมายถึงประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐฯเพื่อให้ช่วยยืนยันเรื่องนี้ก็ได้” นายอนุสรณ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการจัดการประชุมของหอการค้าอเมริกันในประเทศกัมพูชา ในวันที่ 13 ก.ค.ที่นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเดินทางไปร่วมงานนั้นจะเดินทางออกจากประเทศไทยในเวลาประมาณ 16.00 น. และจะกลับมาในวันเดียวกันเวลา 22.00 น. โดยประมาณ ซึ่งกำหนดของงานดังกล่าวจะจัดขึ้นที่โรงแรม Le Meridien Argkor เมืองเสียมเรียบ ภายใต้หัวข้อ “Commitment to Connectivity C2C :The US - ASEAN Business Forum” โดยจะมีผู้นำคนสำคัญของสหรัฐอเมริกา เช่น นางฮิลลารี่ คลินตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจชาติต่างๆในอาเซียน เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของสิงคโปร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาเลเซีย รัฐมนตรีต่างประเทศและการค้าประเทศบรูไน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของฟิลิปปินส์
ขณะที่ตัวแทนของภาคเอกชนที่ได้รับเชิญให้ร่วมงาน เช่น บริษัทเชฟรอน บริษัท ดีเอชแอล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท โคคา โคล่า จำกัด บริษัท โบอิ้ง จำกัด รวมทั้งบริษัทจากประเทศไทย อย่าง อิตาเลียนไทย เดเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท อมตะ คอปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยจะมีเวทีหารือกันในหลายหัวข้อ เช่น พลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนในต่างประเทศและการพัฒนาห่วงโซ่การผลิตระดับโลก โอกาสในการลงทุนในอาเซียน เป็นต้น ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีของไทยมีกำหนดขึ้นเป็นองค์ปาฐกในพิธีปิดในช่วงเวลา 19.15 น.โดยเป็นองค์ปาฐกร่วมกับนายฮุนเซ็น ผู้นำกัมพูชา และนางฮิลารี่ คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ โดยจะมีนักลงทุนสหรัฐฯที่เข้าร่วมงานเข้ารับฟังการบรรยาย โดยเนื้อหาจะเป็นการพูดถึงภาพรวมโอกาสในการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน
“ยิ่งลักษณ์"ยกเลิกไปร่วมพิธีเปิดโอลิมปิกที่ลอนดอนปลายก.คนี้
น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ก่อนการประชุมครม. น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้แจ้งต่อที่ประชุมได้รับทราบว่าจะมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ(เวิร์คช็อป )เตรียมพร้อมรับประชาคมอาเซียนอาเซียน โดยให้กระทรวงต่างๆ ได้ส่งแผนดำเนินการของแต่ละกระทรวงไปยัง สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)ได้นำมารวมกัน และจัดการประชุมในวันที่ 24 - 26 กรกฎาคมนี้โดยผู้ที่นำเสนอในที่ประชุม เป็นรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงร่วมกันนำเสนอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เดิมทีนายกรัฐมนตรีมีร่างภารกิจที่จะเดินทางไปเยือนสหราชอาณาจักรในระหว่างวันที่ 25 - 27 ก.ค. และจะร่วมในพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิคฤดูร้อนที่ลอนดอน แต่ล่าสุดก็เปลี่ยนมาเป็นภารกิจประชุมเวิร์คช็อปอาเซียนที่ประเทศไทยแทนแล้ว อย่างไรก็ตามในช่วงตั้งแต่กลางเดือนก.ค.เป็นต้นไปนายกฯมีภารกิจเดินทางไปยุโรป 2 ประเทศ คือ ระหว่างวันที่ 17 - 19 ก.ค. จะไปเยือนประเทศเยอรมัน 20 - 21 ก.ค.ไปฝรั่งเศสต่อเนื่องทันที



